หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ Step for Baby

Search by tag : ให้ลูกคนโตเป็นมือขวาดูแลน้องเทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Step for Baby, เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน


เสริมทักษะและพัฒนาการ ลูกวัย 9-12 เดือน
(1 vote)
          เมื่อลูกเข้าสู่วัย 9-12 เดือน ทักษะและพัฒนาการของเขาจะเพิ่มมากขึ้น จากที่เคยคลาน จะเริ่มนั่ง เกาะยืนปีน และตั้งไข่ จนเริ่มเดิน 2-3 ก้าวได้เอง เค้าจะเริ่มใช้นิ้วและมือ หยิบสิ่งของต่างๆ และปล่อยเองได้ ทักษะด้านภาษาของเขา ก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่ฟังและตอบสนองต่อประโยคนั้นๆ เช่น พูดออกเสียงเป็นคำๆ ชี้ไปยังรูปที่ระบุ หรือหยิบของที่ต้องการมาให้ แม้จะยังไม่ถูกต้องทุกครั้ง
การส่งเสริมให้ลูกมีทักษะและพัฒนาการที่ดีสมวัย คุณพ่อคุณแม่คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดของลูก เป็นกำลังใจ และเป็นกิจกรรมเสริมสร้างสายใยรักในครอบครัว โดยสามารถเรียนรู้ผ่านสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน

 

เรียนรู้ “สังเกต” ผ่านของใช้ในบ้าน
ช่วงวัยนี้ของลูกน้อย เป็นวัยที่สำคัญสำหรับการปรับตัวสู่โลกใหม่ เค้าจะเริ่มเรียนรู้ทุกสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นผู้คน เสียง สิ่งของ การเรียนรู้ทั้งหลายจะเกิดจากประสาทสัมผัสและผ่านไปสู่สมองเพื่อสร้างเซลล์แห่งการเรียนรู้ขึ้น
เพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการ ควรสอนให้เขารู้จักการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว เริ่มจากภายในบ้าน อุ้มเขาพาเดินชมส่วนต่างๆ ของบ้าน พร้อมชี้ไปยังสิ่งนั้น สอนเขาให้เรียนรู้ชื่อเรียก เช่น รูปภาพ แจกัน โทรทัศน์ ตู้หนังสือ ฯลฯ ให้เขาลองจับ หรือจับมือเขาไปสัมผัส เพื่อเรียนรู้รูปร่าง ความแตกต่างของแต่ละวัตถุ ทำซ้ำๆ บ่อยๆ ทุกวันหรือทุกครั้งที่มีโอกาสเล่นกับลูก เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสของเขา พร้อมกันนี้ บรรยากาศของการเรียนรู้ ควรสอนเขาด้วยเสียงนุ่มนวล และสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อให้เค้ารู้สึกปลอดภัยและพร้อมที่จะเรียนรู้

สวมบทบาท “นักสำรวจตัวน้อย”
ช่วงวัยนี้ลูกพร้อมเสมอกับการสำรวจสิ่งใหม่ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจด้วยมือ ตา รวมถึงปาก จึงมักไม่ชอบการนั่งเฉย สนใจที่จะทำบางสิ่งเพื่อเรียนรู้ถึงผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเหล่านี้จะทำให้เค้าเกิดความเข้าใจ ความจำ และเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ในที่สุด
เพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการ ควรให้เค้าได้สำรวจทุกสิ่งด้วยตนเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้ชิดเพื่อคอยกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ พร้อมกับฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่-เล็ก โดยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ผ่านการเล่นอุปกรณ์ของเล่นไม้ พร้อมฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กโดยการฝึกลูกจับวัตถุเล็กๆ และเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองในการเรียนรู้เหตุและผล รวมไปถึงฝึกทักษะทางสังคม ผ่านเกมต่างๆ เป็นต้น

 “กล้า” เพื่อแสดงออกถึงตัวตน
ช่วงวัยนี้ลูกจะเริ่มแสดงออกถึงตัวตนของเขา เมื่อเจอคนแปลกหน้า ไม่คุ้นชิน เขาจะหลบหน้าหลบตา ถ้าอุ้มอยู่จะรีบก้มหน้าซบบ่า ไม่ก็อาจร้องไห้ทันที จึงต้องเสริมสร้างความกล้าให้เขา ด้วยการให้เค้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และให้เค้าลองปฏิบัติด้วยตัวเอง เช่น หัดเดินก้าว และเคลื่อนไหวภายในบ้าน อย่าห้ามเขา ยกเว้นถ้าบริเวณที่เขาคลานหรือเดิน วิ่งไป เสี่ยงอันตราย เช่น บันได มุมโต๊ะ ใกล้สวิตช์ไฟ ยังต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
เพื่อส่งเสริมให้ลูกมีความกล้า ควรให้เค้าได้แสดงออกถึงตัวตนของเขาอย่างอิสระเต็มที่ เช่น ให้เค้าเรียนศิลปะตั้งแต่เล็ก เมื่อเค้าทำได้ดี ควรชื่นชม ปรบมือ ให้กำลังใจ และสวมกอด เพื่อให้เขารู้สึกมั่นใจ และมีความกล้ามากยิ่งขึ้น

“คิด” เพื่อเป็น “นักแก้ปัญหา”
ในวัยนี้เด็กๆ จะมีทักษะการเคลื่อนที่ที่ดี เริ่มพูดเป็นคำๆ กระทั่งถึงประโยคสั้นๆ ซึ่งความพร้อมของทักษะทั้งคู่ ทำให้เด็กๆ ชอบที่จะทำอะไรด้วยตนเองไม่ชอบการบังคับ
เด็กวัยนี้จะเน้นที่พัฒนาการทางภาษาควบคู่ไปกับพัฒนาการทางความคิด โดยการฝึกแก้ปัญหาซึ่งจะเน้นใช้คำถามมิใช่คำสั่ง นอกจากนั้นเด็กๆ ยังมีโอกาสได้เสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อมัดใหญ่-เล็ก และทักษะทางสังคมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่
เพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกเค้าเป็นนักแก้ปัญหาที่ดี ผ่านการเล่นของเล่นประเภทบล็อก จิ๊กซอว์ ตัวต่อ รวมไปถึงเครื่องเล่นที่ต้องอาศัยการควบคุมร่างกาย และมีการฝึกคิดเพื่อแก้ปัญหา เช่น ลอดอุโมงค์ ปีนข้าม กระโดดข้าม เป็นต้น

สอนลูกสื่อสารด้วย Baby Sings
ช่วงวัยนี้แม้ลูกจะยังพูดเป็นคำไม่ได้ แต่วัยนี้เค้าพยายามอย่างมากที่จะสื่อสารให้คนรอบข้างเข้าใจ โดยการร้องไห้ การทำท่าทาง หากผู้ปกครองตอบสนองการสื่อสารนั้นได้ จะช่วยให้เค้ามีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดี
เพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกสื่อสารได้ดีขึ้น โดยลดข้อจำกัดด้านการพูด มาเป็นการสื่อสารผ่านท่าทางง่ายๆ อย่าง Baby Sings ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่พิสูจน์แล้วถึงประโยชน์ด้านพัฒนาการทางภาษาที่เด็กจะได้หากเรียนรู้เรื่อง Baby Sings โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ครอบครัวใช้สองภาษาขึ้นไป
กิจกรรมแนะนำ ควรฝึกให้เค้าออกเสียง ผ่านระดับเสียงที่แตกต่างกัน พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ผ่านการ์ดคำศัพท์ รูปภาพ หรือนิทาน ขณะเดียวกัน สอนให้เขาเป็นนักฟังที่ดีด้วย เพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษาที่ดี

“ดนตรี” สู่พัฒนาการด้านอารมณ์
ช่วงวัยนี้การเรียนรู้เรื่องเสียงเป็นพัฒนาการที่สำคัญ หากลูกได้รับการกระตุ้นด้านจังหวะทำนอง เสียงที่แตกต่างกัน จะทำให้เค้าเกิดการเชื่อมโยงของเซลล์สมองมากขึ้น ซึ่งเสริมสร้างพัฒนาการทางภาษา อารมณ์สังคม และความจำระยะยาวต่อไป
เพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการ ควรเน้นให้เค้าเรียนรู้ทักษะทางด้านดนตรี เรียนรู้จังหวะและทำนองที่หลากหลายผ่านสไตล์ดนตรีที่ต่างกัน โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยแนะนำ การเรียนรู้ดนตรีสำหรับเด็กวัยนี้จะเปิดโอกาสให้เค้าได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ของเล่นประเภทดนตรี ทั้งแบบตี-กด-เป่า เช่น กลอง เปียโน ขลุ่ย เป็นต้น จึงควรมีติดบ้านไว้ให้ลูกเล่น เพื่อให้เค้าเรียนรู้ทักษะทางดนตรีทั้งหลาย ผ่านสไตล์ดนตรีที่ต่างกัน

“พ่อแม่” ของเล่นที่ดีที่สุดของลูก
พ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดของลูก การให้เวลาอยู่กับลูก เล่นกับเขา ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับเขา เป็นสิ่งสำคัญ อย่ารอแค่มีเวลา ต้องหาเวลาอยู่กับลูกให้เพียงพอ และกิจกรรมที่เหมาะสม ก็ไม่ใช่การนั่งดูโทรทัศน์ หรือเล่นคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการพูดคุยกัน อ่านนิทาน พาเขาไปเดินเที่ยว เล่นกีฬาด้วยกัน ทำอาหารด้วยกัน เป็นต้น
ช่วงวัยนี้ควรเล่นกับลูก พร้อมสอนเขาในสิ่งที่ถูกหรือผิด และให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว วัย 9-12 เดือน เค้าจะเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมจากคนใกล้ตัว และคุณพ่อคุณแม่ก็คือครูที่ดีที่สุดของลูก กิจกรรมที่แนะนำในช่วงวัยนี้ คือ สอนลูกให้รู้จักการเคี้ยว-กลืนอาหาร สอนให้จับสิ่งของต่างๆ สอนให้เขารู้จักคำศัพท์ คำเรียก และชื่อตัวเอง เรียกพ่อเรียกแม่ เป็นต้น

แสดงแบบโดย คุณพ่อสิริพล คุณแม่ซายูริ
และน้องนานะ เตชะมาถาวร

ขอขอบคุณ Gymboree
บริษัท เพลย์แอนด์มิวสิค จำกัด ซ.สุขุมวิท 49
โทร.0-2762-7890

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552