หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก จิตวิทยาลูกรัก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, จิตวิทยาลูกรัก, กฎ 3 ข้อในการควบคุมลูกให้ได้ผล, พบคุณหมอเด็ก, ทำไมลูกชอบตื่นร้องกลางดึก


(0 votes)
x80.jpgเด็ก 2 ขวบบางคนอาจเอามือล้วงเข้าไปในกางเกง เด็กทำไปเพียงเพราะว่ารู้สึกสบาย ไม่ได้ต้องการถึงจุดสุดยอด” “เด็ก 2 ขวบบางคนอาจเอามือล้วงเข้าไปในกางเกง เด็กทำไปเพียงเพราะว่ารู้สึกสบาย ไม่ได้ต้องการถึงจุดสุดยอด”

    เวลาที่ลูกน้อยถามว่า "หนูออกมาจากตรงไหนของแม่" "พ่อกับแม่ทำยังไง ถึงมีหนูเกิดขึ้นมาได้" "ทำไมของหนูไม่เหมือนจู๋ของน้อง" คำถามเหล่านี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่อึดอัดใจที่จะตอบ หากเป็นพ่อแม่สมัยก่อนอาจแสดงสีหน้าหงุดหงิดแล้วดุว่า "ถามทำไม! ไม่ใช่เรื่องของเด็ก" พ่อแม่บางคนอาจใช้วิธีหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม เช่น ทำเป็นไม่ได้ยิน หรือชวนคุยไปเรื่องอื่น ซึ่งลูกหลานก็ยังคงไม่หายสงสัยอยู่ดี อาจถามต่อในวันถัดไป
    อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้เรื่องเพศของเด็กเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และหนทางที่ถูกต้องก็คือ การตอบคำถามลูกอย่างตรงไปตรงมา อย่างเหมาะสม ตามอายุหรือช่วงวัยที่แตกต่างกัน ดังนี้
•    อายุ 2-3 ปี คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้รู้จักคำซึ่งใช้เรียกอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายคืออวัยวะเพศ อย่างถูกต้อง โดยอาจใช้คำง่ายๆ ที่เด็กเข้าใจและไม่ใช่คำหยาบ เช่น เรียก "จู๋ " แทนอวัยวะเพศชาย "จิ๋ม" แทนอวัยวะเพศหญิง หรือคำพื้นบ้านอื่นๆ ตามชาติภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป
•    อายุ 3-4 ปี "หนูออกมาจากตรงไหนของแม่" เด็กวัยอนุบาลนี้ยังไม่เข้าใจรายละเอียดของระบบสืบพันธุ์ จึงควรอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ "แม่มีส่วนหนึ่งอยู่ในท้องของแม่ (เรียกว่ามดลูก) เป็นเหมือนบ้านที่หนูได้อาศัยอยู่ในท้องแม่จนตัวโตพอ หนูก็เกิดออกมา”80.jpg
•    อายุ 4-5 ปี "หนูเกิดออกมาจากแม่ได้ยังไง" ควรตอบว่า "เมื่อหนูโตพอพร้อมที่จะเกิด มัน (มดลูก)ก็ดันตัวหนูออกมาทางช่อง (คลอด) ของแม่”
•    อายุ 5-6 ปี อาจเริ่มมีแนวคิดที่ว่า เด็กเกิดขึ้นมาจากพ่อและแม่ได้อย่างไร "พ่อกับแม่ทำยังไง ถึงมีหนูเกิดขึ้นมาได้" หากลูกต้องการรายละเอียดมากขึ้น อาจอธิบายว่า "ในร่างกายของพ่อมีตัวเล็กๆ (เซลล์) เรียกว่า "ตัวสเปิร์ม" (หรือ "ตัวอสุจิ") เข้าไปผสมกับตัวเล็กๆ ของแม่ เรียกว่า "ไข่"
•    อายุ 6-7 ปี เริ่มเข้าใจพื้นฐานของเพศสัมพันธ์ คุณพ่อคุณแม่อาจพูดว่า "ธรรมชาติได้สร้างให้ร่างกายของผู้ชายและผู้หญิงเข้ากันได้พอดี เหมือนการต่อตัวต่อ จิ๊กซอว์ เมื่อ 2 ส่วนนี้ต่อเข้ากันพอดีแล้ว ตัวอสุจิซึ่งเหมือนลูกอ๊อด จะว่ายน้ำจากอวัยวะเพศของพ่อเข้าไปผสมกับไข่ของแม่” อาจเริ่มอธิบายว่า คุณพ่อคุณแม่คิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเพศและความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น "เพศสัมพันธ์เป็นวิธีหนึ่งที่คนเราใช้แสดงความรักต่อกัน"
•    อายุ 8-9 ปี เรื่องเพศมีความสำคัญขึ้น โดยเด็กมักรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ และเพื่อนๆ เด็กวัยนี้มักจะเริ่มเข้าใจคำอธิบายบางอย่าง รวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศหรือการข่มขืนด้วย อาจสอนว่า "จำไว้ว่า แม้ว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของสัมพันธ์แห่งรัก แต่การที่คนหนึ่งใช้กำลังบังคับอีกคนหนึ่งให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เรียกว่าการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง"
•    อายุ 9-11 ปี เป็นวัยที่กำลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น เด็กมักพร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งเด็กพบเห็นตามสื่อหรือข่าวต่างๆ
•    อายุ 12 ปี เมื่อถึงวัยนี้ เด็กรู้คุณค่าในตัวเองแล้ว ควรตรวจสอบว่าข้อมูล ข่าวสารใดบ้าง ที่ลูกควรจะได้รับ
ตอบอย่างไร..ให้เหมาะสม
•    ลูกอาจถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศกับคุณพ่อคุณแม่โดยไม่เลือกโอกาส หรือคาดเดาไม่ได้ บางคำถามอาจทำให้พ่อแม่อึดอัดใจที่จะตอบ และไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ตัวอย่างเช่น ลูกสาวอายุ 3 ขวบรู้สึกประหลาดใจขณะที่แม่กำลังจะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องชาย แล้วเธอเห็นว่าอวัยวะเพศของน้องชายไม่เหมือนของตัวเอง "แม่..นั่นอะไรน่ะ?" เธอถามพร้อมกับชี้ไปที่อวัยวะเพศของน้องชาย บางคนอาจพยายามเปลี่ยนเรื่องพูดทันที หรือรีบๆ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เสร็จโดยไม่ตอบ อาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ หากแต่ทำให้ลูกน้อยรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องไม่ดี ไม่สมควรถาม คุณพ่อคุณแม่จึงควรอธิบายตามความเป็นจริงว่า "นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายกับผู้หญิงแตกต่างกัน เขาเรียกว่า จู๋ ของหนูก็มี จิ๋ม ซึ่งไม่เหมือนกัน” เด็กอาจถามซ้ำๆไ ด้อีก คุณพ่อคุณแม่ควรอดทนตอบอย่างใจเย็น
•    ขณะกำลังซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต เด็กผู้ชายบางคนอาจถามแม่ขึ้นมาว่า "แม่ ทำไมอยู่ดีๆ จู๋ของผมมันแข็งขึ้น" คุณแม่จะตอบปัญหานี้อย่างไร อาจเลี่ยงไปแบบไม่ตอบคำถามขณะนั้น แต่ไปตอบทีหลัง หรือคุณแม่อาจตอบเบาๆ ว่า  "อ๋อ! มันเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว เดี๋ยวมันก็กลับไปเหมือนเดิม"
•    จะทำอย่างไรเมื่อคุณพ่อคุณแม่จับได้ว่า ลูกน้อยกำลังเอามือสัมผัสหรือถูไถบริเวณอวัยวะเพศเล่น เด็กเล็กๆ มักเริ่มเรียนรู้ที่จะสำรวจอวัยวะต่างๆ ของร่างกายตนเอง เด็กทารกอาจสัมผัสอวัยวะเพศตัวเองขณะเปลี่ยนผ้าอ้อม เด็ก 2 ขวบบางคนอาจเอามือล้วงเข้าไปในกางเกง เด็กทำไปเพียงเพราะว่ารู้สึกสบาย ไม่ได้ต้องการถึงจุดสุดยอด คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนว่า "แม่รู้ว่าหนูอาจรู้สึกสบาย มีความสุขเวลาจับมัน (อวัยวะเพศ) แต่ควรทำเวลาที่ไม่มีใครอยู่" คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการแสดงให้ลูกเห็นว่า การจับหรือถูไถเป็นเรื่องต้องห้ามหรือผิดรุนแรง อาจจับมือลูกออกแล้วเบนความสนใจ เช่น "ไประบายสีกับแม่ดีกว่า"
•    เมื่อคุณพ่อคุณแม่กำลังอธิบายถึงการที่ไข่กับสเปิร์มผสมกัน ก็จะเกิดเป็นเด็กขึ้นมา แล้วลูกวัย 6 ปี เกิดถามว่า "แล้วตัวสเปิร์มเข้าไปในไข่ได้ยังไง" คุณพ่อคุณแม่อาจอธิบายง่ายๆ ว่า "พ่อกับแม่จะอยู่ใกล้ชิดกันพอที่ตัวสเปิร์มจะเข้าไปในตัวแม่ได้ ตัวสเปิร์มก็จะออกมาจาก (อวัยวะเพศ) ของพ่อ เข้ามาในช่องซึ่งอยู่ในตัวแม่ ซึ่งจะมีที่เก็บรักษาตัวสเปิร์มไว้ จนกระทั่งมันได้พบกับไข่ "ถ้าหากลูกถามรายละเอียดต่อไป อาจอธิบายต่อว่า "ส่วนของพ่อจะเข้าได้พอดีกับช่อง (คลอด) ของแม่ เหมือนมีดสอดเข้าไปในปลอกมีด ธรรมชาติ (หรือพระเจ้า) ได้สร้างมาให้พอดีกัน เหมือนจิ๊กซอว์ที่ลูกเล่นแล้วมันต่อกันได้พอดี"
•    ข้อมูลพื้นฐานเช่น "เด็กตัวเล็กๆ โตอยู่ในท้องแม่" อาจไม่เพียงพอสำหรับลูกวัยอนุบาลบางคน เขาอาจถามต่อว่า เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น เด็กออกมาจากท้องแม่ได้อย่างไร ลองใช้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เช่น "เด็กส่วนใหญ่ออกมาจากช่อง (คลอด) ของแม่ ช่องนี้เหมือนกับท่อที่เข้าไปในท้องของแม่ มันจะบีบตัวเพื่อให้เด็กออกมาข้างนอก" หากเป็นคุณแม่ซึ่งคลอดโดยการผ่าท้องคลอด ก็อาจตอบได้ง่ายกว่า โดยชี้ให้ดูแผลผ่าตัดที่หน้าท้องแม่ แล้วอธิบายว่า "เมื่อหนูโตพอ คุณหมอก็ผ่าท้องแม่ตรงนี้ แล้วดึงเอาหนูออกมา"
•    เมื่อลูกชายวัยประถมเล่าว่า เพื่อนบอกวิธีเข้าไปดูเว็บไซต์ภาพโป๊ เปลือย เมื่อคุณเข้ามาในห้องรับแขก แล้วพบว่าลูกกำลังค้นหาภาพผู้หญิงโป๊ในอินเตอร์เน็ตอยู่ คุณพ่อคุณแม่ควรจะพยายามควบคุมอารมณ์โกรธ ลูกเพียงแต่อยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็ก ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่า ภาพนั้นไม่เหมาะสมกับเด็กจริงๆ ไม่ด่วนพิพากษา แต่ใจเย็นแล้วสอนว่า "นั่นเป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ ลูกควรดูเว็บสำหรับเด็กจะดีกว่า" คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และอาจใช้โปรแกรมหรือซอฟแวร์ ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าไปดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของครอบครัว
•    หนังสือสอนเพศศึกษาสามารถช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องเพศได้ง่ายขึ้น หรือช่วยให้รายละเอียดสิ่งที่พ่อแม่ได้สอนไปแล้ว ควรอ่านไปด้วยกันกับลูกพร้อมกับช่วยตอบคำถาม ไม่ควรส่งหนังสือให้ลูกไปนั่งอ่านเอง ควรบอกลูกว่า เมื่อลูกโตขึ้นแล้วมีคำถามอื่นที่ซับซ้อนและอ่อนไหวมากขึ้น พ่อแม่ก็พร้อมและยินดีจะตอบคำถามและอธิบายให้
อย่างไรก็ดี การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศกับลูกที่กล่าวไปแล้วค่อนข้างอิงกับวัฒนธรรมตะวันตก คุณพ่อคุณแม่อาจพิจารณาตามความเหมาะสม เนื่องจากบางเรื่องอาจเกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและศาสนาที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศหรือเชื้อชาติ การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศกับจึงลูกอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก คุณพ่อคุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องที่ลูกไม่ได้ถามหรือสงสัย
อย่างไรก็ตาม หากลูกถามแล้ว การตอบคำถามที่ดีที่สุดนั้นควรพิจารณาตามวัย โดยไม่ให้รายละเอียดมากเกินไปจนเด็กสับสน แต่ขณะเดียวกันก็พูดคุยอย่างเปิดใจถึงสิ่งที่อยู่ในความคิดของเด็ก

    ขอขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ
 
เรื่อง นพ.กมล แสงทองศรีกมล
กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
แสดงแบบ : แม่เอ๋ และ น้องเอญ่า-ด.ญ.พัชสนันท์ สระทองเทียน
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 ฉบับที่ 537