หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 4 – 6 เดือน

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 4 – 6 เดือน, ลูกอารมณ์ดี สมองจะดีด้วย


ทิปดูแลส่วนต่างๆ ร่างกายลูกน้อย
(1 vote)
          เรื่องการดูแลเอาใจใส่ส่วนต่างๆ ของร่างกายลูกน้อยในวัยนี้สำคัญมากค่ะ เพราะว่ายังอ่อนแอและบอบบางมากๆ ซึ่งคุณแม่คงต้องละเอียดอ่อนกันมากทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรอนามัยจ๋ามากเกินไปนัก ก็มีขั้นตอนการดูและตลอดจนการทำความสะอาดแต่ละส่วนง่ายๆ มาฝากกัน

เท้าน้อยๆ


         ในช่วง 5 ปีแรกคงต้องดูแลเรื่องเท้าเล็กๆ ของลูกน้อยเป็นพิเศษหน่อยค่ะ เพราะกระดูกและข้อต่อต่างๆ ของเท้ายังมีลักษณะที่นุ่มและเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ง่าย ซึ่งในวัยที่ลูกยังเดินไม่ได้ ยังไม่ควรให้ใส่รองเท้าค่ะ ควรปล่อยให้เท้าของเขาว่างเปล่า ได้สัมผัสกับความอิสระของการเคลื่อนไหวมากที่สุด แต่ถ้า อยู่ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูงก็ให้ใส่ถุงเท้าที่หลวมๆ ไม่รัดนิ้วเท้า หรืออาจใส่ชุดหมีคลุมไปตลอดจนถึงเท้าก็ได้ค่ะ
แม้กระทั่งในวัยที่ลูกกำลังหัดเดิน ก็ยังไม่ต้องรีบร้อนหาซื้อรองเท้าให้ใส่ค่ะ ให้รอจนมั่นใจได้ว่า ลูกน้อยสามารถยืนและเดินได้อย่างมั่นคงแล้ว ถึงเวลานั้นค่อยหาก็ยังไม่สายเกินไป ซึ่งรองเท้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้น มีความจำเป็นมากที่จะต้องเลือกหาให้เหมาะสม เพราะจะเกี่ยวเนื่องถึงตอนโต ลูกจะได้มีนิ้วเท้าและเท้าที่เป็นปกติ ไม่มีนิ้วใดนิ้วหนึ่งงอหรือเท้าผิดรูปไป ทั้งนี้ อาจเกิดจากการบีบรัด หรืออุบัติเหตุจากกิจกรรมต่างๆ ที่ลูกใช้เท้าเคลื่อนไหวในแต่ละวัน

ก้นนุ่มๆ น่ารัก

         โดยปกติแล้ว เรามักจะใส่ผ้าอ้อม หรือกางเกงให้ลูกเสมอ ซึ่งก็ทำให้เกิดความชื้นและความร้อนขึ้นตลอดเวลา ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนอนามัยเป็นพิเศษ ขยันทาครีมที่ก้นลูกบ่อยด้วยแล้ว ก็อาจทำให้เกิดความชื้นหมักหมมได้มากขึ้น ดีไม่ดีอาจเป็นแผลหรือเป็นผื่นเอาก็ได้ ก็มีทิปดูแลก้นน้อยมาฝากกันเล็กๆ น้อยดังนี้ค่ะ

 

  •  ควรให้ก้นของลูกแห้งอยู่ตลอดเวลา โดยการเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ หรือไม่ใส่เลยยิ่งดีค่ะ ปล่อย ให้ก้นลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์เป็นประจำ
  • การเลือกชนิดของผ้าอ้อมก็ควรเลือกให้เหมาะสม สังเกตจากการตอบสนองของลูกเมื่อใส่ผ้าอ้อมนั้นว่าเป็นอย่างไร มีความสบายตัวหรือไม่ โดยอาจลองเปลี่ยนผ้าอ้อมไปหลายๆ แบบหรือยี่ห้อ
  • อย่าดูแลมากจนเกิดผลเสีย เช่น ขัดหรือถูกก้นลูกแรงๆ หรือใช้ครีมหรือแป้งมากจนเกินไป เพราะแป้งจะอมน้ำ ทำให้ผิวหนังแฉะ และที่สำคัญไม่ควรใช้ครีมและแป้งในเวลาเดียวกันค่ะ

         นิ้วมือเรียวๆ ของหนู

         มือเป็นอวัยวะที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้อง มีเด็กจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ที่รู้จักดูดหัวแม่มือตัวเองเล่นตั้งแต่ในท้องโน่นเลย สำหรับเรื่องการดูดหัวแม่มือก็มีเรื่องให้สังเกตอีกนะคะว่า เด็กมักจะดูดหัวแม่มือของข้างขวามากกว่าข้างซ้าย ซึ่งก็ทำให้คนเราถนัดมือขวามากกว่ามือซ้ายนั่นเอง นอกจากนี้ มือยังมีหน้าที่อีกมากมาย เช่น ใช้ในการสื่อสารไม่ว่าภาษาไหนๆ ก็ตามล้วนใช้มือเป็นส่วนประกอบในการพูดทั้งสิ้น ที่สำคัญ สามารถใช้ในการถ่ายทอดคววามรักจากแม่สู่ลูกน้อยได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการโอบกอด หรือลูบไล้ ซึ่งลูกน้อยสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่เขายังไม่เข้าใจภาษาพูดเลยค่ะ
สำหรับเรื่องการดูดหรืออมนิ้วมือก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวลมากเกินไปค่ะ ถือเป็นธรรมชาติเบๆ ของเด็ก เราก็เคยเป็นเหมือนกันมาก่อน แต่ถ้าหากพบว่า ลูกน้อยมีปัญหาดังกล่าว แล้วอยากแก้ไข ก็มีเทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • อาจจะเปลี่ยนเวลาป้อนนมให้เร็วขึ้น จากที่เคยป้อนทุก 4 ชม.ก็อาจปรับมาที่ทุกๆ 3 ชม.
  • เด็กบางคนที่ดูดนมได้เร็วปานจรวด ก็ทำให้นมหมดขวดหรือจากเต้าเร็ว คุณแม่เลยปล่อยให้ลูกน้อยนอนเล่นได้เร็วขึ้น ในขณะที่เด็กอยากอมเล่นๆ ต่อ เขาจึงหันมาดูดหรืออมนิ้วมือแทน ดังนั้น คุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้อมหัวนมให้นานขึ้น หรือใช้หัวนมหลอกก็ได้
  • ฟันน้ำนมกำลังจะขึ้น ก็เป็นเหตุผลทำให้เด็กเกิดอาการคันเหงือกจนมีพฤติกรรมดูดหรืออมนิ้วมือ วิธีแก้ก็บ้านๆ ค่ะ ให้คุณแม่ลองหั่นแครอท แตงกวา หรือฝรั่ง แช่เย็นเอาไว้สักพักก่อนให้ลูกกัดเล่น หรือไม่ก็พวกของเล่นที่ทำไว้สำหรับให้เด็กกัดเล่น ซึ่งมีลักษณะเป็นยางค่อนข้างแข็ง ยืดหยุ่นได้ดี ที่มีขายตามห้างฯ นั่นแหล่ะค่ะ ใช้ได้เหมือนกัน
  • เด็กบางคนก็ชอบดูดหรืออมนิ้วมือ โดยมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ก็ได้ค่ะ แต่คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลใจไปค่ะ แม้จะหาสาเหตุไม่พบก็ตาม เพราะในกรณีนี้ส่วนมากแล้ว เด็กจะเลิกดูด หรืออมนิ้วมือได้เองเมื่ออายุประมาณ 4 ปี

    เส้นผม

ในช่วงขวบปีแรกนั้น เส้นผมของลูกน้อยบางคนก็จะดูผมบางเหมือนตาแก่หัวล้าน แต่ขณะที่บางคนก็มีผมดกดำสวยจนเป็นที่อิจฉาของคุณแม่คนอื่นๆ ซึ่งผมที่เราเห็นในตอนแรกเกิดนี้ เป็นแค่ผมไฟ หรือผมชั่วคราวเท่านั้น เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะค่อยๆ หลุดร่วงไปเอง ทำให้ดูแหว่งๆ ก็อย่างที่เราทราบว่า ทางประเพณีของบ้านเรา เมื่อเด็กอายุ 1 – 2 เดือน เขาก็เลยมีพิธีโกนผมไฟเพื่อเป็นการรับขวัญเด็ก และอีกนัยนึง ก็เพื่อทำให้ผมของเด็กดูไม่แหว่งไปในตัวด้วย แต่การโกนผมไฟเป็นเพียงแค่ช่วยให้หนังศีรษะสะอาดขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ผมดกขึ้นแต่ประการใด ส่วนผมจริงๆ ถาวรนั้น จะเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุได้ประมาณ 6 อาทิตย์ขึ้นไปค่ะ แต่ในเด็กบางคนอาจจะช้ากว่านั้น ส่วนวิธีการดูแลเส้นผมลูกรักมีดังนี้ค่ะ

  • เส้นผมของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกัน บางคนผมหนา บางคนผมบางหรือน้อย แต่สิ่งที่คุณแม่ควรใส่ใจให้ความสำคัญคือการดูแลความสะอาดมากกว่า โดยให้สระล้างด้วยน้ำอุ่นประมาณสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง แต่ถ้าหากช่วงไหนอากาศร้อนอบอ้าวมากๆ ก็อาจสระให้บ่อยขึ้นได้ โดยใช้แชมพูสำหรับเด็กทารก แต่อย่าใส่ให้เยอะมากค่ะ พวกสารเคมีควรหลีกเลี่ยงสัมผัสผิวหนังของลูกน้อยให้มากที่สุด เพียงแค่ 1 - 2 หยดก็พอแล้ว
  • อาการผมร่วงของทารกที่เรียกว่า “ผ้าอ้อมกัด” คงพอได้ยินกันมาใช่มั้ยคะ เพราะเกิดจากการถูกเสียดสีกับเบาะที่นอนในช่วงที่ลูกน้อยนอนในเปลหรือเตียงนอน ซึ่งความจริงแล้ว ในช่วง 3 - 4 เดือนแรก เด็กเล็กผมหลุดร่วงเพราะการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย เซลล์ผมมีการผลัดเปลี่ยนเพื่อสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่นั่นเอง แต่วิธีทางแก้ไข ก็คือการเปลี่ยนท่านอนของลูกบ่อยๆ และที่สำคัญ ลดความถี่ในการสระผมลงค่ะ สำหรับคุณแม่ยอดนักอนามัยทั้งหลาย


เอาใจใส่ดี พัฒนาการก็ดีตามด้วย
การดูแลเอาใจใส่ส่วนต่างๆ ของร่างกายลูกตั้งแต่เด็กๆ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามละเลยเด็ดขาดค่ะ พลาดแล้วพลาดเลย นั่นก็เพื่อให้ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตทางพัฒนาการที่ดี และส่วนต่างๆ ภายในร่างกายของลูกสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกันด้วยความสมบูรณ์ที่สุด



แสดงแบบ ด.ญ.นาตาลี กลอเรีย มอตเตอร์ (น้องนาตาลี)

ความเห็น (1)Add Comment
0
naristsara
กรกฎาคม 09, 2015
64.233.173.135
Votes: +0
...

อยากสอบถามหน่อยค่ะ คือ โกนผมให้ลูกชายบ่อย
มากเพราะเขามีพดขึ้
นบริเวณที่หัวแล้วเว
ลานอนเหงื่อชอบแตกท
ี่หัว ก็เลยโกนบ่อย ก็อยากจะทราบว่าจะท
ำให้เส้นผมของลูกเย
อะหรือแข็งเพื่มขึ้น
ใหม

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2560 ฉบับที่ 538