หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


ไวรัส “โรต้า” วายร้ายทำลายเด็ก
(0 votes)
“การเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ช่วยป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในนมแม่จะมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ผ่านจากแม่มาสู่ลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้หลายชนิดรวมถึงไวรัสโรต้า”

อยากทราบรับมือป้องกันไวรัสโรต้าให้ลูก ต้องดูแลอย่างไร
ไวรัสโรต้า เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก โดยมักจะเกิดกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี มักระบาดในช่วงหน้าหนาว ซึ่งแตกต่างจากอาหารเป็นพิษทั่วไปที่มักจะระบาดในหน้าร้อน เนื่องจากอาหารบูดเสียได้ง่าย  โดยเชื้ออาจติดมากับมือ ของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อเด็กสัมผัส และเอามือเข้าปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายโดยตรงทำให้มีไข้ ปวดท้อง อาเจียน และท้องเสียได้ เด็กทุกคนมีโอกาสเกิดโรคนี้  แต่เด็กบางกลุ่มอาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าหรือรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น เช่น เด็กที่อยู่ในที่ที่มีเด็กรวมกันมากๆ  เช่น โรงเรียน สถานเลี้ยงเด็ก  ทารกอายุน้อย มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ เป็นต้น

เมื่อได้รับเชื้อไวรัสโรต้าเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัว 1-2 วัน ก่อนเริ่มมีอาการ คือ มีไข้ มีน้ำมูกไอเล็กน้อย และมีอาการทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน โดยจะรุนแรงมากใน  1-2 วันแรก ปวดท้อง และถ่ายเหลวเป็นน้ำตามมา อุจจาระจะมีลักษณะเป็นน้ำปนลมพุ่ง มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเด็กที่ถ่ายมากอาจมีก้นแดงจากการระคายเคืองจากอุจจาระ เด็กจะมีอาการอ่อนเพลีย กระหายน้ำมาก ปวดท้อง ท้องอืด ไม่อยากรับประทานอาหาร  อาการอาเจียนจะเป็นในช่วงสองวันแรกแล้วดีขึ้น แต่ท้องร่วงจะอยู่นานประมาณ  5-7 วัน

วิธีการรักษา คือ ประคับประคองตามอาการ โดยให้สารละลายเกลือแร่กินให้เพียงพอกับที่ร่างกายสูญเสียไป ร่วมกับให้การรักษาอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เช็ดตัวและให้ยาลดไข้ ให้ยาขับลม ยาแก้อาเจียน  และให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ในเด็กทารกที่ดื่มนมผสมอาจเกิดภาวะขาดเอนไซม์แลคโตสที่ใช้ย่อยนมวัว ควรเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีแลคโตส หรือให้นมถั่วเหลือง ในเด็กที่ให้นมแม่ ให้นมแม่ต่อไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนนม หากเด็กกินไม่ได้ ต้องให้สารน้ำเกลือทดแทนทางหลอดเลือดดำ
ดังนั้น หากเด็กมีอาการ ซึมลง ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลยใน 4-6 ชม. มีไข้สูงหรืออาเจียนมากทำให้ไม่สามารถรับประทานน้ำและเกลือแร่ได้เพียงพอ ปวดท้องหรือท้องอืดมาก ชัก หายใจหอบเหนื่อยอาจบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติแทรกซ้อนควรรีบพามาพบแพทย์ทันที


การป้องกันไวรัสตัวนี้ติดต่อทำได้ง่ายมาก โดยการไม่สัมผัสกับอุจจาระหรือวัสดุที่ปนเปื้อนกับอุจจาระโดยตรง ดังนั้นการป้องกันการติดต่อที่ดีที่สุด คือ การล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ ให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ คนที่ดูแลเด็กก็ควรล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนชงนมหรือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก หลีกเลี่ยงการนำมือหรือของเล่นเข้าปาก


การเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ช่วยป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในนมแม่จะมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ผ่านจากแม่มาสู่ลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้หลายชนิดรวมถึงไวรัสโรต้าด้วย
ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้ชนิดกินให้ในเด็กอายุ 6 - 24 สัปดาห์ โดยให้ 2-3 ครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ โดยพบว่า วัคซีนตัวนี้สามารถป้องกันการเกิดโรค โดยเฉพาะการเกิดโรคขั้นรุนแรงที่ต้องนอนโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี

พญ.พัชร เกียรติสารพิภพ
กุมารแพทย์ ด้านระบบทางเดินอาหารและตับ
โรงพยาบาลปิยะเวท

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 ฉบับที่ 537