หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คลินิคแม่และเด็ก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิคแม่และเด็ก, น้ำประปาชงนมให้ลูกดีไหม


โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า
(0 votes)
“อาการปวดจะเกิดขึ้นเองอย่างฉับพลัน เป็นระยะสั้นๆ และเกิดซ้ำๆ ลักษณะการปวดแปล๊บคล้ายไฟฟ้าช็อต”04.jpg

“อาการปวดบริเวณใบหน้า หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเพราะฟันผุหรือเกิดจากเหงือกอักเสบ แต่เมื่อรักษาอาการภายในช่องปากแล้ว กลับพบว่าอาการปวดใบหน้าไม่ได้หายตามไปด้วย หรือแท้ที่จริงแล้วการเกิดอาการปวดที่ใบหน้าอาจมีสาเหตุมาจากเส้นประสาทคู่ที่ 5 ที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกจากใบหน้า ลิ้น ฟัน ปาก เหงือก และควบคุมกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการเคี้ยวอาหาร ถูกกดทับหรือเกิดจากปลอกประสาทเสื่อม ซึ่งโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายวัยกลางคน ไปจนถึงผู้สูงอายุ

โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่บริเวณใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งหรืออาจปวดบริเวณแก้ม เหงือกและฟันอย่างรุนแรง โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นเองอย่างฉับพลัน เป็นระยะสั้นๆ และเกิดซ้ำๆ ลักษณะการปวดแปล๊บคล้ายไฟฟ้าช็อต เจ็บปวดรุนแรงจนผู้ป่วยบางรายไม่สามารถสัมผัสใบหน้า เคี้ยวอาหาร และแปรงฟันได้ตามปกติ ซึ่งสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก บางครั้งอาการปวดจะกระตุ้นให้มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า
การตรวจวินิจฉัยโรคนี้สามารถทำได้ โดยการสอบถามอาการจากผู้ป่วยและตรวจร่างกายร่วมด้วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนอื่น แต่ถ้าผู้ป่วยมีความผิดปกติในระบบประสาทส่วนอื่น แพทย์จะส่งตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง หรือ MRI และเมื่อตรวจพบอาการของโรคนี้แล้ว แพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาคาร์บามาซีพีนและอ็อกคาร์บาซีพีนที่ออกฤทธิ์ลดความไวของเส้นประสาท สามารถลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดทั้งชนิดที่เกิดขึ้นเอง และเมื่อถูกกระตุ้น แต่เมื่อหยุดกินยา ผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดใบหน้าเกิดขึ้นมาอีกได้

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยา หรือมีอาการรุนแรงเช่น มีเนื้องอกไปกดทับเส้นประสาท ต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งเป็นการรักษาที่จะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากอาการปวดใบหน้าได้สูง ทั้งนี้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโดยการให้ยา ต้องหมั่นสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ว่า มีความผิดปกติจากการแพ้ยาหรือไม่ ถ้าพบว่าแพ้ยา ก็ควรหยุดยาทันที แล้วรีบมาพบแพทย์ อีกประการหนึ่งคือ ผู้ป่วยไม่ควรเพิ่มขนาดของยาที่ทานเอง และหากพบว่าตนเองป่วยและต้องใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
 แนะนำว่าหากผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวควรเข้ารับการรักษาหรือพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการรักษา หากปล่อยไว้ อาการจะเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

พญ.ปฏิมา  วีณะสนธิ 
แพทย์ประสาทวิทยาอายุรศาสตร์
รพ.พระรามเก้า
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เดือนมิถุนายน - กรกฏาคม 2560 ฉบับที่ 536