หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


ดื้อ...หรือแค่ซน
(0 votes)
                หลังจากผ่านพ้นวัยแบเบาะ ได้แต่กินกับนอนทั้งวัน จนกระทั่งเริ่มคลานไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แต่ก็ยังสำรวจโลกได้ไม่ถนัดเท่ากับการเดิน เด็กวัยนี้ก็จะเริ่มออกเดิน ออกวิ่ง ปีนป่ายโต๊ะเก้าอี้ รื้อข้าวของสารพัด ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ปวดหัวไม่น้อย แต่ความซุกซนของเด็กเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ เป็นการฝึกพัฒนาการต่างๆ ของเขาตามวัย แต่ครั้นจะปล่อยให้เค้าซนสนุกโดยไม่ดูแลก็คงไม่ได้ ก็ต้องดูแลตามความเหมาะสมค่ะ แล้วซนแบบไหนที่เรียกว่ากำลังน่ารัก และน่าห้าม ก็ต้องมาค่อยๆ ดูกัน

แม่จ๋า อย่าห้ามหนูเลย
เรื่องความซุกซนถือเป็นธรรมชาติอยากเรียนรู้ และจินตนาการของเด็กๆ ค่ะ อย่าว่าแต่เจ้าตัวเล็กเลย เพราะในขณะที่ลูกซน เขากำลังได้เรียนรู้สิ่งต่าง            ๆ ไปด้วย แต่ก็ต้องคอยระวังถ้าเค้าเล่นซนจนเกินเหตุ ทำข้าวของเสียหายหรือเจ็บตัว วัยนี้เค้าจะชอบวิ่งเล่นก็ต้องจำกัดพื้นที่ให้เค้าค่ะ รวมทั้งเอาข้าวของต่างๆ เช่น เก้าอี้ แจกัน ออกจากบริเวณ เพื่อให้เค้าวิ่งเล่นได้สะดวก หรือไม่ก็พาไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะหรือสถานที่ที่มีบริเวณกว้างๆ หน่อย ไม่มีรถราหรือผู้คนเดินไปมา รวมทั้งหลุมบ่อ บริเวณที่เด็กอาจจะพลัดตกเป็นอันตราย ข้าวของอะไรที่อาจจะแตกหักได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ รีโมท แว่นตา ก็ต้องเอาออกห่างจากมือเด็กเช่นกัน ควรเก็บไว้ที่สูงๆ หน่อย

ห้ามลูกซนพอประมาณ
เด็กกับความซนเป็นของคู่กัน มีหลายคนบอกว่าปล่อยให้เด็กวิ่งเหยียบหินเหยีบดินทรายบ้าง จะได้มีภูมิป้องกัน เอาจริงๆ นะคะ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็คงพอได้ แต่ยุคนี้ต้นหญ้าดินหินทรายที่ว่า ไม่ค่อยจะปลอดภัยนี่คะ มีทั้งเศษแก้ว เศษหินคม ขยะมากมายซ่อนอยู่ ปล่อยให้ลูกน้อยวิ่งเท้าเปล่าเหยียบ แทนที่จะได้ภูมิ กลับจะได้แผลมาเสียมาก ก็ให้เค้าใส่รองเท้าวิ่งดีแล้วค่ะ อย่าประมาทเลย ป่วยไข้บาดเจ็บมาก็ลูกเรา
นอกจากนี้ก็มักจะได้ยินว่า ปล่อยให้เค้าเล่นเลอะๆ ไปเถิด เค้าอยากขีดเขียนอะไรก็เขียนไป อันที่จริง เรายื่นกระดาษให้เค้าขีดเขียนก็น่าจะดีกว่าค่ะ แทนที่จะปล่อยให้เค้าไปขีดเขียนกำแพง ลบไม่ออก หรือเอากระดาษแปะกำแพงไว้เลยก็ได้ ให้เค้าขีดเขียนเต็มที่ หรือซื้อกระดานดำเล็กๆ ให้เค้าได้ขีดเขียน
ส่วนการเล่นเนื้อตัวเปรอะเปื้อน ก็ดูตามความเหมาะสมครับ เค้าไปวิ่งล้มคลุกดินทรายมา เสื้อผ้าเลอะเทอะก็อย่าไปดุว่า เพราะมันซักได้ เดี๋ยวนี้ผงซักฟอกออกแบบมาดีค่ะ ทำความสะอาดคราบสกปรกง่าย แค่แช่ แค่ปาดถู ปล่อยให้เค้าเล่นเลอะๆ ไปเถิดค่ะ แต่ถ้าต้องไปเที่ยวต่อ ก็ให้เค้าเล่นตามความเหมาะสม ไม่ใช่อยู่ๆ จะปล่อยให้ไปวิ่งลงโคลนลงเลนเลย แทนที่จะได้ไปเที่ยวต่อ ทีนี้ต้องกลับบ้านท่าเดียว หรืออาจจะเตรียมชุดมาเปลี่ยนให้เค้าอีกตัวสองตัวก็ได้ค่ะ

เด็กดื้อ..ดูไม่ยาก
เราแยกแยะเด็กดื้อกับเด็กซนไม่ยากค่ะ เด็กซนก็คือเค้าเล่นซน แค่ไม่ซนจนเกินเหตุ เช่น ปีนบันไดเล่น ปีนต้นไม้เล่น กระโดดลงจากโต๊ะจนเท้าพลิกเท้าแพลง แต่เด็กดื้อคือ ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง ห้ามปีนบันไดก็ยังปีน ห้ามปีนต้นไม้ก็ยังปีน ห้ามกระโดดลงจากโต๊ะ ขึ้นไปยืนบนโต๊ะก็ยังทำ แบบนี้ควรดุว่าค่ะ ไม่ค่อยปล่อยให้ลูกเล่นจนไม่สนใจอะไร ห้ามแล้วก็ไม่เชื่อฟัง การมีบทลงโทษเวลาลูกแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญเสมอค่ะ ไม่ว่ายุคที่ผ่านมาหรือยุคนี้ แต่เมื่อลงโทษแล้วก็ต้องสอนแนะนำเขาอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกันค่ะ

            แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ห้ามมากจนเกินไป ในบางเรื่องที่เด็กๆ ควรจะได้เรียนรู้ เช่น “เงียบหน่อย อย่าเพิ่งถาม” , “อย่าขีดอย่าเขียน” , “ห้ามทำสกปรกตรงนี้นะ” เป็นต้น ก็อาจทำให้ลูกน้อยสูญเสียความกระตือรือร้นและจินตนาการในการเรียนรู้ไปเลยก็ได้ค่ะ

ซนอย่างไร เรียกว่า ป่วย
บางครั้งลูกก็ซนมากจนทำให้ปวดตับบ่อยๆ จนเริ่มเกิดความสงสัยว่า จะพาไปปรึกษาคุณหมอดีมั้ยนะ อย่าเพิ่งค่ะ ให้ลองสังเกตพฤติกรรมการซนของลูกก่อนว่า พบอาการเหล่านี้หรือเปล่า

  • ซนจนเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ เรียกว่า งานเข้าประจำจนผิดปกติ ก็คือเจ้าตัวเล็กซนจนไม่รู้จักระมัดระวังตัวเอง ชอบเล่นอะไรแผลงๆ เช่น ปีนป่ายที่สูงๆ แล้วกระโดดลงมา
  • ซนจนขัดขวางพัฒนาการอื่นๆ ที่ควรจะเป็น เช่น ซนจนไม่ฟังอะไรเลยสักอย่าง หรือสอน ตักเตือนอะไรก็ไม่ฟัง
  • ซนจนเป็นปัญหาเรื่องการเรียนและการเข้าสังคม เช่น ชอบเล่นแรงๆ จนเพื่อนๆ ไม่อยากเล่นด้วย

ซนมาก ไม่ใช่สมาธิสั้นก็ได้
หากลูกซนจนขนาดที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า เริ่มไม่ไหวแล้ว ก็คงต้องพึ่งมือโปรในการแก้ปัญหาค่ะ แต่การพาไปหาคุณหมอนั้น ไม่ได้หมายความว่า ลูกจะเป็นสมาธิสั้น หรือโรคอะไรร้ายแรงหรอกนะคะ โดยส่วนใหญ่ก็พบสาเหตุการซนของเด็กมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก หรือการเลี้ยงดูของพ่อแม่หรือบุคคลต่างๆ ที่ดูแลเด็ก เช่น 

  • อยู่ที่บ้านที่ไร้ระเบียบวินัย
  • อยู่ในครอบครัวที่มีแต่ความยุ่งเหยิงตลอดเวลา
  • อยู่ในบ้านที่มีความรุนแรง ทั้งการด่าทอ และการทะเลาะตบตี

            ลองสังเกตวิเคราะห์ดูค่ะ แล้วลองปรับพฤติกรรมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม รวมทั้งคนที่อยู่รายล้อมรอบตัวลูก ถ้าตัวเด็กไม่ได้มีความผิดปกติอะไร เรื่องความซนที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ปวดเฮดก็จะลดน้อยลงไป ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรค่ะ

ฝึกวินัยเด็กซน…สร้างได้
อย่ากังวลค่ะ ว่าการฝึกวินัยจะไปจำกัดจินตนาการของลูกก ซึ่งการฝึกวินัยในที่นี้ ก็คือ “การฝึกให้เด็กรู้จักควบคุมตัวเอง” ซึ่งวิธีการฝึกก็มีอยู่มากมาย แต่หัวใจสำคัญของการฝึกจริงๆ ก็อยู่ที่การให้แรงเสริมทางบวกค่ะ

  • คำชม   เมื่อเวลาที่เด็กทำอะไรได้ดี แหม่..เรื่องง่ายๆ แค่นี้ใครก็รู้ใช่มั้ยคะ ซึ่งคำชมก็มีอยู่ 2 อย่าง ก็คือชมด้วยคำพูด และชมด้วยท่าทาง เช่น การชูนิ้วโป้งให้ ขยิบตาให้ หรือท่าทางน่ารักๆ ที่รู้กันเฉพาะครอบครัว แต่ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณอะไรก็แล้วแต่ นั่นก็สื่อให้ลูกรู้ว่า “พ่อแม่ชอบในสิ่งที่หนูทำอยู่นะ”
  • การ์ดดาว   เป็นวิธีสนุกที่เด็กๆ ชอบมากค่ะ อาจจะเหมาะสำหรับเด็กที่โตขึ้นมาสักหน่อย ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ตัวดาว อาจใช้สัญลักษณ์อย่างอื่นก็ได้ค่ะ แต่ควรจะให้ทันทีเมื่อเด็กทำความดี โดยการกำหนดรางวัลก็ควรให้ลูกมีส่วนร่วมด้วย ส่วนรางวัลก็แบ่งตามความยากง่ายให้สมเหตุสมผล เช่น ถ้าหนูไม่ปาข้าวของ ก็จะได้ดาวสองดวง หรือไม่ขึ้นไปปีนป่ายบนบันได ก็จะได้ดาวสามดวง ถ้าสะสมได้ห้าสิบดวง คุณแม่ก็จะพาหนูไปเที่ยวเขาดิน เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญ ก็คือเรื่องระยะเวลา อย่าให้ยาวนานเกินไป เดี๋ยวเด็กจะเบื่อและท้อใจเสียก่อน
    ล้อมกรอบ

ห้ามลูกซน ระวังโรคอ้วนมาเยือน
ก็มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา นำโดย ดร.เจสัน โบคาร์โร เตือนบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายที่มักคอยห้ามปรามเวลาที่ลูกๆ วิ่งเล่นซุกซน เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งทำให้เด็กๆ หันมาหาความสนุกสนานจากเกมคอมพิวเตอร์ และนั่งดูทีวีแทน ส่งผลให้โรคอ้วนมาเยือนได้ง่ายๆ ค่ะ
ที่มาบางส่วน http://women.sanook.com และรู้คิดดอทคอม

แสดงแบบ : ด.ช.บารเมษฐ์ แสงศรี

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552