หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ จิปาถะคลินิก

ทารกในครรภ์ที่แม่เป็นเบาหวาน
(1 vote)

“ในกลุ่มที่แม่เป็นเบาหวาน อุบัติการณ์ผ่าคลอดออกจะสูงมากจากสาเหตุทารกตัวใหญ่ และทารกมักจะอยู่ในท่าผิดปกติ”

มีสุภาษิตเกี่ยวกับเรื่องปากท้องที่ทางการเผยแพร่ออกมาดีมากว่า “ ตามใจปากเป็นหมู ตามใจจู๋เป็นเอดส์” เพราะหลังๆ นี้อุบัติการณ์เกิดโรคเอดส์ทำท่าจะไม่ลดลงตามเป้าหมาย ผู้คนคลายความกลัวโรคเอดส์ดูจะซาๆ ลง ส่วนอุบัติการณ์โรคอ้วนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราที่น่าวิตก และจากการศึกษาพบว่า โรคอ้วนเผยแพร่ กระจายลงไปในกลุ่มอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้จะพบเห็นเด็กอ้วนทั่วไปหมด

ไม่เท่านั้น ปัจจุบันเกิดมาก็อ้วนกันแล้ว ที่กล่าวนี้เป็นเรื่องจริง เกิดจากการที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันพบว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นเบาหวานสูงขึ้นมากจนน่าวิตก ที่เป็นเช่นนี้เพราะการกินดีอยู่ดีที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีมวลกายของคุณผู้หญิงไทยเพิ่มขึ้น จากการที่ “เข้ามากกว่าออก” ทำให้มีการสะสม ต้องเรียกว่า กักตุน น่าจะตรงเป้า พลังงานในรูปแบบของไขมันไว้มาก ทำให้ต่อมในตับอ่อนทำงานมากจนล้า พอตั้งครรภ์ตับอ่อนเลยสร้างอินซูลินที่จะเป็นตัวควบคุมน้ำตาลในเลือดพร่องไป ก็เกิดเบาหวานคือ น้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ ทำให้น้ำตาลล้นไปถึงตัวลูกในครรภ์ ทำให้มีทารกเกิดภาวะตะกละ คือบริโภคน้ำตาลเข้าไปมากสะสมมากเข้าๆ จนตัวบวมใหญ่โตเกินปกติ อะไรที่เกินปกติก็จะก่อปัญหา ทำให้ระบบอวัยวะต่างๆ รวนไปหมด ร่างกายอ่อนแอ เกิดความพิการได้ง่าย
22008348_1527654760648389_625620716757328018_n.jpg
ขณะเดียวกันความที่เป็นเด็กอ้วน ก็จะเซื่องซึมไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว ค่อนข้างขี้เกียจ รวมไปถึงการขี้เกียจแม้กระทั่งการหายใจ ทารกที่แม่เป็นเบาหวานจึงเสียชีวิตง่าย คล้ายกับโรคไหลตายในผู้ใหญ่ ที่อยู่ก็หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้นไปโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นอะไรที่หมอสูติจะกลัวมากในแม่ที่เป็นเบาหวาน หมอจะนัดตรวจดูภาวะหรือสภาพของทารกถี่มาก และพอเห็นว่า ทารกเริ่มครบกำหนด ก็จะต้องทำการคลอดหรือกระตุ้นการคลอดทันที เพราะกลัวทารกจะเกิดภาวะไหลตาย ซึ่งจะเกิดเมื่อไรก็ไม่รู้ได้

อุบัติการณ์แม่ท้องเป็นเบาหวานสูงมากขึ้น ปัจจุบันหมอก็เลยต้องทำการตรวจคัดกรองหรือการตรวจค้นหาว่า สตรีตั้งครรภ์มีเบาหวานซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ในกลุ่มเสี่ยง จะได้ป้องกันหรือตรวจพบแต่เนิ่นๆ แล้วรีบป้องกัน หรือที่เป็นก็จะได้รีบให้การรักษาแต่เนิ่น เพื่อป้องกันทารกช้างหรือทารกอ้วน หรือมีน้ำหนักตัวมาก เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเกิดไหลตายในทารก และลดอุบัติการณ์การเกิดความพิการและการเกิดการบาดเจ็บในขบวนการการคลอด เช่น คลอดยาก ติดไหล่ กระดูกไหปลาร้าหัก เส้นประสาทแขนฉีกขาด ทำให้แขนลีบ กะโหลกศีรษะบุบเบี้ยว เนื้อสมองบอบช้ำ บาดเจ็บ และในกลุ่มที่แม่เป็นเบาหวาน อุบัติการณ์ผ่าคลอดออกจะสูงมากจากสาเหตุทารกตัวใหญ่ และทารกมักจะอยู่ในท่าผิดปกติทั้งท่าก้น ท่าขวาง คือลำตัวทารกแทนที่จะอยู่แนวตั้งแนวเดียวกับช่องทางคลอด ก็เป็นว่าทารกนอนในท่าขวางกับช่องทางคลอด เป็นท่าที่อันตรายมาก ไม่สามารถที่จะคลอดออกมาได้โดยทารกยังมีชีวิตหรือแม่มีชีวิต ต้องทำการผ่าคลอดทันที ถ้าปล่อยให้ปวดท้องคลอดอาจจะเกิดการตายทั้งกลม คือเสียชีวิตทั้งแม่และลูก ซึ่งร่ำลือกันว่าผีดุนัก เช่น ผีแม่นาคพระโขนง ก็ว่าเป็นผีแม่นาคที่ตายทั้งกลม

ในลูกแม่เบาหวานยังชอบที่จะอยู่ในท่าเสนอหน้าอีก คือเป็นท่าหัว แต่เป็นหัวชนิดที่เอาหน้าลงมาเป็นส่วนนำ มีทั้งท่าหน้าหงาย หน้าคว่ำ ซึ่งล้วนแต่คลอดไม่ได้ต้องผ่าคลอด ไม่เท่านั้น หลังคลอดการดูแลทารกต้องดูแลอย่างเข้มงวด เพราะโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนจากน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดความเป็นกรดในเลือด แก้ไม่ทันจะเกิดการชัก สมองจะเสื่อมจะเสีย และจะนำไปสู่หัวใจล้มเหลว และที่พบประจำคือ ตัวเหลือง ที่จะต้องรักษาแก้ไขด้วยการอบแสงนีออน

สรุปแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน ทารกจะอันตรายมากกว่าแม่ ดังนั้น ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมจะเป็นคุณแม่ต้องดูแลรูปร่างตัวเอง อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อ้วน นอกจากจะมีผลเสียต่อตัวเอง ยังจะมีผลร้ายต่อทารกที่จะเกิดออกมา
เคยมีการสำรวจประชากรที่เป็นสุภาพสตรีที่ทำงานในออฟฟิศในกรุงเทพฯ เรานี่เอง พบตัวเลขที่น่าตกใจ พบว่า เกือบหนึ่งในสี่เข้าเกณฑ์อ้วน และจากการวิเคราะห์ศึกษาก็พบว่า สาเหตุเกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ แม้จะมีอาหารหลากหลายมากให้บริโภค แต่ก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพลังงานของสารหรืออาหารที่บริโภคเข้าไป โดยเฉพาะมื้อกลางวันและมื้อเย็นซึ่งเป็นมื้อหลักของคนไทย เลยจะนำเสนอข้อมูลอาหารที่มีในโรงอาหาร หรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่า ฟู้ด มาร์ท ( Food Mart) ซึ่งได้เกริ่นไปบ้างแล้ว สำหรับอาหารกลางวันในกลุ่มแรก กลุ่มพลังงานต่ำ คือพลังงานน้อยกว่า 250 แคลอรี่ต่อหนึ่งเสิร์ฟ ที่เป็นอาหารจานเดี่ยว ถ้าเป็นอาหารตามสั่งที่รับประทานกันเป็นสำรับ
ที่ควรรู้ เพื่อจะได้บริโภคได้เหมาะสมสำหรับอาหารกลางวัน (และอาจจะอาหารมื้อเย็นด้วย)

ข้าวสวย 1 ทัพพี ให้พลังงาน 68 แคลอรี่ ในหนึ่งจานก็ประมาณ 2-3 ทัพพี หนึ่งจานข้าวก็จะได้พลังงาน 140-210 แคลอรี่ ถ้าเบิ้ลหรือเพิ่มข้าวสวยอีก ก็จะได้พลังงาน 300-400 แคลอรี่เข้าไปแล้ว ถ้าออเดอร์เมนูสิ้นคิดคือ ไข่เจียวหรือไข่ดาว 1 ฟองให้ 215 แคลอรี่ สองประสานก็ได้เกือบห้าร้อยแคลอรี่เข้าไปแล้ว จึงเป็นเมนูที่ต้องระมัดระวัง ดังนั้น ข้าวไข่เจียวหนึ่งกล่องก็จะได้พลังงานเกือบ 500 แคลอรี่

เมนูไข่มีหลากหลายเมนู ที่ควรทราบ เช่น ถ้าไข่ตุ๋นทรงเครื่อง จะให้พลังงานน้อยลงเพียง 150 แคลอรี่ ที่น้อยลงมาอีกก็ไข่ต้ม เพียง 70 แคลอรี่ต่อฟอง ต่อมาก็บรรดาแกง ซึ่งจะเริ่มจากแกงเผ็ดต่างๆ จากน้อยไปหามาก ดังนี้ แกงเลียงผักรวม 95 แคลอรี่ต่อถ้วย แกงส้มและแกงป่าไก่ 110 แคลอรี่ต่อถ้วย ตามด้วยแกงจืด ต้มจับฉ่าย ให้ 75 แคลอรี่ แกงจืดวุ้นเส้น 85 แคลอรี่ต่อถ้วย ต้มเลือดหมู120 แคลอรี่ แกงจืดมะระสอดไส้และแกงจืดตำลึงหมูสับ 200 แคลอรี่ต่อถ้วย

ต้มยำต่างๆ ที่เป็นอาหารยอดนิยม ต้มยำไก่ ต้มยำกุ้ง ต้มยำปลาทู ให้เท่าๆ กัน 60 แคลอรี่ต่อถ้วย อาหารตามสั่งยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งคือ ยำต่างๆ ยำผักกาดดอง 30 แคลอรี่ต่อจาน ยำมะเขือยาว 35 แคลอรี่ต่อจาน ยำหอยแมลงภู่ 60 แคลอรี่ต่อจาน ยำปลาหมึกย่าง 100 แคลอรี่ต่อจาน ยำแมงกระพรุน 115 แคลอรี่ต่อจาน ที่ออเดอร์สูงมากก็ยำรวมมิตรทั้งกุ้งหอยปลาหมึก จะเท่ากับยำมะม่วงซีฟู้ด 135 แคลอรี่ต่อจาน

จากยำที่ขาดไม่ได้และออเดอร์สูงไม่แพ้กัน ก็คือ ลาบ ลาบปลาให้พลังงาน 95 แคลอรี่ต่อจาน ลาบเนื้อหรือลาบหมูให้ 120 แคลอรี่ต่อจาน เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ อาหารอีสานที่ขาดไม่ได้ ก็ส้มตำ เริ่มจากส้มตำไทยไม่ใส่ถั่วลิสง 80 แคลอรี่ต่อจาน ถ้าเมนูยอดฮิต ส้มตำไทยใส่ปู 120 แคลอรี่ต่อจาน ให้ครบสูตรก็ต้องออเดอร์เพิ่ม ซุปหน่อไม้ 90 แคลอรี่ต่อจาน ให้ครบเซ็ทต้องตามด้วยไก่ย่าง ให้ 97 แคลอรี่ในหนึ่งน่อง และ 110 แคลอรี่ ไก่ย่างหนึ่งอก  ที่ขาดไม่ได้ก็หมูปิ้ง 125 แคลอรี่ในหนึ่งไม้

ข้างต้นเป็นตัวอย่างอาหารกลางวันที่บริโภคกันทั่วๆ ไป มาให้พิจารณาเพื่อเป็นแนวทางให้ได้ทราบ ยังเป็นเมนูที่สามารถที่จะบริโภคได้ค่อนข้างจะควบคุมน้ำหนักได้ ไม่พะโล้

ขอขอบคุณภาพจาก คุณกนิษฐา กรทวีธรรม
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2560 ฉบับที่ 538