หมวดหมู่บทความ Family Life ครอบครับสุขสันต์

Search by tag : Family Life, ครอบครับสุขสันต์, ลับคมความคิดด้วย “ทักษะการเขียน”


ครอบครัวกับการเรียนรู้จากความผิดพลาดล้มเหลว
(0 votes)
...ทุกวันตอนนั่งรถกลับจากโรงเรียน ให้คิดว่าวันนี้ไปพูดจาใจร้ายกับใครหรือเปล่า ไปทำตัวให้ใครเสียใจหรือเปล่า ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นความไม่ดี ให้คิดต่อว่า จะปรับปรุงอย่างไร           นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของครอบครัวในการมองย้อนกลับไปพิจารณาถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างปีที่ผ่านมาทั้งดีและร้าย เพื่อเป็นบทเรียนสำคัญในการก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจอย่างประสบความสำเร็จในปีหน้าฟ้าใหม่ที่จะมาถึงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้จากความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดจากปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตจนทำให้ความหวังที่ตั้งไว้ไม่สามารถเกิดขึ้นเป็นจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดล้มเหลวในหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ระหว่างกันในครอบครัวสามีภรรยา กับลูกๆ ความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง   ความผิดพลาดล้มเหลวในเรื่องการเลี้ยงดูหรือการเรียนของลูก ฯลฯ
มีคนจำนวนมากที่ยึดติดและให้ความสำคัญกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับตนเองเท่านั้น แต่กลับไม่ยอมจดจำหรือยอมรับในความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้วความผิดพลาดล้มเหลวนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน 

มัลคอม ฟอรบส์ (Malcom Forbes) กล่าวไว้ว่า ความล้มเหลวคือความสำเร็จ ถ้าเราเรียนรู้จากมัน ถ้าเรามองเป็น “ครู” หรือเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ จะนำเราไปสู่หนทางที่ดีกว่าได้ เพราะจะช่วยให้เราตระหนักว่าเส้นทางใดที่ดีกว่า ทำให้เราเรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบยิ่งกว่าเดิม
ดังตัวอย่างของ คุณทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ลูกสาวคนสุดท้องของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะบริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กล่าวว่า “คุณพ่อสอนให้เรามองตัวเองตลอด เวลามีความผิดพลาด ก่อนที่จะมองคนอื่นให้มองตัวเองก่อน คุณพ่อจะสอนว่า ทุกวันตอนนั่งรถกลับจากโรงเรียน ให้คิดว่าวันนี้ไปพูดจาใจร้ายกับใครหรือเปล่า ทำตัวไม่ดีหรือเปล่า ไปทำตัวให้ใครเสียใจหรือเปล่า ก็มาเล่าให้คุณพ่อ ฟังว่าวันนี้เปิดกระโปรงเพื่อน หรือว่าเถียงคุณครู หรือไปช่วยคุณยายขายขนม ท่านเป็นคนที่ encourage ให้ทำเรื่องดีๆ ท่านก็จะชื่นชมถ้าเราไปทำเรื่อง ดีๆ พอเล่าเสร็จ ท่านจะเอาเรามากอด แล้วบอกว่า ฉลาดที่สุดเลย เก่งที่สุดเลย ทำให้เราที่ตัวเล็กๆ หัวใจคับตัว ทำให้เราคิดแต่จะทำความดี หรือถ้าไปทำเรื่องไม่ดี ท่านก็จะสอนว่า พอ รู้ว่าเป็นความไม่ดี ให้คิดต่อว่าแล้วพรุ่งนี้จะไปแก้ตัวว่าอย่างไร จะปรับปรุงอย่างไร อย่างเช่นเปิดกระโปรงเพื่อน วันพรุ่งนี้ไปขอโทษ เอาขนมไปให้ ตอนแรกๆ ก็เริ่มจากการ analyze ตัวเองทุกวันว่า เราทำอะไรไม่ดี แต่พอเราได้รับคำชมเรื่องดีๆ เยอะๆ ความคิดก็เริ่มคิดที่จะทำความดีๆ ไปโรงเรียนก็พกดินสอไปเยอะๆ เผื่อใครลืมดินสอก็เอาไปให้เขา นิสัยจากที่ถูกสอนให้เราได้วิเคราะห์ตัวเองทุกวัน เวลาเราตัดสินใจผิด หรือตัดสินใจเรื่องนี้ขาดทุนยับเยิน หรือบางทีใช้อารมณ์กับลูกน้อง กลุ้มใจ พอคิดถึงสิ่งที่เราถูกฝึกมา ก็จะเตือนตัวเองว่าอย่ากลุ้มใจนาน เอาคืนไม่ได้แล้ว คิดต่อว่าพรุ่งนี้จะไปแก้ปัญหาอย่างไร การวิเคราะห์ตัวเองทุกวันให้อยู่กับความ เป็นจริง เป็นนิสัยที่เป็นประโยชน์”
การฝึกฝนมุมมองต่อความผิดพลาดล้มเหลวว่าเป็นกระบวนการสำคัญในการนำมาซึ่งความสำเร็จและการทำในสิ่งที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสามารถยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ

โดยพร้อมที่จะคิดประเมินผลและถอดบทเรียนจากความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดขึ้นมานั้นได้อย่างไม่หวั่นไหว
จิตแพทย์ต่างประเทศชื่อดังคนหนึ่ง ได้เล่าถึงวิธีรักษาคนไข้ที่หมกมุ่นและจมปลักอยู่กับความผิดพลาดในอดีต คนไข้กลุ่มนี้มักชอบพูดคำว่า “ถ้าเพียงแต่…”  การจมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต ทำให้คนไข้เหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง ไม่มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต จมอยู่กับความเศร้า ความหดหู่ใจ และความเสียใจจากการกระทำในอดีต จิตแพทย์ใช้วิธีรักษาโดยให้พูดคำว่า “คราวหน้า” แทน ปรากฏว่า ได้ผล…วิธีนี้ช่วยให้คนไข้ลืมอดีตที่ผิดพลาดแล้วหันมามุ่งมั่นกับปัจจุบันและอนาคตแทน

ในชีวิตครอบครัว ชีวิตการทำงานของเราต่างเคยผ่านประสบการณ์การทำสิ่งที่ผิดพลาดมาบ้าง เมื่อผลแห่งการกระทำครั้งอดีต ปรากฏเป็นความล้มเหลว สิ่งที่ตามมาคือการหมกมุ่นอยู่กับอดีต นั่นจึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “ถ้าเพียงแต่….” เช่น  “ถ้าเพียงแต่วันนั้นฉันพูดดีๆ กับเขา…”, “ถ้าเพียงแต่วันนั้นเราไม่ใช้อารมณ์กับลูก”, “ถ้าเพียงแต่เราเลี้ยงลูกเอง ไม่ฝากที่เนิร์สเซอรี่...”, “ถ้าเพียงแต่เราตัดสินใจยังไม่ซื้อบ้านใหม่ในปีที่น้ำท่วมนี้…”  ฯลฯ
ในชีวิตจริง เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปหาอดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาดได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้คือการจัดการกับปัญหาที่เราก่อขึ้น (ถ้ายังพอมีเวลาทำได้) และดียิ่งกว่านั้น คือเตรียมการณ์ป้องกัน เพื่อมิให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก เพื่อเมื่อสถานการณ์ใดๆ ที่เราเคยทำผิดพลาดเกิดขึ้นอีก เราจะทำด้วยวิธีที่ฉลาดกว่าเดิม 
ที่สำคัญ การเรียนรู้จากความผิดพลาดจะช่วยส่งเสริมเส้นทางสู่ความสำเร็จได้ ถ้าเราไม่กลัว แต่รู้จักใช้ประโยชน์จากมัน โดยเริ่มจากการตั้งเป็นประเด็นคำถามต่าง ๆ อาทิ
เราสามารถเรียนรู้หรือได้อะไรจากความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยการยอมรับในความผิดพลาดนั้น เพราะในทุกเหตุการณ์ย่อมไม่มีใครที่ถูกต้องหรือผิดไปหมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่ควรหันหน้ามาร่วมกันคิดวิเคราะห์ พร้อมทั้งเรียนรู้จากข้อผิดพลาด เพื่อใช้เป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตนเองและคนในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน 

เราควรทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นมาอีก  โดยประยุกต์จากบทเรียนที่ได้รับนั้นมาสู่ภาคปฏิบัติจริงในครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นวนมาซ้ำรอยเดิมได้อีกต่อไป
ดังที่ผมเขียนไว้ในหนังสือ “ข้อคิอเพื่อชัยชนะ” ว่า “ความผิดครั้งแรกเป็นครู แต่ผิดซ้ำครั้งต่อไปคือความโง่เขลา” ความผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไปอย่างง่ายๆ เพราะตระหนักว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้หากไม่ได้รับการแก้ไข โดยพยายามค้นหาต้นตอสาเหตุของความผิดพลาดและหาผู้รับผิดชอบให้ได้ว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้มิใช่เพื่อจับผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เพื่อแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา อันจะช่วยป้องกันมิให้เกิดความผิดพลาดเช่นเดิมอีก

เราควรปรับปรุงตนเองหรือเสริมความรู้ทักษะเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเรายังคงมีจุดอ่อนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านลักษณะนิสัย ทักษะ ความรู้ต่างๆ ที่หากเราเพิ่มเติมในจุดนี้ไปแล้วจะมีส่วนสำคัญในการกำจัดจุดอ่อนดังกล่าวที่อาจนำไปสู่ความผิดพลาดเดิมๆ นั้นได้
ใครบ้างที่เราสามารถเข้าไปปรึกษาหรือเรียนรู้จากเขา ใครบ้างที่เราควรเข้าไปปรึกษาพูดคุยหรือปรับความเข้าใจ อาทิ สามี ภรรยา ลูก พ่อแม่สามี - ภรรยา  คุณครูที่โรงเรียนลูก ฯลฯ กล้าที่จะถาม กล้าที่จะไปขอความช่วยเหลือจากเขาเหล่านั้น เพื่อนำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างประสบความสำเร็จ ลดความผิดพลาดล้มเหลวเดิมๆ ลงไปให้มากที่สุด

            วางแผนการอย่างเป็นขั้นตอนว่าจะทำอะไรต่อไป  ด้วยการตั้งเป้าหมายในชีวิตครอบครัวร่วมกันว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง หรือปลายปีข้างหน้าเราอยากเห็นสิ่งใหม่อะไรบ้างเกิดขึ้นบ้างในครอบครัวของเรา โดยนำรายการต่างๆ ที่ต้องทำเป็นแผนปฏิบัติจริงทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมวัดผลสัมฤทธิ์ได้จริง
ความผิดพลาดล้มเหลวมิใช่เป็นเรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็นกระบวนการสำคัญที่ฝึกฝนความแข็งแกร่งในจิตใจและการฝึกฝนความคิดในการวิเคราะห์เพื่อหาบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาเรียนรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงเพื่อหันไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จต่อไป หากพ่อแม่สามารถคิดได้เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นกับครอบครัวยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก ๆ ต่อไปในอนาคตเมื่อยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาดหรือล้มเหลวต่าง ๆ ได้อย่างไม่หวั่นไหวและมีชัยชนะในท้ายที่สุด

เรื่อง : ศ.ดร เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ , www.kriengsak.com

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552