หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 2

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 2, ชุดชั้นใน...คุณแม่ท้อง


ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจน้ำคร่ำ
(0 votes)
          New Mom ตอนที่แล้ว เราได้บอกไปว่า คุณหมอมักจะแนะนำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุเกิน 35 ปี คุณๆ ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นดาวน์ซินโดรม และคุณที่ตรวจ AFP TEST แล้วได้ค่าต่ำกว่าปกติ ทำการตรวจน้ำคร่ำ ทำให้มีคุณแม่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม
           ตอนนี้เราจึงจะมาตอบคำถามที่คุณแม่สงสัยค่ะ
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจน้ำคร่ำ
คุณแม่ตั้งครรภ์ที่คุณหมอมักแนะนำว่าควรตรวจน้ำคร่ำ ได้แก่
      1. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
      2. เคยมีบุตรเป็นดาวน์ซินโดรมจากโครโมโซมผิดปกติ
      3. เคยมีบุตรที่มีความพิการมาแต่กำเนิด
      4. เคยแท้งบุตรตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป
      5. คู่สมรสมีความพิการแต่กำเนิด
      6. ตรวจเมื่อทำการตรวจ Alpha Feto Protein (AFP TEST) แล้วได้ค่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากค่า AFP ที่สูงกว่าปกติแสดงว่าทารกในครรภ์เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติหรือเป็นครรภ์แฝด แต่ค่าที่ต่ำกว่าปกติแสดงว่าทารกเจริญเติบโตช้า หรืออาจเป็นดาวน์ซินโดรมซึ่งต้องตรวจน้ำคร่ำเพิ่มเติม เพราะอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป
ควรทำการเจาะน้ำคร่ำเมื่อไหร่
      คุณแม่อาจสงสัยว่าควรได้รับการเจาะน้ำคร่ำเมื่อไหร่กันแน่ คำตอบคือการเจาะน้ำคร่ำจะทำในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 นั้น ขึ้นอยู่กับเหตุผลของการเจาะ เช่น ถ้าต้องการเจาะเพื่อตรวจความผิดปกติของโครโมโซมก็จะเจาะในไตรมาสที่ 2 ส่วนการตรวจในไตรมาสที่ 3 จะตรวจเพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาของกลุ่มเลือด การติดเชื้อ ตรวจความพร้อมของทารกว่าเติบโตเต็มที่หรือไม่ ปอดของทารกแข็งแรงหรือไม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีทีมีแนวโน้มว่าจะคลอดก่อนกำหนด
ขั้นตอนของการเจาะน้ำคร่ำเป็นอย่างไร
      ขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ แพทย์จะอัลตราซาวด์ให้คุณแม่ก่อนเพื่อคาดคะเนอายุครรภ์ที่แน่นอน จำนวนของทารก การเต้นของหัวใจ ตำแหน่งของทารกและรก เพื่อป้องกันไม่ให้เข็มแทงไปถูกตัวเด็กในครรภ์ หรือจุดที่สำตัญๆ อย่างสายสะดือหรือรก
      จากนั้นแพทย์จะทำความสะอาดผิวหนังหน้าท้องคุณด้วยยาฆ่าเชื้อ แล้วใช้เข็มเล็กๆ ยาวๆเจาะผ่านผนังหน้าท้อง ผ่านลงไปที่มดลูก เข้าไปในถุงน้ำคร่ำแล้วดูดเอาน้ำคร่ำออกมาประมาณ 15 - 30 มิลลิลิตร ฟังดูอาจน่ากลัว แต่คุณแม่จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และปริมาณน้ำคร่ำที่ดูดออกมาก็น้อยมากถ้าเทียบกับปริมาณน้ำคร่ำทั้งหมด และร่างกายจะสร้างน้ำคร่ำมาทดแทนได้ภายใน 12 ชั่วโมง คุณแม่จะทราบผลการตรวจภายใน 2-3 สัปดาห์
หลังการตรวจน้ำคร่ำควรปฏิบัติตัวอย่างไร
      การเจาะน้ำคร่ำใช้เวลาเพียง 2 –3 นาที แต่คุณหมอจะให้คุณแม่นอนพักหลังตรวจประมาณครึ่ง - 1 ชั่วโมง จึงให้กลับบ้านได้ โดยคุณแม่ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านเฉยๆ ซัก 1 วัน
หลังจากนั้นคุณก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันและงานได้ตามปกติ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนทางหน้าท้อง เช่น ยกของหนัก เดินทางไกล และงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
      แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูง, ปวดท้องมาก, มีเลือดหรือน้ำใสๆ ออกทางช่องคลอด, ปวดหลัง ควรกลับไปแพทย์
      การเจาะถุงน้ำคร่ำเป็นวิธีหนึ่งในการช่วยวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ ที่ทำกันมานานแล้ว และเป็นวิธีการตรวจที่มีความแม่นยำ ภาวะแทรกซ้อนน้อย โอกาสที่จะเกิดการแท้งบุตรหลังการเจาะถุงน้ำคร่ำพบได้น้อยมาก ทั้งยังไม่มีรายงานว่ามีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ที่มีความสัมพันธ์กับการเจาะถุงน้ำคร่ำ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและลูกน้อย หากคุณหมอแนะนำให้ตรวจ ไม่ควรปฏิเสธค่ะ

 

เรื่อง : นาลันทา
ภาพ : พี่ไม้
แสดงแบบโดย : คุณกุลนัฐ สุวรรณโชติรัศมี

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552