หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 1

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 1, หลบ หลีก เลี่ยง หวัด หน้าฝน


สรรค์สร้างจินตนาการ...ก้าวสู่สุดยอดนักคิด
(3 votes)
 t1.gif               วลีอมตะของไอสไตน์ จะเป็นจริงหรือที่ว่า จินตนาการจะสำคัญกว่าความรู้” เป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนกัน คงเปรียบกับการปั้นเจ้าตัวเล็กให้เป็นยอดนักคิดสร้างสรรค์ที่เก่งกาจนั้น พ่อแม่คงต้องทำให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งเก่าๆ และคิดว่า ทุกอย่างต้องเป็นอย่างนั้นตลอดไป             เพราะไม่งั้น...ตอนนี้ เราก็คงไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ไม่มีเครื่องบินเพื่อเดินทางประหยัดเวลา ไม่มีโทรทัศน์เป็นสิ่งบันเทิงเริงใจ ก่อนอื่นเราต้องมีความเชื่อ...เพราะโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์อีกมากมายให้ค้นพบ การส่งเสริมเจ้าตัวเล็กเป็นยอดนักคิดสร้างสรรค์ทำได้หลายอย่าง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เป็นสิ่งง่ายๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน แต่ทำให้เซลล์สมองของเด็กแตกกิ่งก้านได้อย่างน่าอัศจรรย์
คำถามแบบปลายเปิด            
การพูดกับเด็กนั้นสำคัญมากค่ะ พยายามใช้คำถามปลายเปิดเพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้ฝึกฝนความคิดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคงมีหลายครั้ง เจ้าหนูจำไมถามด้วยความสงสัย ให้คุณแม่ตอบคำถามแบบบอกเล่า แทนที่จะตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”  ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ นุ่มนวล อย่าข่มเหงความคิดของลูกด้วยการพูดเยาะเย้ย ถากถาง ควรทำให้เขามีความสุข และความคิดบรรเจิดในแง่ดีก็จะตามมา
ให้ลูกเป็นคนจบนิทาน
นิทาน หรือเรื่องสนุกสักหนึ่งเรื่อง ดีกว่าการ์ตูนทีวี ดีวีดีเป็นสิบเป็นร้อยเรื่อง เพราะทีวีเป็นการสื่อสารแค่ทางเดียว (one way communication) คือ ไม่ว่าเด็กจะยิ้ม หัวเราะ หรือพยายามสื่อสารทางกายด้วย ทีวีก็ไม่เคยตอบสนองกลับคืนมาเลย เหมือนกับคุณพ่อคุณแม่
แต่ที่สำคัญควรเว้นตอนสุดท้ายเอาไว้แล้วให้ลองคิดต่อว่า เรื่องนั้นจะจบอย่างไร?
หลายครั้งคุณแม่อาจจะทึ่งในความคิดของเจ้าตัวเล็ก แต่บางทีตอนจบก็อาจไม่โดนใจมากนัก แต่ก็ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า จินตนาการไม่มีสิ่งใดผิดหรือถูกค่ะ อย่าพูดว่า “จบแบบนั้น...ไม่ดีเลย แล้วก็สาธยายตอนจบตามเรื่องจริง หรือสิ่งที่เราคิดออกมาเอง”  ขัดบ่อยเข้า เขาก็ขี้เกียจคิด เพราะคิดไปแล้วก็ผิดทุกที
ลากเส้นต่อจุด
            พวกหนังสือภาพลากต่อจุดตามท้องตลาด ไม่มีประโยชน์มากนัก เพราะเด็กจะไม่ได้ใช้ความคิดของตัวเอง เป็นการสร้างกรอบทางความคิดแทนที่จะเปิดประตูสู่จินตนาการไม่รู้จบ
ส่วนวิธีการก็ง่ายๆ ค่ะ ให้คุณแม่เตรียมกระดาษหนึ่งแผ่น อาจเริ่มจากแผ่นเล็กๆ ก่อน (งานศิลปะของลูก ควรใช้กระดาษหลายๆ แบบ เช่น กระดาษรูปดาว วงกลม วงรี หรือไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เพราะจะช่วยส่งเสริมจินตนาการและความคิดของลูกให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้แต่กระดาษรูปสี่เหลี่ยม) ต่อจากนั้นก็เติมจุดลงบนกระดาษหลายๆ จุดแบบถี่ๆ ถ้าลูกทำได้ก็ให้จุดร่วมกัน จากนั้นก็ให้เจ้าตัวเล็กลงมือลากเส้นจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งตามความพอใจ ลากจนบรรจบครบหมดทุกจุด แล้วนำภาพนั้นมาดู ถามเขาว่า เห็นเป็นรูปอะไร และชวนกันพูดถึงภาพนั้น หรือจะระบายสีตามช่องต่างๆ ในภาพนั้นก็ได้ค่ะ
วาดรูปที่ค้างคา
ใช้ภาพเป็นเครื่องมือกระตุ้นจินตนาการ ยิ่งลูกคิดต่างออกไปได้ยิ่งดี...
โดยนำรูปเพียงครึ่งๆ กลางๆ เช่น มีแต่ตาข้างเดียว มีแต่ขา วงกลมวงเดียว มีเส้นตรงเส้นเดียวหรือแม้แต่จุดๆ เดียวก็ได้ มาให้เจ้าตัวเล็กวาดต่อ โดยห้ามชี้นำว่า ภาพที่ถูกต้องคือภาพอะไร หากให้ลูกวาดวงกลมต่อ แต่เขาวาดเป็นดวงอาทิตย์ นั่นแสดงว่า เขายังอาจติดอยู่ในกรอบยังไม่ค่อยกล้าคิดอะไรที่แปลกและแตกต่าง แต่ถ้าลูกวาดมาเป็นสิ่งใดไม่รู้ที่คุณแม่ดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาสามารถบอกได้ว่า เป็นเครื่องขุดเจาะดวงอาทิตย์ แสดงว่าความคิดสร้างสรรค์ของเขานับว่าใช้ได้ดีทีเดียว
หนังสือภาพประเภทค้างคา ลากเส้นต่อจุดแล้วกลายเป็นภาพต่างๆ โดยเฉพาะภาพที่ยังไม่ต้องลากเส้นก็ดูรู้แล้วว่าเป็นอะไร ภาพพวกนี้ เด็กจะไม่ได้ใช้ความคิดของตัวเองเลย ซึ่งเป็นการสร้างกรอบทางความคิดของเด็กแทนที่จะเปิดประตูสู่จินตนาการไม่รู้จบแก่เขา
เล่นต่อคำ
            ยามว่างๆ คิดไม่ออกว่า จะเล่นอะไรกับเจ้าตัวเล็ก ก็ลองให้คุณแม่ชวนเขามาเล่นเกมต่อคำที่ขึ้นต้นและลงท้ายด้วยคำต่างๆ เช่น แม่...น้ำ... นัก...ปลา... และอีกมากมายก่ายกองตามความคิดสร้างสรรค์เลยค่ะ โดยผลัดกันพูดคนละคำ ลูกน้อยจะได้ฝึกสมอง พร้อมฝึกฝนทักษะด้านภาษาไปอีกทางหนึ่งด้วย
สิ่งนี้ทำอะไรได้บ้าง?
            “คนเก่ง ลองบอกแม่ซิ! เจ้าดินสอแท่งนี้ ทำอะไรได้บ้างเอ่ย”
คำตอบในครั้งแรกๆ ของเจ้าตัวเล็กอาจตีบตันและคิดไม่ออก แต่ครั้งต่อไป สมองของเขาก็จะทำงานได้ฉับไวขึ้นและสามารถพลิกแพลงได้มากมาย อาทิ เขียนหนังสือ วาดรูป เจาะรู ทับกระดาษ วิธีการนี้ก็แสนง่ายๆ ให้คุณแม่ลองยกสิ่งของแล้วให้ลูกบอกว่า ของสิ่งนั้นสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง  ตัวคำถามอาจเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้ เช่น มีอะไรบ้างที่เป็นสี่เหลี่ยม? มีอะไรในโลกนี้บ้างที่สามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าได้? ก้อนเมฆพวกนั้นมีรูปร่างเหมือนอะไร? เหล่านี้เป็นต้นค่ะ

จากเด็กโง่...กลายเป็นยอดนักคิดระดับโลก
“ไอน์สไตน์ เธอมันโง่” คำปรามาสจากคุณครูผู้สอนที่ เด็กชายอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โดนอยู่บ่อยๆ จนในที่สุด โรงเรียนก็เชิญเขาออกด้วยเหตุผลที่บอกกับพ่อแม่ว่า “เป็นเด็กที่ไม่มีทางสอนได้” ถ้าพ่อแม่ไอน์สไตน์ท้อแท้และเห็นด้วยดังคำกล่าวหา ปริศนาทางฟิสิกส์ก็คงสิ้นสุดการค้นหาแต่เพียงเท่านั้น โลกของเราคงไม่มีเทคโนโลยีเจริญจนถึงทุกวันนี้ แต่ในขณะที่ใครๆ ก็บอกว่า ไอน์สไตน์ไม่เอาอ่าว แต่ก็ผู้หญิงอยู่คนหนึ่งที่ยืนหยัดเคียงข้างเขาเสมอ ผู้คนนั้นคงเดากันได้ไม่ยากใช่ไหมคะว่าคือใคร....เธอก็คือ “แม่” ของเขานั่งเอง

 

ขอขอบคุณ หนังสือสอนเด็กอย่างไรให้ ดี เก่ง และมีความสุข โทร.02-981-3701

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม - สิงหาคม 2563 ฉบับที่ 554