นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - “แผลเล็ก ลดเสี่ยง ฟื้นไว”
หมวดหมู่บทความ Talks มากหมอ(ไม่)มากความ

Search by tag : Talks, มากหมอ(ไม่)มากความ, นายแพทย์สมสิทธิ์ ตันสุภสวัสดิกุล คุณหมอพ่อพระแห่งบำราศนราดูร


“แผลเล็ก ลดเสี่ยง ฟื้นไว”
(1 vote)
“โรคเฉพาะสตรีที่สามารถใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ได้แก่ โรคเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกงอกผิดที่ การต่อหมันสตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดมะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกราน ทั้งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก”

                เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ได้เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยโรค การผ่าตัดรักษา และยาใหม่ๆ รวมถึงการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งนับวันเครื่องจักรกลทันสมัยควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์นี้จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ในสาขาทางการแพทย์ต่างๆ อาทิ ระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยกรรมทั่วไป รวมทั้งการรักษาโรคทางนรีเวช เพื่อช่วยการผ่าตัดให้มีความแม่นยำ ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ที่โรงพยาบาลศิริราชก็เช่นกัน มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โดยเริ่มทำการผ่าตัดครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากนั้นได้พัฒนาศักยภาพการใช้งานของหุ่นยนต์ในชื่อเรียก “ดาวินชี่” ให้สามารถใช้กับการผ่าตัดด้านอื่นๆ ซึ่งความสำเร็จนี้เอง ศิริราชจึงลงทุนเพิ่มหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตัวที่ 2 โดยมี ศ.คลินิก นพ.อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ รศ.นพ.ไชยยงค์ นวลยง หัวหน้าสาขาวิชาระบบทางเดินปัสสาวะ ผศ.นพ.ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์ หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป และ รศ.นพ.กรกฎ ศิริมัย รองหัวหน้าสาขาวิชาการใช้กล้องเพื่อส่องตรวจและรักษาทางนรีเวชวิทยา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา เข้าร่วมบรรยาย
คุณหมอแต่ละท่านอธิบายถึงการควบคุมการผ่าตัดผ่านหุ่นยนต์ว่า
“การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เป็นหัตถการชนิดที่คล้ายคลึงกับการผ่าตัดหน้าท้องภายใต้ลำกล้อง ซึ่งศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดด้วยคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กจิ๋วที่ติดอยู่กับมือหุ่นยนต์จากระยะไกล เจาะรูให้มีแผลเล็กกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม ซึ่งการเคลื่อนไหวเฉพาะที่นี้เป็นการผ่าตัดที่ให้ประโยชน์มากกว่าวิธีการมาตรฐานของการผ่าตัดภายใต้ลำกล้อง
…และบางครั้งการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ทำให้ศัลยแพทย์ทำหัตการที่รุกล้ำร่างกายด้วยบริเวณที่แคบกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ หัตถการเดียวกันสามารถทำได้เฉพาะการผ่าตัดเปิดหน้าท้องเท่านั้น เมื่อวางมือหุ่นยนต์บนหน้าท้อง ศัลยแพทย์สามารถใช้มือหุ่นยนต์ทำหัตถการได้ง่ายกว่าเครื่องมือในการผ่าตัดภายใต้ลำกล้อง”
ความสำเร็จที่ผ่านมา
“จากสถิติผู้ป่วยที่ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในประเทศอาเซียนพบว่า โรงพยาบาลศิริราชมียอดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มากกว่า 1,000 ราย ประกอบด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก 860 ราย มะเร็งไต 35 ราย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 5 ราย ศัลยกรรมทั่วไป ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน หลอดอาหารตีบ โรคกรดไหลย้อน 106 ราย รวมถึงโรคทางด้านนรีเวช ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก 10 ราย
...และด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางศิริราชจึงริเริ่มโครงการเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ศิริราชผ่าตัดผู้ป่วยด้อยโอกาสด้วยหุ่นยนต์ 84 รายฟรี ซึ่งที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ช่วยให้ผู้ป่วยด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
“การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่เรียกว่า Robotic assisted surgery ในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลนี้เป็นการใช้ระบบ da Vinci Surgical System ในการผ่าตัด โดยการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ด้วยระบบดังกล่าว ประกอบด้วยสามองค์ประกอบหลักๆ คือ ชุดควบคุมหรือสั่งการ ตัวหุ่นยนต์ ที่มีแขน 4 แขน โดย 1 แขนทำหน้าที่ถือกล้องที่มีคุณภาพสูง
…ส่วนอีก 3 แขน ใช้ในการผ่าตัดโดยมีแพทย์เป็นผู้ควบคุม และชุดควบคุมภาพ และส่วนประกอบอื่นๆ แต่ละแขนมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 0.5-0.8 เซนติเมตร แขนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นกล้องคุณภาพสูง ช่วยให้มองเห็นภาพเป็น 3 มิติ ที่สามารถบอกความลึกของเนื้อเยื่อและความชัดสูง และมีเทคโนโลยีลดการสั่นไหวของภาพ พร้อมกำลังขยายถึง 10 เท่า ทำให้การผ่าตัดเป็นอย่างแม่นยำและลดขั้นตอนความยุ่งยากในการผ่าตัด
...โดยหุ่นยนต์ที่ใช้ในการผ่าตัดนี้จะอาศัยการถ่ายทอดสัญญาณไปยังแขนของหุ่นยนต์ ซึ่งจะมีเครื่องมือเล็กยาวผ่านรูที่เจาะผ่านเข้าช่องท้องและทำการผ่าตัดตามที่แพทย์ต้องการ เช่น กรีด ตัด หรือเย็บเนื้อเยื่อ โดยการเคลื่อนไหวของเครื่องมือจะเป็นไปตามการหมุนของมือแพทย์ที่ควบคุมอยู่ที่ชุดควบคุมหรือสั่งการ ประกอบกับการมองเห็นภาพที่เป็น 3 มิติ
…สำหรับหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตัวที่ 2 นี้มีความพิเศษอยู่ที่ ชุดควบคุมการผ่าตัดภายนอกตัวหุ่นยนต์มีอยู่ 2 ชุด ซึ่งต่างจากตัวแรกที่มีอยู่ชุดเดียว”
ขั้นตอนการผ่าตัด
“ศัลยแพทย์พร้อมผู้ช่วยสามารถทำผ่าตัดไปพร้อมกัน โดยจะมีคันบังคับที่ชุดควบคุม มองผ่านภาพ 3 มิติ และถ่ายทอดสัญญาณไปยังแขนหุ่นยนต์ 3 แขน ที่มีขนาดเล็กยาวผ่านรูช่องท้องและทำการผ่าตัดคล้ายมือคน โดยที่ชุดควบคุมชุดแรก อาจบังคับเพียงแขนเดียว ส่วนอีก 2 แขนเป็นหน้าที่ของชุดควบคุมชุดที่ 2 ซึ่งทั้ง 2 ชุดจะทำงานสอดประสานกันอย่างกลมกลืนตามคำสั่งกรีด ตัด เย็บเนื้อเยื่อ และผูกปม โดยที่การเคลื่อนไหวของมือสามารถหมุนได้รอบทิศทาง แม้กระทั่งเข้าไปซอกซอนในที่แคบๆ หรือช่องผ่าตัดเล็กๆ
...ขั้นตอนการผ่าตัด ศัลยแพทย์ก็จะนั่งอยู่มองจอมอนิเตอร์ แล้วสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย ผ่านการเจาะรูเป็นแผลเล็กๆ พร้อมกำกับการเคลื่อนไหวของมือหุ่นยนต์ด้วยมือของศัลยแพทย์เอง โดยมีหลอดบอบบางซึ่งมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่ที่ปลาย เป็นการผ่าตัดภายใต้ลำกล้องชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ศัลยแพทย์ สามารถมองเห็นภาพขยาย 3 มิติ ของร่างกายบนจอ ในเวลาจริง”
ขอบเขตการรักษา
“ในส่วนสาขาวิชาศัลยศาสตร์ ก็ได้พัฒนาศักยภาพการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการผ่าตัดภายในช่องท้อง เช่น การผ่าตัดขยายหลอดอาหารส่วนปลายในโรคหลอดอาหารตีบ หรือรักษากรดไหลย้อนที่มีข้อบ่งชี้ การผ่าตัดเนื้องอกของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ตับอ่อน ทางเดินน้ำดี และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
...จนถึงปัจจุบันได้ขยายขอบเขตการผ่าตัดรักษาโรคภายในช่องทางมากกว่า 15 ชนิด และได้ทำการผ่าตัดแล้วทั้งสิ้น 106 ราย โดยอาศัยคุณสมบัติพิเศษของหุ่นยนต์ที่สามารถผ่าตัดในที่ลึก แคบ และต้องการความถูกต้อง แม่นยำสูง รวมถึงการเคลื่อนไหวของเครื่องมืออย่างอิสระ ช่วยให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
...ที่น่าภูมิใจคือ ในปีที่ผ่านมา หน่วยผ่าตัดส่องกล้องศัลยศาสตร์ทั่วไปได้นำเสนอผลงานการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อน ชนิด Whipple operation ด้วยหุ่นยนต์เป็นผลสำเร็จ ในการประชุมกลุ่มศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดหุ่นยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับรางวัลจากผลงานดังกล่าว ซึ่งการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนชนิดนี้ เป็นการผ่าตัดที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุดของระบบทางเดินอาหาร จึงต้องใช้ทีมศัลยแพทย์ 3 คนทำงานร่วมกัน คือ รศ.นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ อ.นพ.อัฐพร ตระการสง่า และ อ.นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล”
การรักษาโรคทางนรีเวช
คุณหมอกรกฎ ศิริมัย เล่าถึงการใช้หุ่ยยนต์ควบคุมการผ่าตัดรักษาโรคทางนรีเวชที่ผ่านมา ว่า
“ที่ศิริราช ทีมนรีแพทย์สามารถเปิดให้บริการ และทำการผ่าตัดโรคทางนรีเวชโดยใช้หุ่นยนต์ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ทั้งนี้ผู้ป่วยรายแรกป่วยเป็นโรคเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกและยังมีเยื่อบุโพรงมดลูกงอกผิดที่
…การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดในด้านนรีเวชจึงมีประโยชน์อย่างมากและเป็นที่นิยมกัน โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป ซึ่งโรคเฉพาะสตรีที่สามารถใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ได้แก่ โรคเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกงอกผิดที่ การต่อหมันสตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดมะเร็งบริเวณอุ้งเชิงกราน ทั้งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งการผ่าตัดรักษาโดยใช้หุ่นยนต์มีความแม่นยำ ละเอียดถี่ถ้วน สามารถช่วยให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และยังลดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดได้ด้วย
...นอกจากนี้ยังใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้อย่างสมบูรณ์ ครบถ้วน นับเป็นครั้งแรกในวงการนรีแพทย์ไทย ที่ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งอีกเช่นกัน จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยผ่าตัดไปแล้วจำนวน 10 รายการ พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้พอใจกับการรักษาวิธีใหม่นี้”
ตัวอย่างการผ่าตัด
พร้อมกันนี้ ในงานยังมีการถ่ายทอดสดหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดพร้อมกันทั้ง 2 ตัว ตัวแรก ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก โดย รศ.นพ.สุนัย ลีวันแสงทอง ตัวที่สอง เป็นการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดย อ.นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล และมี รศ.นพ.ไชยยงค์ นวลยง ดำเนินการบรรยายพร้อมซักถามไปยังแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด
“ปัจจุบันแนวโน้มของการผ่าตัดจะเป็นแบบ minimal invasive ที่มีแผลผ่าตัดเล็กและฟื้นตัวได้เร็ว เทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย อย่างเคสที่กำลังผ่าตัดจริงนี้ เป็นการผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากที่มีเซลล์ที่ผิดปกติ และ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้งเชิงกรานออก
...การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นี้จะช่วยให้แพทย์สามารถผ่าตัดและฟื้นตัวไวกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาวที่ดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิม จากการศึกษาพบว่าการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์จะสามารถพัฒนาการควบคุมโรคมะเร็งและอาการของโรคของผู้ป่วยสามารถกลับไปสู่ภาวะปกติได้เร็ว
...แต่อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์นี้ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคล ว่ามีความเหมาะสมเพียงใดในการรักษาโดยการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์”
ข้อดี-ข้อเสีย
“ข้อดีคือ ทำให้การผ่าตัดมีความถูกต้อง แม่นยำสูงยิ่งขึ้น เจ็บน้อย ระหว่างการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ศัลยแพทย์จะมองเห็นบริเวณที่ผ่าตัดได้ชัดเจน และอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกกว่า และสามารถเคลื่อนไหวตามวิธีธรรมชาติมากกว่าขณะผ่าตัดภายใต้ลำกล้อง เพราะหุ่นยนต์ช่วยลดการเคลื่อนไหวของศัลยแพทย์ อาทิ การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์เพียงครึ่งนิ้ว ต่อทุกๆ 1 นิ้วของการเคลื่อนไหวของศัลยแพท์ในการเปิดหน้าท้อง ซึ่งลดการสั่นของมือ และการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้การผ่าตัดคลาดเคลื่อน พูดง่ายๆ คือ สามารถทำงานได้เสมือนมือของแพทย์ แต่ไม่สั่นไปกระทบเนื้อเยื่อภายในส่วนอื่น เลือดจึงไม่ไหลออกมาก
...นอกจากนี้ เครื่องมือหุ่นยนต์ยังสามารถเข้าถึงบริเวณที่ยากต่อการเข้าถึงภายในร่างกาย ผ่านการเปิดแผลที่เล็กกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม และการผ่าตัดหน้าท้องภายใต้ลำกล้อง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ไม่สามารถใช้เพื่อหัตถการบางประเภท ที่มีความซับซ้อน อาทิ การผ่าตัดหัวใจบางโรค ที่ต้องอาศัยความสามารถในการเคลื่อนไหวเครื่องมือในทรวงอกผู้ป่วย ด้วยขนาดแขนกลที่เล็กเพียง 1.5 เซนติเมตร ทำให้สอดเข้าไปในร่างกายผ่านรูขนาดเล็กโดยไม่ต้องผ่าเปิดผิวหนังเป็นแนวยาวเหมือนการผ่าตัดด้วยวิธีเดิมๆ
...โอกาสรอดและการฟื้นตัวของคนไข้จึงดีกว่าการผ่าตัดปกติหลายเท่าตัว ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว และยังลดภาวะแทรกซ้อนด้วย โดยเฉพาะการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ร่วมกับความชำนาญของศัลยแพทย์ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัด เลาะ แยกเก็บเส้นประสาทที่ควบคุมการกลั้นปัสสาวะและการแข็งตัวขององคชาต โดยที่ผลของการควบคุมมะเร็งยังดีอยู่
...อย่างไรก็ดี การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์อาจใช้เวลาที่ยาวนานกว่า เนื่องจากเวลาที่ต้องใช้ไปในการติดตั้งระบบหุ่นยนต์ นอกเหนือจากราคาที่แพงมากและไม่มีให้ใช้ในโรงพยาบาลทุกแห่ง และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นั้นไม่ใช่ว่าแพทย์จะทำการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยทุกคน โดยแพทย์จะพิจารณาเฉพาะผู้ป่วยในรายที่จำเป็นจะต้องผ่าตัดด้วยวิธีการที่ซับซ้อนเท่านั้น ก่อนที่จะประเมินว่าสมควรที่จะต้องใช้การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์หรือไม่”

วรวุฒิ ถาวรพรกวิน

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561