นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - ติดเกมอย่างไรให้ได้ดี
หมวดหมู่บทความ Family Life ครอบครับสุขสันต์

Search by tag : Family Life, ครอบครับสุขสันต์, ลับคมความคิดด้วย “ทักษะการเขียน”


ติดเกมอย่างไรให้ได้ดี
(0 votes)
          ในสังคมยุคเครือข่ายปัจจุบันอันประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนานัปการ เพื่อเชื่อมโยงสังคมโลกใบใหญ่นี้ให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าของการพัฒนาเครื่องจักรกลสมองกลต่างๆ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคมออนไลน์ รวมไปถึงเครื่องมือหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังก์ชั่นโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ฯลฯ ที่มีการพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่องรุ่นแล้วรุ่นเล่าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคโดยการแข่งกันทั้งภาพ แสง สี เสียง ที่เหมือนจริงรวมไปถึงโปรแกรม เกม หรือเครื่องมือต่างๆ ที่ดึงดูดผู้ใช้ในทุกช่วงวัยได้อย่างตรงใจตรงความต้องการให้มากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ลูกค้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงไม่น่าแปลกใจหากพบว่าลูกหลานของเราในยุคนี้จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นพิเศษกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วต่างจากยุคสมัยครั้งเมื่อคุณพ่อคุณแม่ยังเป็นเด็ก และอาจต้องทึ่งไปกับความสามารถอันแปลกประหลาดของลูกที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ได้ราวกับเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน แม้เด็กเล็กอายุเพียงสองขวบยังสามารถหยิบยืมโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตของคุณพ่อคุณแม่มาเล่นเกมได้อย่างชำนาญ           
ด้วยทัศนคติมุมมองต่อเทคโนโลยี เกม ชุมชนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ต่างๆ ที่พ่อแม่จำนวนมากได้ยินได้ฟังมาจากแหล่งข่าวหรืองานศึกษาวิจัยส่วนใหญ่ที่มักนำเสนอในด้านลบที่เป็นพิษภัย ไม่ว่าจะเป็นการถูกล่อลวงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางสังคมออนไลน์ รวมทั้งปัญหาเด็กติดเกมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายจิตใจการเข้าสังคมการเรียนที่ตกต่ำ ฯลฯ ส่งผลให้พ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างมีความรู้สึกหรือทัศนคติเชิงลบตามไปด้วย โดยพยายามกีดกันให้ลูกของตนได้ออกห่างจากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด หรืออาจมีความรู้สึกไม่ดีในยามที่อนุญาตให้ลูกได้เล่นเกมหรือท่องโลกออนไลน์แม้เป็นจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น  จนบางครอบครัวถึงกับออกกฎเหล็กเป็นคำสั่งห้ามไม่ให้ลูกได้เล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือออนไลน์ในทุกกรณีเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรหันมาตระหนักและทำความเข้าใจว่า เป็นการยากมากในสังคมยุคปัจจุบันที่ตนเองจะสามารถกีดกันลูกให้หลีกพ้นหรือถอยห่างไปจากเกม หรือการเข้าสู่สังคมออนไลน์ได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีเทคโนโลยีต่างๆ รายล้อมรอบตัวและพร้อมที่จะนำเขาเข้าไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่โรงเรียนผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟนของพ่อแม่หรือของลูกเองได้อย่างง่ายดายตลอดเวลา โดยอาจลองคิดเล่นๆ ดูว่าหากเราห้ามไม่ให้ลูกเล่นเกมหรือออนไลน์อย่างเด็ดขาดแล้วลูกของเราจะหันไปทำกิจกรรมในสิ่งพ่อแม่คิดว่าดีและมีประโยชน์มากกว่าจริงหรือไม่
การต่อต้านหรือมีทัศนคติมุมมองเชิงลบต่อการเล่นเกมหรือโลกออนไลน์อย่างสุดขั้ว อย่างตื่นกลัวไปก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะมาทำร้ายลูกของเราอาจเป็นสิ่งที่ส่งผลร้ายมากกว่าผลดีก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแสดงความไว้วางใจความเข้าใจลูกของตนจนอาจเกิดเป็นช่องว่างในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมไปถึงการเกิดช่องว่างทางความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ลูกกำลังสนใจอยู่ จนอาจเป็นเหตุให้พ่อแม่ไม่สามารถที่จะจับได้ไล่ทันภัยอันตรายต่างๆ ที่แฝงตัวมาทำร้ายลูกได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งความต้องการอยากเอาชนะของลูกในยามที่พ่อแม่ไม่เข้าใจตนเองเข้าทำนองยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุด้วยแล้วอาจเป็นเหตุให้สถานการณ์ในขณะนั้นยิ่งเลวร้ายลงไปกว่าเดิมก็เป็นได้ ดังนั้น แทนการมองการเล่นเกมหรือโลกออนไลน์อย่างเป็นศัตรูพ่อแม่ควรหันกลับมามองอย่างเป็นมิตรดูบ้าง ซึ่งจากการศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมากต่างพบว่าการเล่นเกมของเด็กนั้นมีส่วนที่เป็นข้อดีหรือประโยชน์อยู่ด้วยเช่นกัน  ตัวอย่างเช่น
จากการศึกษาวิจัยของ ดร. โทมัส ชามอร์โร-พรีมูซิค (Dr. Tomas Chamorro-Premuzic) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโกลด์สมิธส์ (Goldsmiths, University of London)  ประเทศอังกฤษได้ทำการวิจัยร่วมกับ PopCap แห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเกมชื่อดังบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของทั้งเฟสบุ๊คและสมาร์ทโฟน โดยได้ทำการวิจัยในกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งปู่ย่าตายายที่มีลูกหรือหลานอายุน้อยกว่า 16 ปี จำนวน 3,250 คนในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เกี่ยวกับผลกระทบเชิงบวกที่ได้รับจากการเล่นวีดีโอเกมหรือเกมออนไลน์ร่วมกันในครอบครัวพบว่า กว่าร้อยละ 80 ของพ่อแม่ที่เล่นเกมกับลูกทุกวันนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกันกับลูกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้เวลาเล่นเกมร่วมกันยังสามารถช่วยลูกให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดรวมไปถึงการเพิ่มพูนทักษะความเข้าใจในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของชนิดเกมที่เรียกว่าเป็น casual games ซึ่งเป็นเกมสั้นๆ ที่เล่นง่ายๆ เล่นแล้วจบเป็นเกมๆ ไป มีกฎกติกาง่ายๆ เล่นสบายๆ เพื่อผ่อนคลาย  หรือเกมประเภทปริศนาตัวต่อจำพวก puzzle รวมทั้งเกมวางแผนต่างๆ หรือ strategy game ตัวอย่างเช่น Plants vs. Zombies, Angry Birds  โดยจากการวิจัยพบว่าเกมจำพวกนี้มีผลดีต่อการสร้างสัมพันธ์ในครอบครัวพ่อแม่ ปู่ย่าตายายสามารถเล่นได้ไม่ยาก และเป็นการสร้างความคุ้นเคยเพิ่มพูนทักษะการใช้คอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านดาบย่อมมีสองคม การเล่นเกมย่อมมีทั้งด้านบวกและลบให้คุณหรือให้โทษด้วยเช่นกัน หากเราไม่ตระหนักและระมัดระวัง เนื่องจากโดยคุณลักษณะของวีดีโอเกมหรือเกมออนไลน์โดยทั่วไปนั้นออกแบบมาเพื่อดึงดูดตาดึงดูดใจผู้เล่นโดยเฉพาะ เพื่อให้เล่นได้นานๆ ไม่รู้จักเบื่อ อาทิ ดึงดูดด้วยความท้าทายแข่งขันกันเรื่องคะแนน  การฝ่าด่านต่างๆ ความตื่นเต้นจากการได้ค้นพบวิธีการใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆ ของวิเศษใหม่ๆ รวมไปถึงการได้จินตนาการอย่างกว้างไกล การได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ในโลกแห่งเกมออนไลน์ ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้อาจดึงดูดมากจนกลายเป็นการเสพติดได้อย่างไม่รู้ตัว โดยจากงานวิจัยพบว่าเป็นกระบวนการเดียวกันกับผู้ที่ติดการพนัน ซึ่งสมองจะมีการหลั่งสารโดปามีนออกมามากในขณะนั้นทำให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกมีความสุขตื่นเต้นและติดพันยากที่จะเลิกได้ในทันทีทันใด
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาเกมบางประเภทที่เต็มไปด้วยความก้าวร้าวรุนแรง เรื่องเพศ หรือความวิปริตมากมาย ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มเด็กและเยาวชน อันเป็นเหตุนำมาซึ่งการใช้กำลังความรุนแรงและการเกิดอาชญากรรมด้านต่างๆ ตามมามากมาย พ่อแม่จึงควรระมัดระวังช่วยคัดเลือกเกมและหมั่นสังเกตดูแลลูกในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
รวมทั้งการฝึกฝนวินัยให้ลูกตั้งแต่เด็กเพื่อเรียนรู้ในการควบคุมตนเอง การจัดสรรตารางเวลาอย่างสมดุล ไม่ใช้เกมเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกหรือให้เกมเป็นเพื่อนลูกในยามที่พ่อแม่ไม่ว่างหรือติดธุระ กล้าที่จะปฏิเสธลูกเมื่อหมดเวลาเล่นเกมตามกฎที่กำหนดไว้ โดยพ่อแม่ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกอยู่เป็นระยะว่ามีสิ่งใดที่ผิดปกติไปจากเดิมที่อาจเป็นอาการเสียสมดุลจากการติดการเล่นเกมมากเกินไป อาทิ ลูกมักใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากเลิกเรียนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์…ชอบนอนหลับระหว่างเรียนหนังสือ…มักหลงลืมคำสั่งจากทั้งพ่อแม่และครูที่โรงเรียน…ผลการเรียนตกลงจากเดิม…ปกปิดซ้อนเร้นหรือพูดไม่จริงเกี่ยวกับการเล่นเกมหรือคอมพิวเตอร์กับพ่อแม่…เลือกตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเล่นเกมหรือคอมพิวเตอร์มากกว่าออกไปเล่นหรือพบปะกับเพื่อนฝูง…ลดความถี่ในการเข้าร่วมกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ...มีโลกส่วนตัวสูงขึ้น…มีอารมณ์ที่รุนแรงหรือโมโหร้ายเมื่อไม่ได้เล่นเกมหรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์  รวมทั้งสังเกตความผิดปกติทางร่างกายต่างๆ อาทิ ปวดศีรษะ ปวดตาบ่อยครั้ง นอนไม่หลับ อาการบาดเจ็บที่กระดูกหลังและลำคอ กระดูกข้อมือเสื่อมหรือผิดรูปจากการเล่นเกมมากเกินไป (carpal tunnel syndrome) ไม่สนใจรับประทานอาหาร ไม่ใส่ใจในสุขอนามัยส่วนตัว ฯลฯ  โดยอาการต่างๆ เหล่านี้อาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกของเราเริ่มที่จะมีปัญหาในเรื่องการเสพติดเกมหรือขาดสมดุลในการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพเสียแล้ว และต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วก่อนที่จะสายเกินไป 
ปัญหาเด็กติดเกมจึงไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเองเป็นสำคัญ แต่เป็นรากปัญหาที่มาจากการดูแลอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ผู้ปกครอง อาทิ  การควบคุมจำกัดเวลาในการเล่นเกม การให้เวลาที่มีคุณภาพกับลูกไม่ให้รู้สึกเหงาหรือว้าเหว่ การส่งเสริมกิจรรมพัฒนาการที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัยว่าพ่อแม่จัดสรรให้ลูกอย่างเพียงพอแล้วหรือไม่  รวมไปถึงรากปัญหาที่เกิดจากความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ผลิตและพัฒนาเกมต่างๆ และสำคัญที่สุดคือนโยบายจากภาครัฐว่าเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวมากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรทติ้งเกมและการใช้กฎหมายควบคุมที่มีประสิทธิภาพ  การสอดส่องดูแลเฝ้าระวังร้านเกมออนไลน์ที่มีอยู่อย่างดาษดื่นมากมายในสังคม รวมทั้งการสถานที่หรือจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้เด็กและเยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

เรื่อง : ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ , www.kriengsak.com
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561