นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - เพิ่มพลังไอเดีย...สู่ยอดนักจินตนาการ
หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 4 – 6 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 4 – 6 ปี, ทำไงดี เมื่อลูกเลียนแบบสิ่งไม่ดี


เพิ่มพลังไอเดีย...สู่ยอดนักจินตนาการ
(2 votes)
t1.jpgถ้าหากให้คำนิยามคำหมายของคำว่า “คิดอย่างไรให้สร้างสรรค์” นั้น คงเอ่ยอ้างได้กว้างมาก แต่ถ้าให้สรุปแบบรวบยอดแล้ว ก็เป็นกระบวนการทางสมองในการคิดที่หลากหลายรูปแบบ และนำมาใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือรู้จักคิดแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น อาจกล่าวได้ง่ายๆ ว่าผลผลิตของความคิดสร้างสรรค์ต้องเป็นไปทางเชิงบวก เป็นสิ่งใหม่ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เป็นการคิดต่อยอดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด             ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่คนทำได้ต้องเป็นยอดอัจฉริยะเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่แฝงอยู่ในแต่ละคน ไม่มีอะไรที่ไกลเกินความสามารถที่คนเราจะทำได้ เป็นทักษะที่มีอยู่แล้วในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสังเกต การมองโลกในแง่ดี การมีจินตนาการ การหาทางแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนูน้อยของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ที่มีต้นทุนเดิมคือความอยากรู้อยากเห็น บวกกับช่วงวัยนี้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วits-just-an-idea.jpgยจินตนาการ ถ้าได้รับการส่งเสริมที่ดีก็จะเป็นก้าวสำคัญเมื่อโตขึ้นก็จะเป็นคนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา รู้จักคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ
หากกล่าวย่อๆ พื้นฐานความคิดของเด็กในวัย 4 - 6 ปี นี้เป็นวัยที่ช่างจินตนาการ และชอบเลียนแบบจากสิ่งที่ได้พบเห็น แต่จะเป็นอย่างไร หากเด็ก ๆ ของเรายังไม่สามารถแยกแยะระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งจินตนาการได้ 
  1. เด็กๆ มักจะคิดว่า อะไรที่เคลื่อนไหวได้ล้วนมีชีวิต (Animism) ดังเช่นตัวการ์ตูน ตุ๊กตาต่างๆ ที่เจ้าหนูเราชื่นชอบ และเล่นด้วย เปรียบเสมือนเพื่อนในจินตนาการที่มีชีวิตของเขา
  2. ความคิดเชิงเวทมนต์ (Magical Thinking) ลองสังเกตหนูน้อยของเราได้ค่ะ ทั้งลูกผู้หญิง ผู้ชาย ต่างก็มีจินตนาการแนวแฟนตาซีเกินจริงสักยิ่งกว่าใน เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เสียอีกค่ะ
  3. เด็กๆ มักคิดว่าเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เกี่ยวข้องเป็นเหตุเป็นผลกัน (Phenominalistic Causality) เป็นพื้นฐานของการคิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ อย่างมีเหตุมีผลซึ่งกันและกันค่ะ
  4. ยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentric) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ สำหรับแต่ละบ้าน ที่เหล่าขบวนการหนูน้อยมักสมมติว่า ตัวเอกของการ์ตูนที่เขาชอบ นั่นก็คือ ตัวเขาเองค่ะ

            หนูน้อยของเราในวัยนี้นั้น การปฏิบัติที่สามารถไปกระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์เขาได้มีหลายๆ ทาง ทั้งมาจากการเล่น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง กระโดด คืบคลาน เล่นดินทราย เล่นตั้_DSC9193.jpgงเต กระโดดหนังยาง เล่นบล็อกตัวต่อ ฯลฯ มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า ทุกครั้งที่เด็กเล่น เซลล์สมองหนึ่งแสนล้านเซลล์จะเกิดการต่อเชื่อมกันเป็นร่างแห และหากเด็กมีโอกาสเล่นหลากหลายมากยิ่งขึ้นเท่าใด การเชื่อมโยงของเซลล์สมองก็จะมากขึ้น แข็งแรงขึ้น ทำให้เด็กมีความสามารถในการคิด เกิดการเรียนรู้ที่ดี
รวมทั้งดนตรีและการเคลื่อนไหว เสียงดนตรีจะทำปฏิกิริยากับสมองผ่านประสาทสัมผัสทางหู ระดับคลื่นเสียงสูงต่ำมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก การรับรู้ทางสมอง และคลื่นเสียงที่มีการจัดระเบียบแล้วจะช่วยพัฒนาสมองให้กับเด็กๆ ด้วย ช่วยปรับคลื่นสมองให้กว้างขึ้น ส่งผลให้เด็กรู้สึกสงบและมีสมาธิ ช่วยสร้างจินตนาการและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ส่วนการเคลื่อนไหวร่างกาย จะช่วยพัฒนาสมองทั้งสองซีกให้สัมพันธ์กัน ทำงานถ่ายโยงข้อมูลกันได้อย่างสมดุล กระตุ้นให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อ Fine motor และ Gross motor

การศึกษาวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับการส่งเสริมให้มีความคิดสร้างสรรค์ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น และรับมือกับความยุ่งยากทางอารมณ์และความเครียดได้ดี มีผลการเรียนดี มีความสุขในการใช้ชีวิต และยิ่งเด็กมีเพื่อนเล่นบทบาทสมมติ ทั้งการลอกเลียนเรื่องราวในชีวิตจริงที่ได้พบเห็นและนำมาสู่โลกสมมติ เช่น เป็นครู นักเรียน พ่อ แม่ ฯลฯ หรือบางครั้งก็ลอกเลียนจากเรื่องราวที่ตนได้ยินได้ฟังจากนิทานจะมีแนวโน้มความคิดสร้างสรรค์ และฉลาดกว่าเพื่อนในรุ่นราวเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  อ.สมพร อินทร์แก้ว และ อ.อมรากุล อินโอชานนท์ สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

แสดงแบบโดย ด.ช.จิรภัทร จำเริญพานิช (น้องปุ๊น)

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561