หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ Step for Baby

Search by tag : ให้ลูกคนโตเป็นมือขวาดูแลน้องเทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Step for Baby, เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน


ความลับเรื่องการหลับของเด็กๆ
(3 votes)
          ทราบมั้ยคะว่า นอกจากพัฒนาการด้านร่างกาย อย่างการเคลื่อนไหว นั่ง คลาน ยืน เดิน ที่มีขั้นตอน เป็น Step แล้ว การนอนหลับของพวกเด็กๆ ก็มีขั้นตอนของพัฒนาการเช่นกัน

 

การหลับของทารกแรกคลอด
ช่วงเดือนแรกๆ ในชีวิตของทารก เราจะเห็นว่า เค้าหลับอยู่เกือบตลอดเวลา แต่เชื่อไหมคะว่า ทุกครั้งที่เค้านอนหลับอยู่นั้น เค้าไม่ได้หลับสนิทจริงๆ เลยสักครั้ง ทั้งยามหลับยามตื่น สมองน้อยๆ ของลูกจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เค้าเรียนรู้ได้แม้ยามหลับ!!!
ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะนักวิจัยได้ทำการวัดคลื่นสมองทารกแรกคลอด พบว่าคลื่นสมองของทารกในขณะตื่นและหลับมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก
ทีมวิจัยจึงแนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า เวลาลูกหลับไม่จำเป็นต้องทำห้องทั้งห้องให้อยู่ในความเงียบสงบเสมอไป การเปิด - ปิดไฟ เปิดเพลงเบาๆ หรือแม้แต่การพูดคุยกันสามารถทำได้ เพราะเขาอาจกำลังเงี่ยหูฟัง และเรียนรู้ผ่านเสียงที่ได้ยินอยู่ก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นเสียงคุณพ่อคุณแม่ที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วล่ะก็ ยิ่งจะช่วยทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นได้อีกด้วย


การหลับของทารกวัย 2 – 5 เดือน
หลังจากที่วัดคลื่นสมองของทารกแรกคลอด นักวิจัยได้สังเกตอากัปกิริยาของทารก อายุ 10 - 20 สัปดาห์ ระหว่างหลับพบว่า เค้าจะไม่อยู่นิ่งเลย หากเป็นการหลับในช่วงกลางวัน ภายในครึ่งชั่วโมงเขาจะเคลื่อนไหวร่างกายเฉลี่ยแล้ว 10.5 นาที และหากเป็นช่วงกลางคืน เขาจะเคลื่อนไหวถึง 24.4 นาทีเลยทีเดียว
ถ้าคุณลองสังเกตท่าทางของลูกวัยนี้ในยามหลับ จะพบว่าเค้ามักทำท่าขยับปากคล้ายจะขอนม ขมวดคิ้ว ทำหน้าย่น หรือยิ้ม อาการที่แสดงออกมาเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังฝันดี ฝันร้าย หรือว่าหิวหรอกค่ะ ที่เขามีสีหน้าท่าทางต่างๆ กันออกไปนั้น เป็นหนึ่งในพัฒนาการของกล้ามเนื้อใบหน้าต่างหาก

วัย 6 เดือน หนูฝันเป็นแล้วจ้ะ
เด็กๆ ฝันหรือไม่เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้ใช่มั้ยคะ เราจะพาคุณๆ ไปพบคำตอบค่ะ
ทารกจะเริ่มรู้จักการฝันเมื่ออายุ 6 เดือน แน่นอนเขาบอกใครๆ ไม่ได้หรอกว่ากำลังฝัน ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร แต่นักวิจัยได้ใช้การวัดคลื่นสมองเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ และพบว่าคลื่นสมองของทารกที่กำลังฝัน มีเส้นเหมือนคลื่นสมองของผู้ใหญ่ขณะฝันเปี๊ยบ
พออายุ 3 – 4 ขวบ ความฝันของเค้าจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยนักวิจัยเชื่อว่า ภาพฝันของเด็กวัยนี้จะมีลักษณะเหมือนภาพสไลด์ คือยังไม่ได้เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง แต่จะเป็นภาพต่างๆ ทีละภาพ
จนกระทั่ง 5 – 6 ขวบ ความต่อเนื่องของภาพฝันจึงเพิ่มขึ้น เรียกว่าเริ่มมีการเชื่อมโยงเรื่องราวของภาพแต่ละภาพเข้าด้วยกัน และพอ 8 – 9 ขวบความฝันจะเป็นเรื่องราวที่ชัดเจนขึ้น และเค้าจะเริ่มฝันเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง หรือฝันในแบบที่มีตัวเองเป็นตัวเอกแล้ว


ขวบครึ่ง...หลับสนิทได้จริงๆ ซะที
อย่างที่บอกค่ะว่าการหลับก็มีขั้นตอนของพัฒนาการ หลังจากหลับทั้งๆ ที่สมองตื่นในวัยทารก พออายุได้ขวบครึ่ง เด็กๆ จะเริ่มเรียนรู้ถึงการหลับสนิทแล้วล่ะค่ะ ความแตกต่างของคลื่นสมองขณะหลับและตื่นของพวกเค้าจะเพิ่มมากขึ้น โดยขณะหลับสมองจะลดความตื่นตัวลง และเค้าก็เริ่มที่จะแยกช่วงเวลากลางวัน กลางคืนออกได้แล้ว ลูกวัยนี้จึงหลับสนิทยามกลางคืนได้นานขึ้น

ไม่อยากนอนกลางวัน
การที่เค้าหลับกลางคืนได้นานขึ้น มีส่วนทำให้เด็กวัยเริ่มเดินได้คล่องนอนกลางวันน้อยลงค่ะ ในบางวันลูกอาจเล่นเพลิน จนไม่ยอมนอนกลางวัน หรือไม่ก็เล่นมากในช่วงค่ำ จนล่วงเลยเวลานอนแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงซักที บางครั้งลูกจะโยเยรบให้คุณพ่อคุณแม่ทำโน่นทำนี่ให้ก่อน กว่าจะหลับได้ คุณแม่ก็เหนื่อยแสนเหนื่อย
เด็กกลุ่มนี้มักจะหลับตอนกลางวันแค่ครั้งเดียวและหลับในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ด้วย แถมเวลาตื่นขึ้นมายังง่วงงุนอาละวาด โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่นอนดึกแล้วตื่นเช้า เด็กพวกนี้มักง่วงอีกในตอนสายและฝืนเล่นไปจนเย็นแล้วก็หมดแรงหลับเอาตอนนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรนอนดึกอีกเพราะเขาจะตื่นในตอนค่ำพร้อมๆ กับพลังงานที่ชาร์จไว้เต็มที่
กรณีนี้คุณแม่ควรถ่วงเวลาการนอนช่วงสายของลูกไว้ให้นานที่สุด คืออย่าให้ลูกนอนก่อน 11.00 น. ทางที่ดีควรให้เข้านอนหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน และให้ลูกได้นอนสัก 2 ชั่วโมง เพื่อกันไม่ให้เขาง่วงหลับในช่วง 5 - 6 โมงเย็นซึ่งจะทำให้ลูกกลายเป็นลูกนกฮูกไม่ยอมหลับยอมนอนยามกลางคืนได้ค่ะ

วินัยการนอน อีกเรื่องที่ต้องฝึก
สำหรับพวกเด็กๆ แล้วการนอนไม่ใช่แค่การพักผ่อน เพราะฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต (Growth Hormone) จะหลั่งออกมามากที่สุดก็ในช่วงที่พวกเขาหลับสนิท
แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่พอถึงเวลาที่จะต้องนอนกลับไม่อยากนอน ทั้งยังร้องไห้โยเย หรือรบเร้าขอเล่นต่อ หากคุณพ่อคุณแม่ยอมตามใจ ปัญหานี้คงไม่จบง่ายๆ แน่ มาฝึกวินัยเรื่องการนอนให้ลูกกันดีกว่าค่ะ
เริ่มจากพอได้เวลานอนควรปิดไฟดวงใหญ่ แล้วเปิดไฟสลัวๆ พาลูกเข้านอนพร้อมกับร้องเพลงหรืออ่านนิทานให้ฟัง พอนิทานจบปุ๊บก็บอกลูกว่า ได้เวลานอนแล้วนะ จากนั้นควรงดการพูดคุย ความเงียบจะทำให้ลูกหลับได้ในไม่ช้า
เด็กส่วนมากจะมีตุ๊กตาหรือของเล่นชิ้นโปรดที่ต้องกอดเวลานอน คุณแม่ควรพาลูกเข้านอนพร้อมเจ้าตุ๊กตาตัวโปรดด้วย
การฝึกให้ลูกเข้านอนเมื่อถึงเวลาที่ต้องนอน ช่วงแรกๆ อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย หรือไม่ก็เจอปัญหาที่เด็กขัดขืนไม่ยอมนอนนิ่งๆ บนที่นอน แต่หากคุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ ลูกก็จะค่อยๆ คุ้น และหากคุณทำได้สำเร็จก็เท่ากับว่าคุณได้สร้างให้เขามีวินัยรู้จักการกิน - นอนเป็นเวลา

บรรยายภาพ
1. คลื่นสมองทารกแรกคลอด ในขณะตื่นและหลับมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก นั่นแสดงว่า ทั้งยามหลับยามตื่น สมองน้อยๆ ของลูกจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เค้าเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
2. ควรหาหมอนหรือตุ๊กตานุ่มๆ ให้ไว้เป็นเพื่อนลูก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเข้านอน และเป็นเครื่องสร้างความอบอุ่นใจให้ลูกได้รู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา
3. หากจำเป็นต้องพาลูกไปนอนที่อื่น เช่น เวลาไปเที่ยว หรือไปเยี่ยมญาติ ควรเตรียมอุปกรณ์การนอนส่วนตัวของเค้าไปด้วย เพื่อป้องกันการร้องโยเยเพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่
4. ของคู่กายยามนอนอย่างตุ๊กตาตัวโปรด หมอน หรือผ้าห่มที่เค้าต้องมีเสมอยามหลับหากจะนำไปซักควรแน่ใจว่าจะแห้งทันเวลานอน ไม่อย่างนั้นล่ะก็เจ้าหนูไม่ยอมหลับง่ายๆ แน่
5. สำหรับเด็กที่นอนยาก ควรให้พ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่งเท่านั้นเป็นคนส่งลูกเข้านอนในแต่ละคืน ไม่ควรเข้าไปพร้อมกันทั้งพ่อและแม่เพราะอาจทำให้เวลาเข้านอนต้องยืดเยื้อไปอีก
6. บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของเตียง อย่างหมอนใบเล็กที่เค้าชอบ ผ้าปูที่นอนน่ารักๆ และของเล่นชิ้นโปรด มีส่วนช่วยให้ลูกนอนหลับสบายได้ตลอดคืน 

เรื่อง : ณ ลันตา
ภาพ : พี่ไม้
แสดงแบบโดย : น้องโทระ - ด.ช.ฐิรวิชญ์ วรรณภิญโญชีพ, น้องภูริ - ด.ช.ภูริภัทร ผ่องปรีชา, น้องน้ำฝน - ด.ญ.กันต์กนิษฐ์ ทับศรี

 

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 549