หมวดหมู่บทความ Family Life ครอบครับสุขสันต์

Search by tag : Family Life, ครอบครับสุขสันต์, ลับคมความคิดด้วย “ทักษะการเขียน”


ข้อคิดจาก “อาม่า”
(1 vote)
“ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ร่ำรวย แต่ครอบครัวของอาม่าจะให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กอย่างยิ่ง โดยการเลือกโรงเรียนคุณภาพดีให้ลูก”

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้พาลูกหลานไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ และเป็นโอกาสที่จะได้กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างความสุขให้กับผู้อาวุโสแล้ว ยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการแสดงออกถึงความกตัญญู การได้พบปะญาติพี่น้อง รับรู้ประวัติครอบครัว อีกทั้งได้รับฟังเรื่องราวจากประสบการณ์ในอดีตที่เป็นประโยชน์มากมายอีกด้วย
ประสบการณ์เป็นสิ่งล้ำค่า เพราะประกอบด้วยความสำเร็จ ความล้มเหลว ความผิดพลาด ข้อคิดเตือนใจ  ที่จะนำมาต่อยอดใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตข้างหน้า  โดยไม่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้จากศูนย์ หรือผิดพลาดซ้ำสองอีก
ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสรับฟังแนวทางการเลี้ยงลูกจากประสบการณ์อันมีค่ายิ่งจากท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่ง  ที่ลูกหลานของท่านเรียกกันว่า อาม่า ผมไม่รู้จักมาก่อน แต่ฟังแนวทาง ฟังดีควรค่าแก่การถ่ายทอด
อาม่าเป็นสุภาพสตรีในวัย 80 ปี แม้จะมีปัญหาด้านความจำและสุขภาพที่ถดถอยลงบ้างแล้ว แต่สิ่งที่อาม่าเล่าให้ฟังล้วนเป็นข้อคิดและวิธีปฏิบัติที่ดี ถูกต้องตามตำราที่เราเรียนรู้กันในสมัยนี้ สามารถนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงดูบุตรหลานของเราต่อไปได้ ซึ่งปัจจุบันลูกหลานของท่านได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนดีของสังคม มีหน้าที่การที่ดี บางท่านอยู่ในตำแหน่งสำคัญของประเทศ ประสบความสำเร็จในชีวิตตามศักยภาพความสามารถของแต่ละคน ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้เรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกหรืออ่านตำราการเลี้ยงเด็กมาจากที่ไหน แต่สามารถเลี้ยงดูลูกหลานให้กลายเป็นคนเก่ง ดี มีสุขได้
ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากอาม่า ล้วนเป็นเรื่องง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ถ้าตั้งใจทำจริง ขออนุญาตสรุปให้ฟังสั้นๆ ดังต่อไปนี้ครับ

สร้างนิสัยการทานอาหารเป็นเวลา  

อาม่าจะให้ความสำคัญของการรับประทานอาหารเช้าเป็นอย่างมาก ทุกคนต้องมาถึงโต๊ะอาหารให้ตรงเวลาทุกวันไม่ให้ขาด คำแนะนำของอาม่าก็สอดคล้องกับผลการวิจัยหลายชิ้น ซึ่งระบุถึงผลเสียของการไม่รับประทานอาหารเช้า อาทิ ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่เติบโตตามเกณฑ์ เด็กขาดสมาธิในการเรียนซึ่งส่งผลกระทบต่อสติปัญญาและความจำ มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหลายโรค เช่น โรคอ้วน เส้นเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคนิ่ว เป็นต้น
นอกจากรับประทานอาหารเช้าให้เป็นเวลาแล้ว ในมื้ออื่นๆ เช่นกัน ทุกคนก็จะต้องรับประทานให้เป็นเวลา ไม่รับประทานจุกจิกไปเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลดีแก่ลูกหลาน เพราะทำให้ไม่มีใครมีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะแทบจะไม่มีเด็กอ้วนหรือผู้ใหญ่ที่น้ำหนักตัวมากเกินไปในบ้าน

สร้างวินัยและความรับผิดชอบ

อาม่าจะสร้างนิสัยที่ดีให้แก่ลูกหลาน โดยเฉพาะในเรื่องวินัยและความรับผิดชอบ โดยท่านอบรมจากเรื่องง่ายๆ เช่น เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ทุกคนมีหน้าที่นำจานที่ใช้รับประทานอาหารเช้าไปเก็บที่อ่างล้างจาน ท่านจะตามไปคอยนับจานในอ่างนี้  (ซึ่งต้องมี 8 ใบ ตามจำนวนเด็ก) การทำเช่นนี้ นอกจากจะสร้างวินัยและรับผิดชอบในการเก็บจานแล้ว ยังสามารถที่จะตรวจวินัยการทานอาหารเข้าได้อีกด้วย เพราะว่าวันไหนที่จานไม่ครบ 8 ใบ ท่านก็จะตามไปถามจนทราบว่า มีบางคนไม่ยอมรับประทานอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน และจะเข้าไปถามเหตุผลและอบรมว่า อาหารเช้านั้นสำคัญอย่างไร

สร้างนิสัยการนอนเป็นเวลา

อาม่าจะตั้งเวลาให้เด็กๆ เข้านอน ต้องไม่เกิน 2 ทุ่ม และต้องตื่นแต่เช้า ห้ามนอนตื่นสาย อาม่าจะค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ เพราะเห็นแก่สุขภาพของเด็กๆ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของแพทย์ ดังที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เด็กต้องการการนอนหลับที่เพียงพอ จึงจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองที่ดี หากเด็กเป็นคนนอนดึกหรือเข้านอนไม่เป็นเวลา จะทำให้เด็กไม่สดชื่น ตัวเล็ก การพัฒนาด้านสมองและสมาธิไม่ดี

สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม 

เนื่องจากอาม่ามีลูก 8 คน รอบบริเวณบ้านที่พักอาศัย สิ่งแวดล้อมไม่ดีนัก มีทั้งชุมชนแออัด มีก๊วนเด็กแว๊น มีบ่อนการพนัน โรงภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ ท่านจึงไม่อนุญาตให้ลูกๆ ออกไปเล่นกับเด็กแถวบ้าน เพราะคิดว่าคงจะไม่สามารถตามไปดูแลสอดส่องลูกทั้ง 8 ว่าไปทำอะไรที่ไหน เด็กทุกคนจึงต้องเล่นอยู่ในบ้าน มีเพื่อนบ้านหลายคนก็ตำหนิท่านว่า ขังลูก ไม่รู้จักให้อิสระลูกในการออกไปเผชิญชีวิตข้างนอก ทำให้เด็กใช้ชีวิตข้างนอกไม่เป็น แต่ท่านคิดว่าหากปล่อยออกไปเล่นข้างนอกบ้าน คบกับเพื่อนโดยไม่ได้อยู่ในสายตาของพ่อแม่ น่าจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเด็กยังคิดไม่เป็น แยกแยะไม่ถูก อาจถูกชักนำไปในทางที่ไม่ดีได้ หากไปคบเพื่อนที่ไม่ดี
อาม่าไม่ได้กีดกันให้เด็กๆ ไม่คบใคร ในทางตรงข้าม สิ่งที่ท่านทำคือ เลือกเพื่อนให้ โดยการพาลูกๆ หลานๆ ไปหาญาติที่พักอาศัยในบริเวณนั้น เป็นประจำเกือบทุกวัน และให้ได้ไปเล่นกับญาติที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้เด็กเกิดความสนิทสนมผูกพันกับญาติพี่น้อง เพราะเสมือนเติบโตมาด้วยกัน สามารถคอยช่วยเหลือกันและพึ่งพาอาศัยกันได้จนถึงทุกวันนี้

เลือกโรงเรียนที่เหมาะสม

ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ร่ำรวย แต่ครอบครัวของอาม่าจะให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กอย่างยิ่ง โดยการเลือกโรงเรียนคุณภาพดีให้ลูก ยินดีลงทุนด้านการศึกษาเพื่อให้ลูกได้อยู่ในโรงเรียนที่คุณภาพดี มีกลุ่มเพื่อนที่ดี (ที่ผู้ปกครองให้เวลาในการอบรมสั่งสอนลูก ไม่ปล่อยปละละเลยลูก) ส่งผลให้ลูกๆ ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี บางคนได้รับทุนเรียนจนถึงระดับปริญญาเอก และลูกทุกคนได้รับโอกาสด้านอาชีพการงานที่ดี บางคนเป็นผู้บริหารระดับสูงของกิจการเอกชน และบางคนเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว

ส่งเสริมทักษะด้านดนตรี 

แม้ฐานะการเงินที่บ้านไม่ดีนัก แต่ในครอบครัวให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านดนตรี อาม่าเล่าว่าที่บ้านลงทุนซื้ออิเล็คโทน (เมื่อเทียบกับค่าเงินสมัยนี้เท่ากับราคาหลายแสนบาทเลยทีเดียว) ไว้ให้ลูกเล่นในบ้าน และสนับสนุนให้ลูกได้เรียนเพิ่มเติมตามกำลังทรัพย์ที่มี  ดังที่เราทราบกันดีว่าดนตรีมีผลต่อการพัฒนาสมอง ทำให้อารมรณ์และสมาธิดี ถือเป็นกิจกรรมยามว่างที่ดีสำหรับเด็กอีกด้วย
เลี้ยงเด็กด้วยความรัก ความเข้าใจ
อาม่าเป็นคนที่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย เช่น การอุ้มเด็กทารก ดังที่เรามักได้ยินคำสอนว่า "อย่าไปอุ้มเด็กในวัยทารกเมื่อเด็กร้องทันที เดี๋ยวเด็กจะติดมือ" สำหรับเรื่องนี้ท่านคิดว่า เด็กร้องเราต้องอุ้ม เพราะแสดงว่าเขาต้องการสื่อสารบางอย่างกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเพราะเปียกแฉะ หิว ไม่สบายตัว เบื่อ เหงา อ้อนอยากเล่นกับพ่อแม่ ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยที่บอกว่า เด็ก 6 เดือนแรกซึ่งเป็นวัยที่สื่อสารความต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้โดยการร้องไห้เท่านั้น หากได้รับการตอบสนองจากผู้เลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นการเดินเข้าไปหา การอุ้ม การสัมผัส การพูดคุยปลอบให้หายกลัว และได้รับความช่วยเหลือตรงกับความต้องการของเด็ก จะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดูได้เป็นอย่างดี เกิดความไว้ใจ (Trust) ว่ามีคนคอยดูแล และการร้องไห้จะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเติบโตขึ้นมา จะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่เรียกร้องความสนใจจนมากเกินไป
ในทางตรงกันข้ามเด็กที่ขาดคนสนองตอบความต้องการอย่างเพียงพอในวัยทารก เช่น เด็กกำพร้าที่มีผู้ดูแลน้อยกว่าจำนวนเด็กที่มีมาก ร้องเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่มีคนมาให้นม ช่วยเช็ดทำความสะอาด หรือปลอบให้หายกลัว จะโตขึ้นมาอย่างคนขาดความรัก เรียกร้องมาก เพราะได้รับการเติมมาไม่เต็มพอ การอุ้มในวัยนี้จึงไม่ได้เป็นการตามใจเด็กจนเสียนิสัย แบบเดียวกับกรณีที่เด็กโตแล้วพูดเข้าใจแล้ว ซึ่งใช้วิธีร้องไห้เพื่อให้ได้ สิ่งที่ตรงการ
นอกจากยังมีงานวิจัยอื่นที่บอกว่า แม่ที่ยืนอยู่ข้างทารกน้อย  แต่ไม่อุ้มไม่กอดลูกเลย  เด็กจะร้องไห้ลั่น ดังกว่าเมื่อนอนอยู่คนเดียวเสียอีก เพราะทารกน้อยสามารถซึมซับถึงความรัก ความอบอุ่น ปลอดภัย และสุขสบาย จากอ้อมกอดของพ่อและแม่  และในทางวิทยาศาสตร์นั้น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้เซลล์ประสาทในสมองของลูกน้อยซึ่งมีอยู่ราวแสนล้านเซลล์เกิดการเชื่อมโยงและพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำได้โดยการที่คุณแม่ป้อนนมและสบตา อุ้มกอดลูกด้วยความรัก อบอุ่นและนุ่มนวลนั่นเอง

ในเรื่องการเล่นกับลูก

ท่านจะบอกเสมอว่า ควรเล่นกับเด็กมากๆ เด็กจะได้ฉลาด นอกจากนี้ ท่านยังใส่ใจในเรื่องการทานอาหารและปรุงอาหารที่เด็กชอบ โดยไม่ใช่เน้นแต่มีประโยชน์อย่างเดียว เพราะหากเด็กได้รับประทานอาหารที่ตนเองชอบบ้างเป็นครั้งคราว เด็กจะมีความสุขใจอย่างยิ่ง
คำกล่าวที่กล่าวว่า  "มีใจ ก็มีทาง" เป็นจริงได้ แม้ไม่มีเงินมากก็สามารถเลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง ดี มีสุขได้ ดังที่เราได้เห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนในโลกนี้  ก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีฐานะดี แต่มีคุณพ่อคุณแม่ที่รักและเลี้ยงดูลูกอย่างเอาใจใส่ และเลี้ยงดูลูกอย่างถูกทาง ถูกวิธี ลูกก็จะสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประสบความสำเร็จตามความสามารถของเขาได้
เงินไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง แต่คำตอบของการเลี้ยงลูกให้ได้ดีอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ครับ

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ ,http://www.kriengsak.com
ภาพประกอบ : ด.ช.กวิณภพ ปิยะประคองศรี

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เดือนมิถุนายน - กรกฏาคม 2560 ฉบับที่ 536