หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


ภัยจากน้ำดื่ม และภัยจากเสียงดัง
(0 votes)

                จากวิกฤติภัยน้ำท่วม และอุบัติเหตุพลุระเบิดในคืนงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดสุพรรณบุรีที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง และมีผู้ที่หูดับจากเสียงดังของพลุที่ระเบิด จะเห็นได้ว่า ภัยต่างๆ มักเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรต้องใส่ใจระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกน้ำดื่มคุณภาพ ที่สะอาดปลอดภัยในช่วงวิกฤติน้ำท่วม และการป้องกันอันตรายจากภัยเสียงดัง โดย ดร.วิชยุตม์  ทัพวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและการจัดการ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้

การเลือกน้ำดื่มคุณภาพ

“เป็นที่ยอมรับกันว่า กระบวนการผลิตน้ำประปาของประเทศไทยนั้นได้รับมาตรฐานที่ดีระดับโลก รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่อาจปนอยู่ในน้ำประปาส่วนใหญ่เกิดระหว่างกระบวนการผลิตน้ำประปาที่ได้เติมสารต่างๆ ลงไปอย่างเหมาะสม หรืออาจเกิดจากความเสื่อมสภาพหรือการรั่วซึมของวัสดุที่ใช้ทำท่อส่งน้ำประปา”

สิ่งใดที่ปนเปื้อนมากับน้ำได้บ้าง

“กลิ่นคลอรีน เป็นสิ่งปนเปื้อนที่เรารู้สึกได้ง่ายอันดับแรก ซึ่งจะมีกลิ่นเหมือนกับกลิ่นน้ำในสระว่ายน้ำแต่ฉุนน้อยกว่า สารคลอรีนที่ใส่ในระบบน้ำประปานั้นเพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไป การแก้ปัญหากลิ่นคลอรีนนั้นเพียงแค่พักน้ำประปาไว้ภายในภาชนะเปิดฝา เช่น ถังน้ำ แก้วน้ำ กะละมัง โอ่งน้ำ สารคลอรีนก็จะระเหยออกจากน้ำประปาได้ภายใน 1 ชั่วโมง
...ความขุ่น โดยปกติประสิทธิภาพของโรงกรองน้ำสามารถทำให้น้ำใสได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีฝุ่นผงขนาดเล็กที่ไม่ตกตะกอนก็จะทำให้น้ำขุ่น ซึ่งเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในบ้านนั้นสามารถกรองสารเหล่านี้ออกไปได้ แต่ถ้าน้ำขุ่นมาก จะทำให้ไส้กรองอุดตันเร็วขึ้น ดังนั้นหากพบว่าไส้กรองเริ่มอุดตัน เช่น น้ำจากเครื่องกรองน้ำไหลช้ากว่าปกติมาก ไม่มีแรงดัน ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่ อย่าฝืนใช้ต่อ เพราะประสิทธิผลในการกรองจะลดลงมากและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
...เชื้อโรค ที่อาจปนมากับน้ำประปา แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อพยาธิ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยคลอรีนที่เติมในระหว่างขั้นตอนการผลิตน้ำประปา แต่ที่ยังคงพบเชื้อโรคปนอยู่นั้นส่วนใหญ่เกิดจากระบบท่อน้ำภายในบ้านหรือสำนักงานที่ไม่สะอาด หรือเกิดจากมือที่มีเชื้อโรคสัมผัสกับก๊อกน้ำหรือปุ่มกดน้ำจากตู้กดน้ำดื่ม กรณีเช่นนี้ ผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดจึงป้องกันด้วยการห่อหุ้มปากขวดด้วยแถบพลาสติกอีกชั้นหนึ่งนั่นเอง ส่วนการกำจัดเชื้อโรคที่อาจปนอยู่ในน้ำดื่มที่บ้านนั้น ป้องกันได้ด้วยการต้มน้ำดื่มให้เดือด โดยสังเกตว่าขณะน้ำเดือดควรมีฟองอากาศปุดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 ถึง 4 นาทีแล้วจึงหยุดต้มน้ำได้ และเมื่อได้น้ำต้มสุกแล้ว ควรเก็บน้ำในภาชนะปิดที่สะอาดเช่นกัน

หลักการดูแลรักษาเครื่องกรองน้ำภายในบ้าน

“เมื่อพูดถึงระบบการกรองน้ำที่ใช้กันตามบ้านเรือนนั้นมักหมายถึงระบบที่มีไส้กรอง 1 ถึง 2 ชั้น และอาจใส่ถ่านกัมมันต์ รวมอยู่ในระบบกรอง มีการศึกษาพบว่าระบบกรองน้ำดังกล่าวสามารถขจัดสารโลหะหนักได้ แต่ต้องหมั่นบำรุงรักษาไส้กรองตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ถ้าระบุว่าในสภาวะน้ำปกติ ไส้กรองของเครื่องสามารถกรองน้ำได้ 2,000 ลิตร ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่เมื่อกรองน้ำครบทุก 2,000 ลิตร แต่ถ้าน้ำก่อนกรองขุ่นกว่าปกติ ก็อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองใหม่ให้เร็วขึ้นก่อนกำหนด เช่น เปลี่ยนทุก 1,200 ถึง 1,500 ลิตร เพื่อให้น้ำที่กรองได้มีคุณภาพมากที่สุด
...โดยทั่วไปคนไทยมักไม่คุ้นเคยกับการดื่มน้ำประปาจากท่อประปาโดยตรง แต่มักจะนำน้ำประปามาต้ม หรือนำมากรองก่อน บางครอบครัวอาจกรองน้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำก่อนแล้วจึงนำมาต้มให้เดือดอีกครั้ง วิธีเหล่านี้ทำให้ได้น้ำดื่มที่สะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อนได้ระดับหนึ่ง บางท่านอาจใช้วิธีซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจากร้านค้า ซึ่งการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด ควรสังเกตเครื่องหมายของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูวันที่ผลิต และควรเลือกขวดบรรจุที่สะอาด ไม่มีรอยขูดขีดที่ปากขวด และควรเลือกขวดที่มีการห่อหุ้มปากขวดด้วยแถบพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง
…สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ ในการเลือกน้ำดื่มที่มีคุณภาพให้กับร่างกายของเราได้”

ภัยจากเสียงดัง
จากอุบัติเหตุพลุระเบิดในคืนงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง และมีผู้ที่หูดับจากเสียงดังของพลุที่ระเบิด เสียงที่ดังมากไม่ว่าจะเป็นเสียงจากพลุ ประทัด ปืน เสียงปิดประตูแรงๆ  เสียงที่ดังเกินไปในสถานท่องเที่ยวยามราตรี ในโรงภาพยนตร์ หรือแม้เสียงที่ตะโกนใส่หู ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดแรงอัดอากาศกระแทกเยื่อแก้วหูได้ทั้งสิ้น ทางการแพทย์เรียกการบาดเจ็บจากเสียงดังนี้ว่า noise trauma
และเมื่อต้นเดือนเดียวกันนี้ก็เพิ่งมีข่าวครึกโครมกรณีที่เจ้าหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้รับบาดเจ็บจากการถูกตบบ้องหูสองข้างทำให้หูอื้อและแก้วหูอักเสบ กรณีหลังแตกต่างจากกรณีพลุระเบิดตรงที่ไม่ได้เกิดจากเสียงดังกระแทกแก้วหู แต่เกิดจากแรงอัดอากาศกระแทกแก้วหูอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งจะเรียกการบาดเจ็บจากแรงอัดอากาศนี้ว่า barotraumas

เสียงดังแค่ไหนเรียกว่าดังมาก และควรหลีกเลี่ยง

หูคนเราไม่ควรรับเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล (เสียง 85 เดซิเบล คือเสียงที่ดังจนพูดกันไม่รู้เรื่องในระยะห่าง1 เมตร) ถ้าท่านทำงานในโรงงานที่เสียงดัง 85 เดซิเบล ท่านไม่ควรทำงานเกิน8 ชั่วโมง และควรหยุดพักอยู่ในที่เงียบทุก ๆ 5 วันทำงาน และควรใช้เครื่องป้องกันเสียง เสียงดังเกิน 90 เดซิเบล ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง หรือไม่ควรสัมผัสเลย ส่วนเสียงระเบิด เสียงปืน เสียงในสถานบันเทิงเริงรมย์ เสียงเครื่องบินขณะเครื่องออก ดังได้ถึง 120 เดซิเบล หรือมากกว่านั้น คนเราไม่ควรสัมผัส เสียงดัง 120 เดซิเบลโดยเด็ดขาด

เมื่อไรจะรู้ว่าเราฟังเสียงดังเกินไปแล้ว

หูอื้อ หรือหูมีเสียงดังรบกวน หลังรับเสียง แม้อาจเป็นเพียงชั่วคราว ใจเต้นแรงขณะรับเสียง ในระยะ 1 เมตร คุยกันด้วยเสียงดังก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง เริ่มมีประสาทหูเสื่อม ต้องพูดหรือฟังเสียงดังมากกว่าเดิมจึงได้ยิน อารมณ์แปรปรวน ถ้าเป็นเด็กอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว

อาการที่ทำให้สงสัยว่าแก้วหูทะลุ จากแรงอัดอากาศ หรือได้ยินเสียงระเบิด หรือประทัด

1. หูอื้อและปวดในหูโดยทันทีที่ได้รับแรงกระแทกหรือเสียงดังมาก อาจรู้สึกว่าหูชาไปเลย ก่อนจะรู้สึกปวดหรืออื้อ และเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงก็ยังไม่หายอื้อ ควรรีบไปพบแพทย์
2. หูอาจมีเสียงดังวิ้งหรือวี้ และได้ยินไม่ชัด ไม่ยอมหาย ใน 2 - 3 ชั่วโมง หรือมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนมึนงง แสดงว่าแรงกระเทือนไปถึงหูชั้นใน อาจมีเยื่อของหูชั้นในฉีกขาดด้วย ต้องรักษาด่วน
3. บางรายอาจมีเลือดออกมาจากช่องหู บางรายรู้สึกว่าหูดับไปทันที ควรพบแพทย์ด่วน อาจมีเลือดออกในหูชั้นในก็ได้ อาจทำให้หูตึงถาวรได้
4. สำหรับกรณีที่ถูกตบบ้องหู หรือ กกหูอย่างรุนแรง นอกจากจะทำให้ใบหูและเยื่อแก้วหูฉีกขาดแล้ว ถ้าแรงตบหรือแรงกระแทก มากพออาจทำให้สะเทือนถึงกะโหลกศีรษะทำให้กะโหลกร้าว หรือสะเทือนถึงสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง เวียนศีรษะบ้านหมุน เดินเซ ซึมลง ตอบสนองช้า หรือถึงขั้นหมดสติได้ จากเลือดตกในสมอง
เมื่อมีอาการดังกล่าวไม่ว่าจะมากหรือน้อย ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจให้แน่ชัดว่าเยื่อแก้วหูผิดปกติหรือไม่ จะได้รีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

หูอื้อ หูดับ แก้วหูทะลุ จากเสียงดังเกินไป หรือจากแรงอัดอากาศ รักษาอย่างไร

อาการหูอื้อ หูดับจาก noise trauma หรือ จากbarotraumas จะหายเองได้หรือไม่นั้นขึ้นกับผลของเส้นประสาทรับเสียงที่อยู่หลังแก้วหูว่าบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด ถ้าเส้นประสาทดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบ โอกาสที่อาการหูอื้อหูดับจะหายได้เองก็เป็นไปได้มาก แต่ถ้าเส้นประสาทรับเสียงได้รับการบาดเจ็บด้วยอาการหูอื้อหูดับอาจดีขึ้นช้า หรือบางรายอาจคงอาการอยู่อีกนาน นอกจากนี้ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้เช่น เวียนศีรษะ บ้านหมุน ได้ยินเสียงวิ๊งๆ รำคาญภายในหูเป็นพักๆ หรือตลอดเวลา
กรณีที่ตรวจพบว่าแก้วหูทะลุ ถ้าไม่กระทบกระเทือนไปถึงเส้นประสาทรับเสียงในหูชั้นใน และแก้วหูทะลุโดยไม่มีการติดเชื้อ แก้วหูอาจปิดได้เองในเวลา 1 - 2 สัปดาห์หรือถึง 1 เดือน แล้วแต่ว่ารูทะลุเล็กหรือใหญ่แค่ไหน และขาดแบบกระรุ่งกระริ่งหรือเปล่า

ข้อแนะนำ

ถ้าท่านได้รับการกระทบกระเทือนจนคิดว่าแก้วหูทะลุ หูอื้อปวด ควรรีบไปพบแพทย์หู ไม่ควรไปซื้อยาหยอดหูมาหยอด  เพราะจะทำให้แผลทะลุเปียกชื้นและปิดได้ยาก ถ้าเป็นมากแพทย์อาจตรวจการได้ยินเพื่อให้รู้ว่ากระทบกระเทือนถึงกระดูกในหูชั้นกลางหรือประสาทรับเสียงหรือไม่ แพทย์อาจให้ยากิน แต่ไม่ใช่ยาหยอด
ที่สำคัญคือ การป้องกันไม่ให้แก้วหูบาดเจ็บจากเสียงดัง โดยหลีกเลี่ยงไม่ไปอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดังนานจนเกินไป หรือใช้นิ้วมืออุดหู หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงส่วนบุคคลเช่น สำลีอุดหู แท่งอุดหู ที่ครอบหูป้องกันเสียง
กรณีบ้านพักที่เพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นสาเหตุของเสียงที่ดังเกินไป ก็ควรขอร้องหรือขอความร่วมมือให้เพื่อนบ้านหรี่เสียงให้อยู่ในระดับที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อการได้ยินและเกิดเหตุรำคาญเกินสมควร หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำการควบคุม และจัดการให้แหล่งกำเนิดเสียงต่างๆ มีระดับเสียงเบาลงจนถึงระดับที่เราสามารถอาศัยอยู่ได้โดยไม่ได้รับอันตรายและรำคาญ
        หูและการได้ยินเป็นสิ่งมีค่า เป็นอวัยวะละเอียดอ่อน ที่ธรรมชาติให้มาเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถได้ยินเสียงกระซิบบอกรักเบาๆ หรือฟังเสียงนกเล็กๆ ร้องจิ๊บๆ ได้ ไม่ใช่แค่เพียงได้ยินเสียงตะโกนดังๆก็พอใจแล้ว

คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก เรื่องเสียงดังและเวลาสัมผัสเสียงที่เหมาะสม เพื่อการได้ยินที่ดี


เสียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ความดัง
(เดซิเบล)

เวลา
(ชั่วโมง)

เสียงนอกบ้าน เดือดร้อนรำคาญ

50-55

16

เสียงในบ้านเพื่อการได้ยินที่ดี

35

16

เสียงในห้องนอนไม่ให้รบกวนการหลับ

30

8

เสียงในห้องเรียน

35

เวลาเรียน

เสียงในโรงงาน-การจราจร

70

24

เสียงดนตรีผ่านหูฟัง หูจะเสีย

85

8

เสียงในพิธีการ งานวัด สถานบันเทิง

100

4

MP3

105

1

มาตรฐานการใช้เสียงขององค์การอนามัยโลก
มาตรฐานการใช้เสียงขององค์การอนามัยโลก (WHO, World Health Organization) ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับใช้ในสหภาพยุโรป มีประเทศฝรั่งเศส เป็นแม่แบบ ใช้ noise map และติดตั้งnoise meter ตามสถานที่ต่างๆ ผู้ใช้เสียงเกินกำหนด จะถูกลงโทษ วันหยุดและสุดสัปดาห์ห้ามใช้เครื่องตัดหญ้า ในแถบย่านที่อยู่อาศัย ห้ามใช้เครื่องยนต์ รถยนต์เก่าที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวน


สถานที่

ความดังที่กำหนด
(เดซิเบล)

ผลกระทบต่อสุขภาพ

เสียงในห้องนอน

30

รบกวนการนอน

ห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล

30

รบกวนการพักผ่อนและนอนหลับ

สวนสาธารณะ

ไม่ควรเกิน50

(ประเทศไทย 75-82เดซิเบล
และมากกว่านี้เวลามีกิจกรรมเต้นแอโรบิก)

ย่านที่อยู่อาศัย

50

สร้างความรำคาญ

สนามเด็กเล่นนอกอาคาร

55

สร้างความรำคาญ

ถนนเส้นทางจราจร

ไม่ควรเกิน70

สูญเสียการได้ยินใน 24 ชั่วโมง
ในกรุงเทพ ถนนเกือบทุกสาย
เสียงดังเกิน 70  และย่านจอแจเสียงดังถึง 85

ฟังดนตรีโดยหูฟัง

85

สูญเสียการได้ยินในหนึ่งชั่วโมง

การปราศรัย จัดนิทรรศการ เทศกาลต่างๆ

85

สูญเสียการได้ยินในหนึ่งชั่วโมง

โรงหนัง

88-95

สูญเสียการได้ยินในหนึ่งชั่วโมง

เสียงกระแทก เสียงพลุ เครื่องเล่นเด็ก สัญญาณเตือนภัย เครื่องบิน ดิสโก้เทค เสียงปืน

120-140

สูญเสียการได้ยิน




ดร.วิชยุตม์
 ทัพวงษ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและการจัดการ
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561