หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ Step for Baby

Search by tag : ให้ลูกคนโตเป็นมือขวาดูแลน้องเทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Step for Baby, เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน


Step สู่การเป็นนักยิมนาสติกรุ่นจิ๋ว
(7 votes)
          น่าดีใจที่คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของลูกมากขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นให้เรียนเสริมด้านวิชาการอย่างเดียว
เพราะข้อดีของการออกกำลังนั้นมีมากมาย องค์กรต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าพ่อแม่ควร สนับสนุนให้ลูกออกกำลังทุกวัน โดยเด็กตั้งแต่วัยเดินได้ไปจนถึงก่อนวัยรุ่น 12 ขวบ ควรออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ทั้งนี้การออกกำลังไม่จำเป็นจะต้องทำจริงจังก็ได้ เพียงปล่อยให้ลูกได้วิ่งเล่นไปมาในบ้าน หรือไปวิ่งเล่นกับเพื่อนนอกบ้านก็จะได้ผลเช่นเดียวกับการให้ลูกเล่นกีฬา    

 

ข้อดีของการเล่นกีฬา   
การออกกำลังนอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ผ่อนคลายความตึงเครียด เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัว เพื่อนฝูง แล้วยังมีผลดีอีกมากมาย เช่น ช่วยควบคุมน้ำหนัก ทำให้กระดูกและข้อแข็งแรง ทำให้กล้ามเนื้อมีพละกำลัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย เพิ่มความกระชุ่มกระชวย เพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเองให้กับเด็ก ทำให้เด็กรู้จักมีน้ำใจเป็นนักกีฬา  มีวินัย ทำให้มี สมาธิดีขึ้นในการเรียนหนังสือ และยังทำให้เด็กๆ สามารถรับความเครียดได้ดีขึ้นด้วย

ชวนลูกเล่นกีฬากันดีกว่า
คุณแม่สามารถช่วยให้ลูกรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้ ด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน โดยชวนลูกออกวิ่ง ตีแบด เล่นฟุตบอล หรือมองหาคอร์สเรียนว่ายน้ำ บัลเล่ต์ให้ลูกได้ทดลองเรียนดู
ในช่วงแรกๆ ลูกอาจมีงอแงอิดออดบ้าง แต่ถ้าเป็นการออกกำลังในแบบที่ลูกชอบแล้วล่ะก็ คนที่ต้องยอมแพ้ขอพักเหนื่อยก่อนมักจะเป็นคุณพ่อคุณแม่
สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มให้ลูกรักการเล่นกีฬาได้อย่างไร มาฟังความคิดเห็นดีๆ จากคุณนิภารัตน์ ยินดี คุณแม่ของน้องปังญ่า-ด.ญ.อนัญญา ธรรมวิชุกร อดีตผู้ชนะการประกวด M&C แม่และเด็ก Baby Contest 2011 รุ่น 3 ขวบ ที่ปัจจุบันกลายเป็นนักยิมนาสติกที่คว้าเหรียญรางวัลมาแล้วมากมาย ด้วยวัยเพียง 5 ปี กันค่ะ

ให้โอกาสลูกได้ลองหลายๆ อย่าง
“เริ่มต้นจากคุณแม่ต้องการหากิจกรรมที่ทำให้น้องได้ฝึกพัฒนาการและได้ออกกำลังกายในวันหยุดหรือยามว่างหลังเลิกเรียนค่ะ ซึ่งคุณแม่ได้หากิจกรรมหลายอย่างให้น้องได้เลือกและทดลองเรียน เช่น ร้องเพลง เต้นรำ บัลเล่ต์ ยิมนาสติก ฯลฯ
...สุดท้ายน้องปังญ่าได้บอกคุณแม่ว่าชอบเรียนยิมนาสติก คุณแม่ก็เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดีเพราะทำให้น้องได้ออกกำลังกาย ทำให้มีสุขภาพที่ดี และยังได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน คุณแม่จึงสนับสนุนเต็มที่ค่ะ”

เบื่อบ้าง งอแงบ้าง ตามประสาเด็ก
“น้องเริ่มเรียนยิมนาสติกอย่างจริงจังตอน อายุ 4 ขวบค่ะ ตอนแรกน้องชอบที่จะไปเรียน ส่วนหนึ่งเพราะคุณแม่ได้ให้เขาลองเรียนมาหลายอย่าง แล้วเขาเป็นคนเลือกเองว่าชอบเรียนยิมนาสติกมากกว่าอย่างอื่น แต่พอเรียนได้ซักระยะน้องคงเริ่มเบื่อ จึงมีอาการไม่อยากไปเรียนบ้างตามประสาเด็ก เขาก็จะให้เหตุผลต่างๆ นานา เพื่อจะไม่ไปเรียน เช่น ปวดเมื่อยบ้าง เจ็บตรงโน้น ตรงนี้บ้าง แต่คุณแม่ก็จะคอยให้กำลังใจ และชื่นชมน้องเมื่อทำท่าต่างๆ ของยิมนาสติกได้
...นอกจากนี้ เมื่อน้องปังญ่ากลับมาจากเรียน คุณแม่จะคอยให้น้องมาสอนคุณแม่กับคุณพ่อทำท่าต่างๆ เสมอ ทำให้น้องสนุกและได้ฝึกซ้อมไปในตัว ส่วนเรื่องที่น้องอ้างว่าเจ็บ คุณแม่จะบอกเสมอว่าถ้าต้องการหายเจ็บต้องไป เรียนซ้ำ แล้วจะหายเจ็บ ซึ่งก็หายจริงๆ ค่ะ”

 จัดสรรเวลาให้ลงตัว  
“ปัจจุบันน้องปังญ่าเรียนยิมนาสติกอยู่ที่สโมสรจินตนา เพชรเกษม 81 ค่ะ เรียนที่นี่มาได้ปีกว่าๆ แล้วค่ะ น้องได้ฝึกฝนท่าพื้นฐานต่างๆ ของยิมนาสติกและได้ฝึกยิมนาสติกลีลาด้วย โดยทางสโมสรจะเปิดสอน 6 วันต่อสัปดาห์ คุณแม่ก็จะให้น้องเรียนประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์ แต่หากเป็นช่วงสอบของโรงเรียน ก็จะให้น้องงดเรียนในช่วงนั้น แต่ก็ยังคงมีการซ้อมแบบเบาๆ ที่บ้านค่ะ
...ส่วนเรื่องการแข่ง ทางสโมสรจะมีตารางการแข่งขันยิมนาสติกรายการต่างๆ ตลอดทั้งปี และได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันอยู่เสมอ น้องปังญ่าก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ซึ่งตั้งแต่เรียนมาได้เข้าร่วมหลายรายการมีทั้งประสบความสำเร็จและผิดหวังบ้าง แต่ก็เป็นประสบการณ์ให้กับน้อง ให้รู้จักคำว่า น้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ”

เส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ
“เรื่องอยากให้น้องเป็นนักกีฬาอาชีพหรือไม่นั้น คงต้องแล้วแต่น้องปังญ่าค่ะ เพราะการที่จะเป็นนักกีฬาอาชีพนั้นต้องมีใจรัก ตั้งใจ และต้องทุ่มเทจริงถึงจะเป็นได้ ทั้งยังต้องซ้อมหนักมากๆ ตัวน้องปังญ่าเอง เค้าก็บอกว่า อยากเรียนยิมนาสติกไปเรื่อยๆ แต่สำหรับแม่แล้วตอนนี้อยากให้น้องเรียนเป็นหลัก แต่ถ้าน้องอยากเป็นนักกีฬาอาชีพจริงๆ คุณแม่ก็จะให้การสนับสนุนน้องอย่างเต็มที่ค่ะ
...ที่ผ่านมา เค้าทำได้เท่าที่ผ่านมาแม่ก็ชื่นใจมากๆ เพราะนอกจากเล่นกีฬาแล้ว น้องยังมีงานด้านการแสดงด้วย ซึ่งการเรียนยิมนาสติกสามารถนำมาต่อยอด ในเรื่องการเต้น การร้องเพลง บัลเล่ต์ ได้ด้วย
....สำหรับคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่อยากหากิจกรรมให้ลูก เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ ให้ลูกได้ทำในสิ่งที่เค้ารัก เค้าก็จะตั้งใจเรียนรู้ ฝึกฝน และทำสิ่งนั้นได้ดีและสนุกค่ะ”

น้องปังญ่า-ด.ญ.อนัญญา ธรรมวิชุกร อายุ 5 ปี
- เหรียญทอง ประเภทบุคคล และประเภททีม  จากการแข่งขันยิมนาสติกเพื่อความเป็นเลิศ สโมสรสัมพันธ์ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2555  ณ JRC Gymnastics center 
- เหรียญทองประเภททีม และเหรียญทองแดงประเภทบุคคล จากการแข่งขันยิมนาสติกลีลาเพื่อความเป็นเลิศ นนทบุรีโอเพ่น ครั้งที่ 4 ประจำปี 2555  ณ สนามกีฬานนท์สปอร์ต
- ร่วมการประกวด " มหัศจรรย์กีฬายิมนาสติกเพื่อสุขภาพ " ครั้งที่ 3 ประจำปี 2555 ของ สสส. ณ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

เรื่อง : ณ ลันตา
ภาพ : พี่ไม้
แสดงแบบโดย : น้องปังญ่า-ด.ญ.อนัญญา ธรรมวิชุกร และคุณแม่นิภารัตน์ ยินดี

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552