หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คลินิคแม่และเด็ก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิคแม่และเด็ก, น้ำประปาชงนมให้ลูกดีไหม


ให้ลูกเล่นกีฬาหรืออ่านหนังสือดี
(1 vote)
“การจัดระเบียบ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว จึงเป็นหนึ่งในภาระที่คุณพ่อคุณแม่ยุคปัจจุบัน ควรคิดถึงและให้ความสำคัญ ไม่น้อยไปกว่าการส่งเสริมให้นั่งอ่านหนังสือ”

 

จริงหรือไม่ ถ้าอยากให้ลูกแข็งแรง ควรเน้นเสริมอาหารที่มีแคลเซียมให้เขา อย่างนั้นแล้วควรเสริมให้เขาจนถึงอายุเท่าใดคะ และต้องให้วิตามินเสริมกับเขาหรือไม่ หรือให้เฉพาะอาหารก็พอ และรบกวนแนะนำอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอต่อความต้องการของลูกในแต่ละวัยด้วยค่ะ
“สำหรับเด็ก เป็นช่วงวัยที่ธรรมชาติกำหนดให้มีการสร้างเนื้อกระดูก เป็นช่วงเวลาเดียวที่มีความสำคัญมาก เพราะถ้าเลยช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ความหวังว่าการกินแคลเซียมปริมาณมากๆ แล้วจะมีการดูดซึมได้ดีเท่า หรือความสามารถในการนำแคลเซียมไปเกาะบนเนื้อกระดูกได้ดีเท่าช่วงวัยนี้คงไม่มี ความสามารถตามธรรมชาติอันนี้มีช่วงเวลาจำกัด ถามว่าช่วงจำกัดนี้แค่ไหน
...จากการศึกษาพบว่า ช่วงวัยที่สร้างกระดูกได้ดีมากจะเป็นช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น เลยกว่านั้นโปรแกรมการสร้างกระดูกก็ยังคงเป็นบวก แต่บวกลดลงมาก จนถึงอายุเกิน 30 - 35 ปี สมดุลกระดูกเริ่มเป็นลบแล้ว ดังนั้นเวลาทองนี้ต้องอาศัยคุณพ่อคุณแม่ที่คอยดูแลและส่งเสริม จากการศึกษาพบว่า การได้รับอาหารที่ดี แคลเซียมที่พอเพียงในวัยก่อนวัยรุ่น จะสามารถชะลอการเกิดภาวะกระดูกพรุนไปได้กว่า 10 ปี  
...แคลเซียมเป็นสารอาหารที่หาไม่ยาก พบได้ในอาหารทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน นมจัดเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง นอกจากนั้นก็คือพวกถั่วทุกชนิด  ปลา กุ้งแห้ง กะปิ งาดำ ผักก็มีพวกยอดแค ปวยเล้ง ผักกระเฉด เป็นต้น จะเห็นว่าเป็นอาหารที่หารับประทานได้โดยทั่วไป ราคาไม่แพง มีหลากหลาย บางคนไม่ชอบอันนี้ก็ไปกินอันนั้น เช่น กินกะปิไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ปลาทั่วไปก็มีแคลเซียม ถึงแม้ถ้าเทียบต่อหน่วยแล้วจะน้อยกว่าพวกปลาเล็กๆ แต่ก็มีแคลเซียมมากพอ
...ที่สำคัญ ในวัยเด็กซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการสร้างกระดูก อยู่ในช่วงโปรแกรมสมดุลกระดูกเป็นบวก ร่างกายมีความสามารถดูดแคลเซียมจากอาหารได้ดี และสามารถนำแคลเซียมจากในกระแสเลือดไปตกแต่งบนเนื้อกระดูกได้ดีเช่นกัน ปริมาณแคลเซียมที่เด็กต้องการอย่างน้อยก็ไม่ควรให้ต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไป
...อย่างไรก็ดี ความจำเป็นที่จะต้องไปซื้อยาบำรุงแคลเซียมก็ไม่จำเป็น ในเมื่อมีในอาหารหลากหลายทั่วไป  ไม่อยากจำมากว่าอาหารอะไร แต่อยากได้แคลเซียมสูง ก็ให้คิดถึงนมนะครับ สร้างระเบียบวินัยในการรับประทานนม ทำจนเป็นนิสัย  การรับประทานแคลเซียมมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็ไม่เป็นไร หินปูนไม่สะสมในร่างกายเพราะกินแคลเซียมมาก หินปูนไม่สะสมทำให้เกิดนิ่วเพราะการกินแคลเซียมมาก ร่างกายมีระบบขับแคลเซียมออก และลดการดูดซึมแคลเซียมได้ ไม่ต้องกังวลนะครับ  ภาวะหินปูนเกาะผิดที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากได้รับแคลเซียมมากเกินไป ซึ่งผมจะนำเสนอในครั้งต่อๆ ไป”
ยุคนี้ควรเน้นให้ลูกออกกำลังกายหรืออ่านหนังสือตำราดีคะ เห็นว่าเดี๋ยวนี้ความรู้ใหม่ๆ เปลี่ยนไปมาก ถ้ามุ่งเน้นให้เขาเล่นกีฬา ออกกำลังกาย อาจจะเรียนไม่ทันเพื่อน คุณหมอคิดเห็นว่าอย่างไร
“ธรรมชาติของเด็กมักจะวิ่งซน อยากรู้อยากเห็น เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวอยู่แล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ทำให้ร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว กระดูกจะได้รับแรงกระทำตลอดเวลาที่มีการเคลื่อนไหว แรงที่กระทำกับกระดูกเป็นสิ่งกระตุ้นที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง ที่ทำให้กระดูกมีการสร้าง ซ่อมแซมและสะสมแคลเซียมเพิ่มในเนื้อกระดูก กระดูกที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว กระดูกอันนั้นจะอ่อนแอ กระดูกบางลง ดังนั้น ยิ่งเราออกกำลังกายมากและบ่อย จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อกระดูก
...สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้ลูกของเรานั่งเล่นเกมส์ นั่งเล่นคอมพิวเตอร์หรือดูทีวีแต่เพียงอย่างเดียว ต้องกระตุ้นหรือสร้างเป็นกิจกรรมประจำให้เขาได้เคลื่อนไหว ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมให้มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ ผมคิดว่าสิ่งนี้เเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กยุคนี้ที่ติดอยู่กับโลกจินตนาการเสมือนจริงในคอมพิวเตอร์ ร่างกายไม่ต้องเคลื่อนไหวเอง ใช้แต่เพียงสมอง สายตามองจอคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้นำมาซึ่งผลเสียต่างๆ มากมาย หลายมิติ เฉพาะกับเรื่องกระดูกข้อต่อ กล้ามเนื้อก็มีมากมาย
...นอกจากกระดูกจะไม่แข็งแรงเท่าที่ควรจะเป็นแล้ว โครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อและข้อต่อยังเสื่อมง่ายกว่าที่ควรจะเป็น การกินอาหารอย่างพอเพียงแต่อย่างเดียวไม่สามารถทำให้กระดูกหนาตัวและแข็งแรงได้ ต้องอาศัยแรงจากการเคลื่อนไหว กระตุ้นเนื้อกระดูก ทั้งให้แข็งแรงขึ้น และส่งเสริมให้เจริญเติบโตดีขึ้นเช่นกัน
...การจัดระเบียบ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว จึงเป็นหนึ่งในภาระที่คุณพ่อคุณแม่ยุคปัจจุบัน ควรคิดถึงและให้ความสำคัญ ไม่น้อยไปกว่าการส่งเสริมให้นั่งอ่านหนังสือ”
ปกติไม่ค่อยให้ลูกเล่นกลางแจ้งโดนแดดเท่าไหร่ เพราะแดดบ้านเราช่วงนี้ร้อนด้วยค่ะ แต่เพื่อนแนะนำว่าถ้าไม่ให้ลูกโดนแดดทุกวัน โตขึ้นจะทำให้เขาป่วยง่าย ไม่ค่อยแข็งแรง จริงหรือไม่คะ
“แสงแดดเป็นกลไกสำคัญอันหนึ่งช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังของเราสร้างวิตามินดี และวิตามินดี จึงจะไปช่วยดูดซึมแคลเซียมที่สำไส้ ช่วยสะสมแคลเซียมในเนื้อกระดูก แต่อย่างไรก็ตาม แสงแดดที่ร้อนจัดเกินไป สามารถสร้างโทษให้กับผิวหนังของเราได้เช่นกัน
...ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะในการสัมผัสแสงแดด คือช่วงเวลาเช้า แสงแดดอ่อนๆ หรือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน คุณพ่อคุณแม่จึงควรพยายามหากิจกรรมกลางแจ้งให้ลูกได้ร่วมกิจกรรมตามวัย นอกจากจะได้แสงแดด ได้วิตามินดีแล้ว ยังได้การเคลื่อนไหวกระตุ้นการสร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรง”

นพ.วีระศักดิ์  ธรรมคุณานนท์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางกระดูก

ขอขอบคุณ รพ.เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน
โทร.0-2279-7000-9

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
 แม่และเด็ก 513 พฤศจิกายน 2557