หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก จิตวิทยาลูกรัก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, จิตวิทยาลูกรัก, กฎ 3 ข้อในการควบคุมลูกให้ได้ผล, พบคุณหมอเด็ก, ทำไมลูกชอบตื่นร้องกลางดึก


ลูก...ขโมยของเพื่อนมาหรือเปล่า?
(10 votes)
         มีอีเมล์ จากคุณแม่ท่านหนึ่งปรึกษาปัญหามาว่า “ลูกชายอยู่อนุบาล 2 ค่ะ ดิฉันสังเกตเห็นว่าแกชอบมีดินสอ ยางลบที่ไม่ใช่ของแกเอง ติดกระเป๋ากลับบ้านมาเสมอ เมื่อแม่ถาม แกจะบอกว่าเพื่อนให้ ดิฉันจึงสอนแกว่าไม่ควรเอาของเพื่อนมา เพราะลูกก็มีอยู่แล้ว แต่ดิฉันจะไม่ตามใจซื้อให้ทุกอย่าง จะสอนให้ใช้และมีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ก็ยังเห็นของชิ้นใหม่ๆ กลับมาเสมอ ควรถามลูกยังไงดีคะ ไม่อยากถามว่าลูกขโมยมาหรือเปล่า เครียดมากค่ะ”
จากคำถามของเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นจริงนี้ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลว่าลูกชาย ลูกสาวจะเป็นหัวขโมยหรือเปล่า สำหรับเด็กเล็กๆ (อายุ 1 - 3 ขวบ) นั้น การฉวยหยิบสิ่งของบางอย่างที่ตนเองสนใจติดมือมา ถือเป็นเรื่องปกติ อาจไม่ใช่การขโมยแบบจงใจ จนกว่าเด็กจะอายุ 3 - 5 ปี จึงจะเริ่มเข้าใจว่าการเอาสิ่งของของคนอื่นไป เป็นเรื่องที่ผิดและไม่ควรทำ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนลูกเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลและการเคารพสิทธิของผู้อื่น
คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ เวลาที่มีการโทรศัพท์สั่งอาหารเข้ามากินที่บ้าน เช่น พิซซ่า (เดลิเวอรี่) แล้วคุณแม่ก็ใช้ให้ลูกไปหยิบเงินในกระเป๋าคุณพ่อ เพื่อเอาไปจ่ายให้พนักงานเลย อาจไม่เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล วิธีที่เหมาะสมคือคุณแม่ควรบอกให้ลูกเดินไปบอกคุณพ่อให้หยิบเงินให้ หรือหากคุณพ่ออนุญาต จึงค่อยไปหยิบเอง นอกจากนี้เงินทองในบ้านควรเก็บให้เป็นที่ ในที่ปลอดภัย เช่น ใส่เข้าลิ้นชักเสมอ ไม่ควรวางไว้ในที่สาธารณะในบ้าน เช่น บนโต๊ะในห้องรับแขก หรือโต๊ะในห้องนอนพ่อแม่ นอกจากไม่ได้ปลูกฝังเรื่องสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ยังทำให้เด็กที่แนวโน้มมีพฤติกรรมขโมยอยู่แล้วอาจหยิบฉวยได้ง่ายขึ้น
สาเหตุการขโมย
ถึงแม้ว่าเด็กโตหรือวัยรุ่นจะรู้แล้วว่าการขโมยหรือหยิบฉวยสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นความผิด แต่ยังมีพฤติกรรมขโมยอยู่ อาจเกิดจากสาเหตุหลายอย่างดังต่อไปนี้
1. เด็กบางคนอาจขโมยสิ่งของที่อยากได้ เพื่อให้ตัวเองมีเท่าเทียมกับพี่น้อง หรือเพื่อนๆ เด็กบางคนเห็นเพื่อนมีของพิเศษบางอย่าง ก็ขโมยของเพื่อให้มีเหมือนเพื่อนที่โรงเรียน โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันซึ่งมีปัญหาวัตถุนิยมมากอยู่แล้ว จึงเป็นการขโมยเพราะตนเองไม่มีเท่าเทียมคนอื่นหรือเงินไม่พอใช้จ่าย
2. เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมขโมย เพื่อแสดงความกล้าหาญให้เพื่อนเห็น 
3. ขโมยเพื่อจะได้นำสิ่งของนั้นมาให้ครอบครัวหรือเพื่อนๆ เพื่อจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ มากขึ้น
4. ขโมยเพื่อความอิสระ ไม่ต้องการพึ่งพาผู้อื่น ดังนั้น เขาจึงหยิบฉวยทุกสิ่งที่ต้องการ
5. ขโมยเพื่อเรียกร้องความสนใจ ในกรณีนี้เด็กอาจขโมยเพื่อแสดงความโกรธ ไม่พอใจหรือต้องการแก้แค้นพ่อแม่ เป็นขโมยเเพื่อทำร้ายพ่อแม่ทางอ้อม เนื่องจากรู้ว่าพ่อแม่ต้องเดือดร้อนจากพฤติกรรมของตนเอง
6. การขโมยสิ่งของเพื่อชดเชย ทดแทนความรักความอบอุ่นที่ขาดหายไป เด็กกลุ่มนี้มักเป็นเด็กที่ขาดรัก พ่อแม่จึงควรให้ความสำคัญและทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว
หากผู้ปกครองปฏิบัติต่อลูกหลานอย่างถูกต้อง พฤติกรรมขโมยนี้ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น
วิธีปฏิบัติเวลาลูกเวลาลูกขโมย หรือจงใจหยิบฉวยสิ่งของของคนอื่นมา
• ควรสอนบอกลูกว่าการขโมย หรือจงใจเอาสิ่งของของคนอื่นมาเป็นสิ่งไม่ควรกระทำ เป็นความผิด
• ช่วยเหลือลูกให้นำสิ่งของนั้นไปคืนให้เพื่อน เช่น บอกลูกว่า พรุ่งนี้เราไปหาเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของสิ่งของนั้นกัน คืนสิ่งของนั้นให้เพื่อนและกล่าวคำขอโทษ ถ้าจะให้ดี คุณพ่อหรือคุณแม่ควรยืนร่วมอยู่ในที่นั้นด้วย อาจช่วยลูกพูดหรือจะได้ช่วยชี้แจงให้เพื่อนของลูกเข้าใจและป้องกันความขัดแย้ง
• ส่งเสริมให้ลูกตระหนักและเคารพถึงสิทธิส่วนบุคคล (sense of property rights) เช่น ของเล่นควรเก็บเข้าที่ ไม่รื้อค้นของของคนอื่น และพ่อแม่ควรทำเป็นตัวอย่างในเรื่องการเก็บรักษาของมีค่า เช่น เงินไม่ว่าจะเป็นธนบัตร หรือเศษเงินควรเก็บให้เป็นที่ หรือเก็บเข้าลิ้นชัก
• ต้องมั่นใจว่าลูกไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากการขโมย ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
• ในเด็กอนุบาลควรหลีกเลี่ยงการดุว่า และไม่ควรพูดตำหนิโดยคาดเดาว่าโตขึ้น ต้องเป็นคนไม่ดี เป็นหัวขโมยแน่ๆ
• ทำความเข้าใจกับลูกว่า พฤติกรรมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในครอบครัวของเราและนอกจากนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมอีกด้วย
• เมื่อลูกได้คืนสิ่งของนั้นไปยังเพื่อนหรือร้านค้าแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้อีก ควรเริ่มต้นกันใหม่ โดยถือที่เด็กยังไม่มีมลทินติดตัว
สัญญาณอันตราย
หากลูกหลานยังคงมีพฤติกรรมหยิบสิ่งของของผู้อื่นมาอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมนี้อาจเป็นสัญญาณอันตรายของปัญหาของพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กหรือปัญหาในครอบครัวที่รุนแรง นอกจากนั้นเด็กที่มีพฤติกรรมขโมยของซ้ำๆ อาจมีปัญหาดังต่อไปนี้
• จะมีความยากลำบากในการไว้เนื้อเชื่อใจผู้อื่นหรือมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น
• แทนที่จะรู้สึกผิด เด็กอาจกล่าวโทษผู้อื่นแทน และโต้แย้งว่า “เป็นเพราะเขาไม่ให้สิ่งซึ่งผมต้องการดีๆ  ผมก็เลยขโมยเสียเลย”
เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมดังกล่าวควรส่งปรึกษาจิตแพทย์เด็กทันทีครับ
อย่างไรก็ตามปัญหาพฤติกรรมขโมยหรือหยิบสิ่งของของผู้อื่นมา ส่วนใหญ่แล้วมักมีรายละเอียดที่ต้องพูดคุยกัน และมีความแตกต่างกันของปัญหาในแต่ละครอบครัว ทางที่ดีควรปรึกษาจิตแพทย์เด็กหรือกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ จะดีกว่าจัดการปัญหาด้วยตัวเองครับ

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ
เรื่อง : น.พ.กมล แสงทองศรีกมล กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกันยายน-ตุลาคม 2563 ฉบับที่ 555