|
บ่มเพาะหนูทำได้..ผ่านกิจกรรมสุดเจ๋ง |
คงมีหลายครั้งที่เจออาการหนูน้อย ถ้าอยู่ที่บ้านล่ะก็ กล้าสุดฤทธิ์สุดเดช แต่พอออกนอกบ้านกลับเป็นเด็กติ๋มไปเลย ยิ่งพอเข้าเทศกาลช่วงปีใหม่ อีกทั้งวันเด็กแห่งชาติ แต่ละโรงเรียนมักมีการจัดงานโรงเรียนเป็นพื้นที่ให้พ่อแม่ชื่นชมในการกล้าแสดงออกของลูกน้อย
คุณนายสมรศรี “แหม..ลูกเราเต้นเด้งดีจังเลยนะ พ่อ ถ่ายเร็วๆ ”
คุณแม่แช่มชื่น “อุ๊ย..เด็กคนนั้น เต้นเก่ง กล้าแสดงออกจังเลย แต่ยัยหนูของเราซิพ่อ เอาแต่ยืนเฉยๆ ไม่ทำอะไรสักอย่าง”
อาการเหล่านี้ ระยะสั้นคงส่งเสริมได้ยากค่ะ เพราะเรื่องการกล้าแสดงออก ปัจจัยที่สำคัญมาจากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่เองตั้งแต่เด็กๆ ว่ามีการบ่มเพาะเรื่องแบบนี้ให้ตัวเด็กเองมีความเชื่อมั่นได้สักแค่ไหน
พ่อแม่เป็นแบบอย่าง
เด็กในวัย 4 - 6 ขวบ เป็นวัยแห่งจินตนาการ ความอยากรู้อยากเห็นมากๆ ค่ะ ถ้าได้รับการส่งเสริมที่ดีก็จะกล้าแสดงออก และมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองทำ ผ่านการเล่น กิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกับเพื่อนทั้งที่บ้าน และโรงเรียน แต่ปัจจัยพื้นฐานหลักแล้ว น่าจะมาจากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนจำกัดสิทธิความกล้าแสดงออกของลูกเลิฟบ้างหรือเปล่า?
เด็กบางคนมีพื้นฐานของความกลัว ตกใจง่าย หวาดกลัวสิ่งต่างๆ เพราะว่าถูกผู้ใหญ่ดุ ตำหนิเป็นประจำ เวลาทำสิ่งต่างๆ ทำให้รู้สึกกลัว ไม่กล้าทำอะไร กลัวทำไปแล้วจะโดนดุ และก็มีหลายครอบครัวที่ปกป้องลูกเกินเหตุ ไม่ว่าลูกจะทำกิจกรรมอะไร ก็ต้องคอยประคบประหงม มีการแสดงความวิตกกังวล หรือแสดงความตกใจผ่านทางสีหน้า ส่งผลให้เด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบเป็นคนขี้ตกใจง่าย ขี้กลัว ขาดความมั่นใจ
ร้องเพลง เต้น การแสดง พิธีกร
ถ้าหากให้เทียบในสมัยก่อน หนูๆ ในสมัยนี้ต่างมีความกล้าแสดงออกมากกว่าค่ะ เพราะการเปิดรับสื่อต่างๆ ที่กว้างขวางขึ้นนั่นเอง ทำให้พ่อแม่แทบไม่ต้องเคี่ยวเข็ญคุณลูกมากนักเหมือนสมัยก่อน เด็กๆ รู้ได้เลยว่า ต้องการเรียนรู้เรื่องอะไร ซึ่งข้อดีทำให้พ่อแม่รู้ความต้องการสมัครใจ มีส่วนผลักดันและสนับสนุนมากกว่าแต่ก่อนที่มัก มองเรื่องพวกนี้ว่าไม่เกิดประโยชน์ เช่น การเรียนร้องเพลง เต้น การแสดงละคร พิธีกร เป็นต้น
กิจกรรมเหล่านี้ ถือว่าเป็นการพัฒนาทักษะความกล้าแสดงออกของเด็กเป็นอย่างมาก เป็นการบ่มเพาะทักษะความถนัดที่แท้จริงของหนูน้อยได้อย่างตรงจุด สิ่งที่พ่อแม่ได้กลับมานั้นนอกจากความภาคภูมิใจแล้ว หนูน้อยของเราก็มีความสุข มีความเต็มใจต่อสู้เอาชนะมาให้ได้ แม้การแข่งขันนั้นจะกดดัน ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด แต่จะเป็นความสุขท่ามกลางการแข่งขัน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจให้ได้ดังที่ส่งเสริมสนับสนุนมาตลอดค่ะ
กิจกรรมค่าย แคมป์ปิ้งต่างๆ
ก็มีอยู่ประมาณร้อยแปดพันเก้าค่ะ สำหรับกิจกรรมค่ายต่างๆ ให้คุณพ่อคุณแม่เลือกสรรได้เลยว่า อยากให้ลูกทำกิจกรรมอะไรบ้าง ในช่วงเวลาปิดเทอมว่างๆ เปิดโอกาสให้หนูน้อยทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อน กล้าคิดกล้าแสดงออก และเพื่อฝึกให้มีทักษะในการสื่อสาร และการแสดงออก มีเชาวน์อารมณ์ (Emotional Quotient: EQ) โดยทุกๆ กิจกรรมภายในค่าย จะช่วยกระตุ้นให้หนู ๆ สนุกที่จะคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจให้กล้าเปลี่ยนแปลง และกล้าเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ผลวิจัยล่าสุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยเด็กไทยคุณภาพชีวิตน่าเป็นห่วง เรียนมาก ทำการบ้านหนัก จับเจ่าหน้าทีวีมากที่สุด พบว่า โดย 69% ของเด็กไทยใช้เวลาหลังเลิกเรียนในวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับการทำการบ้าน และใช้เวลาจับเจ่าอยู่หน้าทีวีมากถึง 50% โดยขณะบางประเทศเริ่มตระหนักแล้วว่าต้องปล่อยให้เด็กเล่นและทำกิจกรรมสันทนาการให้มากขึ้น อย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความกดดันด้านการเรียน และมีอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นพุ่งสูง
แสดงแบบโดย ด.ญ.พิมประภา เนยการุณ (น้องพิม)
Related items
|