หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


ลูกมีปัญหาสันหลังเบี้ยว
(1 vote)
“ให้สังเกตหลังลูกตนเองให้ดี ว่ามีรอยนูน รอยบิดของหลังที่ผิดปกติหรือไม่ โดยสังเกตได้ตั้งแต่เกิด อย่างเวลาเขานอนอยู่ ก็ให้นอนคว่ำแล้วสังเกตดู”

 

ลูกอายุ 4 ปี 3 เดือนค่ะ สังเกตตรงช่วยหลังเขาจะแปลกๆ เหมือนกระดูกสันหลังเบี้ยว ไม่ตรงแบบเด็กคนอื่น ลองเสิร์ชข้อมูลดู เจอภาวะกระดูกสันหลังคด ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหานี้หรือไม่ อยากทราบข้อมูลเพื่อสังเกตหน่อยค่ะ แล้วเด็กอายุ 4 ปี มีปัญหากระดูกสันหลังคดได้ไหมคะ ควรต้องแก้ไขอย่างไร ต้องพบแพทย์สาขาใดคะ

“ภาวะกระดูกสันหลังคดสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัยครับ และเป็นได้ตั้งแต่เด็กวัยเล็กๆ รวมทั้งเด็กแรกเกิดก็สามารถเป็นได้ เรียกว่า Congenital Scoliosis ซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ เป็นความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่แรกเกิด สัมพันธ์กับความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกสันหลังแหว่ง คือมีหนึ่งข้อที่แหว่งไป อาจแหว่งซ้ายหรือขวา ขณะที่ด้านหนึ่งกระดูกมันยืดขึ้นมา แต่อีกด้านไม่มีกระดูกให้ยืด ก็จะทำให้หลังค่อยๆ คด หรือบางคนก็มีกระดูกสันหลังเกิน ทีนี้เมื่อเด็กค่อยๆ โตขึ้น สักหกขวบก็จะเริ่มเห็นชัดว่าหลังของเด็กคนนี้ค่อยๆ เบี้ยว ยิ่งเด็กสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเบี้ยวเยอะ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ เด็กก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตสูง กลายเป็นบุคคลทุพลภาพ ส่วนใหญ่จึงต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยการตัดแต่งกระดูก
      ...สำหรับสาเหตุ ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่ามีโครโมโซมบางอย่างที่เป็นตัวบังคับให้เกิดการม้วนกระดูกสันหลังขึ้น เหมือนเวลาบิดเชือก พอปั่นเชือกไปเรื่อยๆ มันจะค่อยๆ บิดเกลียว กระดูกสันหลังของเราก็เช่นเดียวกัน ซึ่งภาวะนี้มักพบช่วงที่เด็กอายุก่อนวัยรุ่น โดยมีการศึกษากัน สันนิษฐานว่าพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุด คือถ้าคนในครอบครัวเคยมีประวัติกระดูกสันหลังคดแบบไม่ทราบสาเหตุมาก่อน ก็มักพบว่าลูกมีโอกาสที่จะเป็นกระดูกสันหลังคดสูงกว่าคนทั่วไป ซึ่งอาการจะค่อยๆ แสดงออกมาโดยเด็กไม่รู้ตัว ที่พบบ่อย คือการคดของกระดูกสันหลังช่วงหน้าอก
      ...ปกติกระดูกสันหลังคด ถ้าคดไม่ถึง 60 องศา ก็แทบไม่มีอาการปวดแตกต่างจากคนทั่วไป แต่ถ้าคดเกินหกสิบองศา จะเริ่มมีอาการปวดหลัง และถ้าคดเกิน 100 องศา ก็จะมีปัญหาเรื่องการหายใจ และถ้าคดเกิน 130-140 องศาขึ้นไป ก็จะเริ่มเป็นอัมพาต เริ่มมีการอ่อนแรง คนไข้ก็คงเดินไมได้แล้ว เรียกว่าตัวแทบเดินขนานกับพื้นทีเดียว
      ...ผลกระทบต่ออวัยวะอื่นๆ ก็มีเรื่องของปอดที่เจอบ่อย โดยปอดจะมีการติดเชื้อ เพราะว่าขนาดของปอดจะเล็กลงตามการบิดของซี่โครง พอปอดเล็กลงเรื่อยๆ ก็จะทำให้มีการติดเชื้อสูงกว่าคนปกติ และพวกนี้ถ้ามีการติดเชื้อในปอด ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ง่าย
      ...กลุ่มที่คดเร็วๆ เด็กพวกนี้เราจะนัดมาทุกๆ 6 เดือน และถ้า 6 เดือนมาแล้วพบว่า คดเร็วมากขึ้นเกิน 5 องศา ก็ชัวร์ๆ ว่าเด็กคนนี้ต่อไปต้องคดเร็วแน่ๆ ความพิการก็สูงตามไปด้วย เด็กพวกนี้ก็จะถูกแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัด แต่ถ้าอายุยังน้อยอยู่ ไม่เหมาะกับการผ่าตัด ก็อาจแนะนำให้เด็กใส่เสื้อเกราะ (brace) เช่น เด็กอายุ 8 ขวบมาด้วยมุมคดที่ไม่เยอะนัก สัก 30 องศา เราก็จับเขาดัดในเสื้อเกราะซึ่งต้องสั่งตัด เวลาใส่ก็จะทรมานหน่อย เนื่องจากต้องมีการบังคับโดยการบิดตัว เด็กจะอยู่ในท่าที่เบี้ยวๆ แบบนี้ตลอดเวลา ทั้งวันทั้งคืนจึงจะได้ผล แต่เด็กก็สามารถขยับตัว ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เดินได้ ไปเรียนหนังสือได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องใส่เสื้อตัวใหญ่ๆ เพื่อบิดกระดูกสันหลังให้มันกลับคืน แล้วต้องคอยกลับมาปรับ มาดัดที่โรงพยาบาลทุกๆ 2-3 เดือน โดยใช้ความร้อนอัดเข้าไปโม
      ...ขณะที่การรักษาด้วยการผ่าตัด ปัจจุบันโอกาสสำเร็จจากการผ่าตัดก็มีสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยมีความเสี่ยงต่อระบบประสาทเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถ้าเราผ่าตัดได้ดี คนไข้ก็ไม่ต้องใส่เบร๊คอีกเลย เพียงแต่คนไข้จะมีเหล็กอยู่ในตัวคอยค้ำไว้ ก็สามารถเดินไปไหนต่อไหนได้ โดยคนไข้จะเจ็บนิดหน่อยในช่วงแรกเท่านั้น ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นก็ค่อยๆ เบาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในอดีต เหล็กที่ใส่ในร่างกาย เรียกว่าเหล็กฮุก เป็นตะขอเกี่ยวดันขึ้นไป ใช้มาประมาณหกสิบปี จนเลิกใช้กันประมาณสิบห้าปีที่แล้ว เพราะความถูกต้องในการแก้ไขแนวกระดูกสันหลังสู้เหล็กรุ่นใหม่ไม่ได้ หลังผ่าตัด กรณีคนไข้ส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องกลับมาแก้ไขใหม่ ทีเดียวจบ ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดก็ขึ้นอยู่กับราคาของเครื่องมือเป็นหลัก ซึ่งราคาของเครื่องมือ ถ้าเอาจากต่างประเทศทั้งหมด ก็ไม่ต่ำกว่า 2-3 แสน แต่ปัจจุบันในบ้านเราสามารถผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ได้แล้ว ราคาก็ต่ำลงมาอีกครึ่ง
      ...การรักษาด้วยการผ่าตัดมีข้อดีกว่าการใส่เบร๊ค หนึ่งคือ เด็กไม่ต้องเสียสุขภาพจิตจากการใส่เบร๊ค สอง โอกาสสำเร็จก็มากกว่า มั่นใจได้ เพราะเด็กไม่สามารถถอดเหล็กเองได้แน่นอน เมื่อได้รับการดัดตรงแล้วก็คือตรงตลอดไป แต่ข้อเสียคือ ความเสี่ยงจากการผ่าตัดทั่วๆ ไป เช่น การติดเชื้อ การเกิดอัมพาต แต่ก็มีโอกาสน้อย ประมาณ 1 - 2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรอยแผลผ่าตัด ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการคด ถ้าคดสั้นๆ แผลก็ไม่ยาว ถ้าคดยาวๆ แผลก็ต้องลากยาวไปด้วย และหลังผ่าตัด ก็จำเป็นต้องใส่เบร๊คประคองไปอีกระยะ ประมาณ 5 - 6 เดือน เพื่อให้กระดูกที่เราโรยไว้เชื่อมกันสนิท รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือน เช่น เล่นรักบี้ แต่ถ้ากีฬาธรรมดาๆ อย่างว่ายน้ำ ตีปิงปอง ก็สามารถเล่นได้ปกติ ไม่มีปัญหา
      ...สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ หนึ่ง ให้สังเกตหลังลูกตนเองให้ดี ว่ามีรอยนูน รอยบิดของหลังที่ผิดปกติหรือไม่ โดยสังเกตได้ตั้งแต่เกิด อย่างเวลาเขานอนอยู่ ก็ให้นอนคว่ำแล้วสังเกตดู รวมทั้งอย่าละเลยแม้เด็กเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ส่วนใหญ่เด็กวัยรุ่นมักชอบแต่งตัวเอง พ่อแม่ก็อาจต้องเข้าไปพูดคุย ระหว่างที่เขาเปลี่ยนเสื้อใน ก็ลองดูสักหน่อยว่าหลังเขามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ลองให้ก้มในแนวระนาบขนานกับพื้นดู ว่าสะบักสองข้างเท่ากันไหม ถ้าสะบักสองข้างไม่เท่ากัน ก็แสดงว่าเด็กคนนั้นอาจเริ่มมีกระดูกสันหลังคด ก็ควรลองพาเขามาให้แพทย์ตรวจสักหน่อยครับ”

นพ.ทายาท บูรณกาล
ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร.1718

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561