หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


หัวอกลูกหมอฟัน (อีกครั้ง)
(3 votes)
“สารภาพว่าแอบเอาลูกไปพิมพ์ปาก เก็บไว้ดูฟันน้ำนมซี่เล็ก ของเขา เพราะเห็นว่าน่ารักดี ปล้ำอยู่ตั้งนาน กว่าจะพิมพ์ได้”

ฉันเดาว่าต้องมีหลายท่านที่แอบนึกสงสัยว่า เอ! การเป็นลูกหมอฟันนี่ เด็กจะรู้สึกยังไงนะ แล้วมันต่างจากลูกคนทั่วไปบ้างหรือเปล่า ฉันเคยเล่ามาบ้างแล้วตั้งแต่สมัยลูกยังเล็กๆ แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าสู่วัยรุ่น มีอะไรมากมายที่น่าพูดถึง ในฐานะที่เขาเป็นลูกหมอฟัน ถ้าอยากรู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง ก็ตามมาเลยค่ะ
    อาจจะพูดได้ว่า ฉันสามารถเขียนเรื่องตอนนี้แทนความรู้สึกของลูกๆ ได้ เพราะฉันค่อนข้างจะเข้าใจความรู้สึกของลูกดี และเราก็เคยคุยกันเรื่องนี้มาบ้าง ก็เลยเขียนเรื่องตอนนี้ได้อย่างฉลุย ถือซะว่าเขียนบ่นแทนลูกๆ ก็แล้วกัน
    ที่แน่ๆ ถ้าย้อนไปตอนเด็กๆ  ลูกๆ ของฉันต้องเผชิญสถานการณ์ที่ต่างจากเด็กทั่วไปเป็นอย่างมาก และสถานการณ์นั้นก็เกิดจากคุณแม่จอมวุ่นอย่างฉันเนี่ยล่ะค่ะ สารภาพอย่างหน้าชื่นตาบานเลย เพราะพอมองย้อนกลับไปดู ฉันก็ว่าตัวเองออกจะเว่อร์ไปนิดกับการดูแลเรื่องฟันของลูกค่ะ
    เริ่มจากความสะอาดแบบเว่อร์ๆ ก่อน
    ยอมรับค่ะ ว่าสมัยลูกยังเล็กและฉันยังสาว ไฟแรงมาก ในเมื่อตัวเองเป็นหมอฟัน ก็แอบตั้งปณิธานไว้ในใจคนเดียวว่า ลูกฉันต้องไม่ฟันผุ คิดได้อย่างนั้นแล้ว ตั้งแต่ลูกคลอด ยังไม่มีฟันขึ้นมาสักซี่เดียว ฉันก็ทำตามทฤษฎีเป๊ะๆ เลย ด้วยการใช้ผ้าก๊อสชุบน้ำต้มสุกอุ่น เช็ดเหงือกของเขาให้ หลังดื่มนมก็ทำให้ทุกครั้ง เพื่อความสะอาดในช่องปาก จะได้ไม่มีเชื้อราเกิดขึ้นให้รำคาญใจ
    ต่อมาพอฟันน้ำนมเริ่มขึ้น ฉันก็ยิ่งเอาใหญ่เลย เช็ดฟันให้ลูกอย่างดี สะอาดเอี่ยม จนถึงวัยที่ลูกใช้แปรงสีฟันได้ก็แปรงให้เขา ในที่สุดก็ให้เขาหัดแปรงเอง เรียกว่าตามทฤษฎีกันเป๊ะๆ เชียว
    ดูเหมือนเครียด แต่เปล่าเลยค่ะ กับลูก คนเป็นแม่ต้องใช้เล่ห์กลสารพัดในการหลอกล่อ ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าโดนบังคับทำความสะอาดฟัน ต้องหากลวิธีให้เขาสนุกกับการทำความสะอาดช่องปากจนเป็นนิสัย ตอนเล็กๆ ก็ใช้นิทานเข้าช่วย พอโตหน่อยก็คุยพูดจากับเขาดีๆ ชักชวนลูกให้ดูแลฟัน จะได้สวยๆ ไม่ผุ เจ็บปวดทรมานอีกต่างหาก
    ผลออกมาก็เป็นดังตั้งใจค่ะ ลูกฟันไม่ผุ แถมยังรักความสะอาดในช่องปากกันพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงขั้นประสาทกิน นั่นทำให้ลูกของฉันมีสุขภาพในช่องปากที่ใช้ได้ ก็แหม! ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกค่ะ หมอฟันสองคนดูแลเด็กสองคน ฟันไม่ดีก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว จริงไหมคะ
    แต่ถ้าลองถามยายลูกสาวจอมยุ่ง ช่างคุยของฉัน ก็จะได้คำตอบในความรู้สึกของการเป็นลูกหมอฟัน ตอนเด็กๆ เขาจะทำฟันยากมาก ไม่ชอบทำฟันเอาเสียเลย แต่ก็ถูกบังคับขึ้นเก้าอี้ทำฟันเพื่อตรวจฟันเป็นระยะ คุณเธอจะทำหน้าบูด แล้วบอกว่า ทำไมต้องตรวจบ่อยด้วย ขูดหินปูน เคลือบฟลูออไรด์ทุกหกเดือนอีกต่างหาก
    แต่มาตอนนี้ พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ลูกก็เริ่มรู้ว่าที่ฉันกับสามีพยายามทำ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาจริงๆ ตอนนี้เขาฟันสวย ไม่ผุ ไม่เก แถมยังสะอาดเอี่ยมเพราะขูดหินปูนขัดฟันให้ทุกหกเดือน ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ ถึงขนาดที่ว่าบางทีปะป๊าหม่าม้าลืมขูดหินปูนให้ เขาช่วยท้วงเลยว่า ถึงเวลาต้องขูดหินปูนแล้ว
    ดูเหมือนการเป็นลูกหมอฟัน ไม่ได้มีอะไรต่างจากเด็กอื่นเอาซะเลย (สำหรับลูก ๆ ฉันนะคะ) เพราะฉันและสามีก็เป็นแค่คนปกติธรรมดาคนหนึ่ง ที่ประกอบอาชีพสุจริตทำมาหากินไปวันๆ แล้วตัวฉันก็ยังทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน ทำกับข้าวให้ลูกกินเอง ดูแลลูกสารพัด ไม่ต่างจากแม่คนอื่นๆ
    ถึงช่วงนี้จะมีที่ต่างออกไปคือ เพื่อนๆ ของลูกที่เข้าสู่วัยรุ่นก็เริ่มทยอยกันมาทำฟันที่คลินิก วัยรุ่นเค้ารักเพื่อน ก็อยากทำฟันกับพ่อเพื่อน อะไรประมาณนี้ ทำให้ฉันกับสามีต้องดูแลฟันของเพื่อนลูกไปด้วยเลย บางคนก็มาขูดหินปูน อุดฟันกันในราคาพิเศษสุด
    แต่ที่ช่วงนี้ชุกชุมที่สุดก็เห็นจะเป็นการผ่าฟันคุดค่ะ
อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าฟันคุด (ฟันกรามซี่ที่สาม ที่อยู่ในสุดของขากรรไกร) จะเริ่มขึ้นกันตั้งแต่อายุสักสิบหกถึงสิบแปดปี (อายุการขึ้นอาจแตกต่างกันไปได้มากเลยค่ะ โดยเฉพาะเด็กสมัยนี้ฟันจะขึ้นกันเร็วมาก) พอลูกฉันเริ่มเข้าสู่วัยนี้ ก็จะมีเพื่อนลูกทยอยมาผ่าฟันคุด
พอคนนึงผ่าไปแล้วไม่เจ็บ คราวนี้ก็บอกต่อกันไปเรื่อยๆ จนสามีของฉันมีคนไข้ผ่าฟันคุดเป็นเพื่อนๆ ของลูกชายลูกสาว เข้ามาให้ทำกันเป็นว่าเล่น
ก็ยอมรับว่าเกร็งค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนของลูก แต่ก็ทำสุดความสามารถทุกที แหม! ไม่เกร็งได้ไงคะ เดี๋ยวถ้าเจ็บขึ้นมา ลูกก็จะมาบ่นเอาได้อีก เฮ้อ! เป็นพ่อแม่นี่ยากจริงๆ นะคะเนี่ย
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่ลูกบ่นมากเลยคือ ฉันกับสามีจะติดนิสัยตรงเวลาสุดชีวิต เพราะการทำฟันก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ส่วนมากจะต้องใช้วิธีนัดหมายกับคนไข้ และที่สำคัญ เป็นงานที่ต้องใช้เวลาทำนาน จัดเป็นงานแฮนด์เมด เพราะหมอต้องทำเองในปากคนไข้ ลุยด้วยตัวหมอเองตลอด ทำให้หมอฟันกลายเป็นคนที่ติดกับการเช็คเวลาโดยไม่รู้ตัว
หมอฟันคนอื่นเป็นรึเปล่า ฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าสำหรับฉันกับสามีนั้น ค่อนข้างจะเอาจริงเอาจังกับการตรงเวลามาก มากจนลูกเริ่มบ่น
อย่างถ้ามีนัดกันกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ฉันจะแหกขี้ตาพาลูกไปให้ตรงเวลาเป๊ะ ไม่ว่าจะเช้าสักแค่ไหน ก็ดั้นด้นไปให้ตรงเวลาให้ได้ แต่พอไปถึงก็พบว่าเพื่อนยังไม่ค่อยจะมากันเลย บางทีแถมอาจารย์ก็ยังไม่มาด้วย จนบางครั้งฉันกับลูกกลายเป็นตัวประหลาดไปซะเองที่มาตรงเวลา
ดังนั้นฉันก็เลยต้องพยายามใช้ทางสายกลาง ไปแบบไม่เร่งร้อนเกินไป ถ้าไม่ทันไปบ้างก็ไม่เป็นไร ช้านิด ๆ ก็ได้ เพื่อไม่ให้ลูกเครียดจนเกินไป ฉันและสามีพยายามท่องไว้ว่า ต้องเดินทางสายกลางจะดีกว่า ดีต่อลูกด้วยเมื่อต้องอยู่ในสังคมที่บางทีก็ไปเรื่อยๆ สบายๆ แบบไทยๆ
ฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าลูกๆ ของฉันอึดอัดมั้ย พยายามถามเขาก็ดูจะไม่เครียดอะไร ชินแล้วกับนิสัยของปะป๊าหม่าม้า และชินที่สุดกับการเป็นลูกหมอฟัน จะว่าไปก็ดูจะมีผลดีกับลูกนะคะ ลูกเป็นเด็กมีระเบียบพอควร ไม่ถึงกับเครียด แต่ก็จัดเป็นเด็กที่ควบคุมตัวเองได้มากทีเดียว
ที่แน่ๆ คือลูกมีสุขภาพฟันดี ยิ้มสวย แค่นี้หมอฟันสองคนที่เป็นพ่อแม่ก็ดีใจแล้วค่ะ ที่ประคบประหงมฟันของเขามาจนดีจนได้
แต่ที่ต่างแน่ๆ คือ ลูกคนอื่นเขามีภาพถ่าย รอยมือ รอยเท้า หรืออะไรตอนที่ยังเด็กๆ ที่พ่อแม่พยายามเก็บไว้ให้ดูตอนโต แต่ลูกฉันมีเพิ่มมาอีกอย่างคือ แบบจำลองฟันของเขาตอนเด็กๆ น่ะค่ะ สารภาพว่าแอบเอาลูกไปพิมพ์ปาก เก็บไว้ดูฟันน้ำนมซี่เล็กของเขา เพราะเห็นว่าน่ารักดี ปล้ำอยู่ตั้งนาน กว่าจะพิมพ์ได้ ก็เลยมีแบบจำลองฟันที่เทปูนปลาสเตอร์อย่างดี เก็บไว้ให้ลูกดู อันเล็กน่ารักเชียวค่ะ ไม่รู้ลูกจะชอบหรือเปล่า แต่แม่น่ะ ชอบมากเลยค่ะ เอามาดูทีไรก็นึกถึงเขาตอนเป็นเด็กทุกที กลายเป็นของมีค่าประจำบ้านไปเลยเชียว
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 545 ประจำเดือนธันวาคม 2561-มกราคม 2562