หมวดหมู่บทความ Family Life ด้วยรักจากสุพัตรา

Search by tag : Family Life, ด้วยรักจากสุพัตรา, เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง ใครเลี้ยงยากกว่ากัน


วัยรุ่น วุ่นรัก พ่อแม่เหนื่อยยาก
(1 vote)
          ใครมีลูกดีๆ ถือว่าบุญหล่นทับ ยิ่งลูกมีชื่อเสียง พ่อแม่จะปลื้มยิ่งกว่าใคร แต่การมีชื่อเสียงมาก ก็คือจุดที่อาจจะทำให้ลืมตัว ถ้ามีคนป้อยอมาก ยิ่งหล่อหรือสวย ยิ่งมีส่วนทำให้คนมาเอาใจชื่นชม รักหรือชอบ จนอาจละเมอเพ้อพกไปกับเขาด้วยก็ได้

วัยรุ่นระดับโลกที่สาวๆ คลั่งใคล้กันตอนนี้ คงจะเป็น จัสติน บีเบอร์ ดารานักร้องวัย 17 ปี ที่ไม่ว่าจะเล่นคอนเสิร์ตที่ไหน สาวๆ กรี๊ดกันสลบไปหลายคน ล่าสุดก็มีสาวคนหนึ่งบอกว่า เธอท้องกับเขาจนมีลูกออกลูกมา ซึ่งเขาปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ที่เป็นเช่นนี้เพราะบีเบอร์มีแฟนชื่อ เซเรน่า โกเมซ วัย 19 ปี ที่คบหากันแค่ 8 เดือนก็จริง แต่บีเบอร์รักเธอหัวปักหัวปำ จนอยากแต่งงาน อยากมีลูกกับเธอโดยเร็ว

ข้างพ่อแม่ของทั้งคู่บอกว่า บีเบอร์กับโกเมซยังเด็กเกินกว่าจะมีลูกได้ บีเบอร์จึงโต้กลับพ่อแม่ทั้งคู่ว่า ก็แม่ของเขาตั้งท้องเขาตอน 17 ปี ส่วนแม่ของโกเมซตั้งท้องเธอตอนอายุ 15 ปี ยังทำได้เลย แล้วเขาอายุ 17 ปี ทำไมจะทำไม่ได้ (ตอบได้แสบดี)
โกเมซก็เลยบอกบีเบอร์ เอาไว้เขาอายุ 18 ปี ค่อยมาคิดสร้างครอบครัวก็แล้วกัน พ่อแม่ทั้งคู่กลัวว่า ถ้าบีเบอร์แต่งงานกับโกเมซ แฟนๆ คงหดหาย และเงินมหาศาลอาจหายไปด้วย

บีเบอร์เป็นดารานักร้องที่ขายแผ่นได้ถึง 1,100 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ไม่นับภาพยนตร์ที่เขาแสดง ก็ทำเงินระดับท็อปของประเทศ
บีเบอร์ควรขอบคุณแม่ของเขา (แพทตี) ที่เห็นแววเป็นนักร้องของเขาตั้งแต่เด็ก จึงโพสต์เข้าไปในเว็บต่างๆ ปรากฏว่าคนดูชอบมาก จนบริษัทแผ่นเสียงเรียกเข้าไปทำสัญญา โดยบริษัทไม่ได้คิดว่าจะดังระดับโลก บีเบอร์กลับทำให้บริษัทกำไรมหาศาล
เขากลายเป็นวัยรุ่นร่ำรวยที่สุดคนหนึ่ง เพราะแม่เปิดทางให้แท้ๆ แต่เรื่องความรัก เขาไม่เชื่อแม่ เขาคิดว่า ความรักเป็นสิ่งสำคัญ เขาอยากอยู่กับโกเมซจริงๆ และรักเธอสุดหัวใจ

บีเบอร์พอโกเมซไปเที่ยวฮาวายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยทั้งคู่แสดงความรักกันอย่างเปิดเผยเหมือนคู่แต่งงานกันใหม่ๆ จนชาวบ้าน (ไม่ประสงค์ดี) ลือกันให้ทั่วว่า โกเมซตั้งท้อง

ผู้สันทัดกรณี (นินทาชาวบ้าน) บอกว่า บีเบอร์เป็นวัยรุ่นที่อยู่กับแม่มาตลอด เป็นลูกที่อยู่ในโอวาทแม่ และไม่เคยมีความรักกับใครมาก่อน พอบีเบอร์เจอโกเมซ สาวผิวแทน ตาคม หุ่นสะท้านใจชาย แม้อายุจะมากกว่า 2 ปี เขาก็ไม่รังเกียจ กลับรักเธอที่รู้อะไรมากกว่าเขาที่เพิ่งพ้นจากอกแม่ โกเมซจึงมีอิทธิพลต่อเขาทั้งทางตรงและทางอ้อม เล่นเอาแม่ของบีเบอร์เซ็งที่เลี้ยงลูกมาจนเจริญรุ่งเรือง แล้วเขากลับเห็นคนอื่นดีกว่า

ก็ลูกน่ะเลี้ยงให้โตได้ แต่ใจลูกจะเลี้ยงให้ดังใจยาก ถ้ารักแบบหลงใหลไม่รับรู้ว่าใครจะพูดอะไร นี่คือปัญหาของวัยรุ่นที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่าในไทยหรือเทศ
มีวัยรุ่นสาว 15 ปี พ่อแม่ส่งให้ไปเรียนที่อเมริการะดับไฮสคูล โดยไม่ว่าเชอร์รี่ (นามสมมุติ) จะขอเงินพ่อแม่ทุกเดือนเป็นค่าห้องพักหรือค่าใช้จ่ายอะไร (ส่วนค่าเล่าเรียนขอให้ส่งล่วงหน้าเป็นปี) พ่อแม่ไม่เคยขัด

ทุกๆ เทอม เชอร์รี่จะส่งใบคะแนนมาให้พ่อแม่ดู ส่วนใหญ่จะได้ A กับ B เป็นหลัก เล่นเอาพ่อแม่เป็นปลื้มเป็นที่สุด เชอร์รี่ทำความชื่นใจมากกว่านั้นเมื่อเธอบอกพ่อแม่ว่า เธอจบไฮสคูลแล้ว และกำลังเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนในอเมริกาจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐเพราะสามารถประมูลตัวหรือจ้างอาจารย์เก่งๆ มาสอน ด้วยเหตุนี้ เวลาคนอเมริกันคุยกัน ถ้าบอกว่า มาจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเอกชนจะดูเป็นคนมีเกรด มีเงิน มีสกุล อะไรทำนองนั้น ตรงกันข้ามกับประเทศไทย ที่เห็นว่ามหาวิทยาลัยของรัฐดีกว่าของเอกชน
เชอร์รี่ขอเงินพ่อแม่ไปเรื่อยๆ แถมมีการส่งใบคะแนนวิชาต่างๆ ให้ดูเป็นระยะว่าผลการเรียนดีแค่ไหน พ่อแม่เที่ยวเล่าให้ญาติๆ และเพื่อนๆ ฟังว่า ไม่เสียดายเงินนับล้านๆ บาทที่ส่งเสียลูกสาว

หลังจากนั้นอีก 3 ปี เชอร์รี่ก็แจ้งไปทางบ้านว่า เธอจะกลับแล้ว พ่อแม่ตื่นเต้นที่ลูกจบปริญญาตรีกลับมา พ่อแม่ไปรับที่สนามบินพร้อมญาติสนิทมิตรสหายด้วยความคิดถึงและยินดี แต่ก็ต้องประหลาดใจที่เชอร์รี่เดินเข้ามายังสนามบินพร้อมกับเด็กเล็กๆ ในอ้อมกอดอีก 1 คน
พ่อแม่งงเหมือนปลาช่อนถูกตีหัวเมื่อเชอร์รี่บอกว่า นี่คือลูกของเธอกับหนุ่มที่เดินมาด้วยกัน พ่อแม่พูดไม่ออก ได้แต่ต้อนรับและพาเชอร์รี่กับสามีและลูกกลับบ้าน พ่อแม่ประหลาดใจและตกใจที่ลูกสาวสารภาพว่า เธอไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ไฮสคูล เพราะเธอมีแฟน (ก็สามีของเธอ) เชอร์รี่เล่าต่อไปว่า เธอเอาเงินที่พ่อแม่ส่งไปให้แฟนเรียนแทน จนแฟนจบปริญญาโทถึงได้กลับบ้าน พ่อแม่พูดไม่ออกเมื่อเห็นลูกสาวจากข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้ว ก็เลยยอมและหาบ้านให้ลูกสาวกับลูกเขยอยู่

เชอร์รี่อยู่กับสามีได้ 8 ปี มีลูกกัน 3 คน เขาก็ไปได้เสียกับเลขานุการหน้าห้อง จึงทิ้งลูกกับเมียแบบไม่เหลียวแล เพราะไม่ได้จดทะเบียนกัน เชอร์รี่ไม่มีการศึกษาจึงหางานทำไม่ได้ ส่วนสามีก็จำใจให้เงินเธอบ้าง แต่ก็ไม่พอใช้ จนเธอขู่จะฟ้องศาล เพราะเขารับรองลูกทุกคน เขาจึงยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูแบบต้องใช้อย่างประหยัดเต็มที่ เชอร์รี่ไม่อาจขอเงินพ่อแม่ได้อีก เพราะพ่อแม่ธุรกิจล่มสลายในช่วง 2 - 3 ปี ที่ผ่านมาจนเป็นหนี้สินไม่อาจช่วยเธอได้
เชอร์รี่บอกว่า ขอให้วัยรุ่นเอาเธอเป็นตัวอย่างที่ไม่รักเรียน ชิงสุกก่อนห่าม ทำให้เสียอนาคต แทนที่จะนำเงินที่พ่อแม่ให้ไปศึกษาเล่าเรียน กลับไปเชื่อใจผู้ชายที่หวังแค่ให้เธอส่งเสียเขา เพราะเขาไม่มีเงินพอจะเรียนได้ หากเธอเรียนจนจบปริญญาตรี ป่านนี้เธออาจมีงานทำมีหลักฐานเลี้ยงตัว เลี้ยงลูก และพ่อแม่ได้ บทเรียนนี้ราคาแพงจนเธอแทบเป็นบ้า แต่พอนึกถึงลูกจึงต้องสู้ต่อไป โดยไม่รู้ว่าวุฒิ ม. 3 อย่างเธอจะทำอะไรได้
นี่คือวัยรุ่นหลอกพ่อแม่ จนตัวเองต้องถูกผู้ชายหลอก คงเป็นกรรมเวรที่ทำกับพ่อแม่กระมัง ชีวิตถึงเป็นแบบนี้ (เธอบอก)
วัยรุ่นฟังไว้นะ

 

วันเด็กปีนี้ หนูๆ อยากบอกผู้ใหญ่ว่า...
วันเด็กที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความเห็นในหัวข้อ เรื่องของเด็กๆ กับวันเด็กปี 55 โดยสำรวจจากเด็กที่มีอายุ 6 - 14 ปี ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,200 คน ระหว่างวันที่ 10 - 12 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่าอาชีพที่เด็กใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุดเมื่อโตขึ้น คือ แพทย์ 15.4% ตำรวจ 14.1% และ ครู 14.0% ในขณะที่มีเพียง 1.4% เท่านั้น ที่ระบุว่าอยากเป็นนักการเมือง
สำหรับเรื่องที่เด็กๆ อยากบอกผู้ใหญ่ในสังคมมากที่สุดคือ ให้มีความรักใคร่สามัคคีปรองดอง 28.7% ซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกง 22.8% และ ให้ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็ก 9.8% (ข้อมูลจาก http://breakingnews.nationchannel.com)

เรื่อง : รศ.สุพัตรา สุภาพ

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552