หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


พาลูกเที่ยว
(0 votes)
“ฉันมานั่งนึกย้อนหลังแล้วรู้สึกดีใจที่ตอนลูกยังเล็กพาเที่ยวซะทั่วเชียว ความผูกพันในครอบครัวแนบแน่น เพราะเรามีเวลาดีๆ ให้กัน”

วันนี้ฉันมานั่งนึกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดีน้า เม้าท์มาให้อ่านจนจะหมดไส้หมดพุงอยู่แล้ว สารภาพค่ะว่าคิดจะเลิกเขียนหลายครั้ง ด้วยภารกิจรอบด้านรุมเร้ามาก ลูกชายคนโตที่อยู่มอหกกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันต้องมีการพาลูกไปตระเวนสอบแบบรับตรงด้วย แถมยังเรียนพิเศษเยอะ และอีกหลายๆ อย่างที่ต้องดูแลลูก พยายามจะส่งเขาไปถึงฝั่งฝันให้ได้
    ไหนยังเรื่องงานทำฟันอันเป็นงานประจำ รวมทั้งงานแม่บ้านอันเป็นงานที่ต้องทำแบบไม่มีวันหยุด แถมหลังๆ นี่ฉันริอ่านไปเขียนนิยาย และก็ช่างบังเอิญที่นิยายที่ฉันเขียนเกิดขายได้ขึ้นมา ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ามีผลงานนิยายต่อเนื่องมานับสิบเล่มแล้ว! สนุกและมีความสุขกับการเขียนนิยายเป็นงานอดิเรกเข้าไปอีก เวลาทั้งวันก็เลยหมดไปอย่างรวดเร็ว
    พอคิดจะเลิกเขียนคอลัมน์นี้ ทางกอง บ.ก. ก็เล่าให้ฟังว่า มีคุณแม่นักอ่านหลายท่านที่โทรเข้ามาที่แม่และเด็ก คุยไปคุยมา บ.ก. ถามว่าชอบคอลัมน์ไหน ท่านก็บอกว่าชอบคอลัมน์นี้ของฉันกันหลายคน รวมทั้งยังมีจดหมายจากทางบ้านมาบอกว่า ชอบอ่านอะไรที่มันสนุกๆ เป็นกันเอง สุดท้าย บ.ก.ยังให้ยาหอมฉัน บอกว่า08.1.jpg “น่าภูมิใจจังนะคะคุณหมอที่มีคนชื่นชอบงานเขียนขนาดนี้”
    ใช่ค่ะ เพราะความภูมิใจ และรักคนอ่าน ทำเอาฉันเขียนเหมือนบันทึกไดอารี่ลงในแม่และเด็กต่อเนื่องมาเป็นสิบปี จนเกิดอาการอย่างที่บอกว่าชักจะหมดไส้หมดพุง แต่ทาง บ.ก.ก็บอกว่าเขียนมาเถอะค่ะ เรื่องทั่วไป อะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเรื่องลูกก็ได้ เพราะจะว่าไปน่ะ เรื่องลูกฉันเขียนเล่าซะละเอียดไปหมดแล้ว ตั้งแต่คลอดมาจนบัดนี้เลย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับแม่ๆ ด้วยกัน
    พอได้คำบอกเล่าอันเป็นกำลังใจผลักดันให้เขียนต่อไป ฉันก็เลยเริ่มฮึดค่ะ ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อมีคนชอบอ่าน ฉันก็จะเขียนต่อไป ไม่หยุดยั้ง มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง (เน้นบันเทิงให้คุณแม่ที่เหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงดูลูกเล็กๆ) เหมือนท่านได้อ่านบันทึกของฉันก็แล้วกันนะคะ
    อารัมภบทซะยาวเชียว ถือโอกาสคุยกันน่ะค่ะ นานน้านจะได้คุยเรื่องงานเขียนจริงๆ จังๆ แบบนี้ เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้ฉันขอชวนคุยเรื่องการพาลูกเที่ยวก็แล้วกันนะคะ
    เมื่อผ่านชีวิตมาเรื่อยๆ ถึงขณะเขียนนี้ที่ลูกคนโตอายุสิบเจ็ดปี ฉันมองย้อนกลับไปในเรื่องการเลี้ยงลูกก็เริ่มเข้าใจขั้นตอนของชีวิตมากขึ้นเยอะเลย
    เอามาเล่าให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่ลูกยังเล็กๆ ฟังดีกว่าว่า ขอให้มีความสุขในแต่ละช่วงชีวิตของลูกและของตัวเราด้วย ก้าวไปพร้อมๆ กับลูก น่าจะดีที่สุด
    สมัยลูกยังเล็ก ฉันสงสัยนักว่าที่ฉันกับสามีทำอยู่เนี่ย มันถูกต้องรึเปล่า ครอบครัวฉันเป็นครอบครัวชอบเที่ยว พาลูกตะลอนไปทั่ว ลูกยังไม่ถึงขวบก็จับนั่งไปในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ติดตั้งประจำไว้ตรงเบาะหลังในรถ พาเจ้าเด็กน้อยสองคนไปไหนๆ ทั่วไทยไปหมด ตะลุยไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เที่ยวได้ทุกรูปแบบ
    พอลูกอยู่ชั้นประถม ฉันกับสามีก็พาลูกไปขึ้นภูกระดึง อันเป็นดินแดนแห่งความหลังของเราทั้งสอง (สมัยเป็นนักศึกษาและเริ่มชอบกัน เราขึ้นภูกระดึงไปกับกลุ่มเพื่อน เป็นที่สนุกสนาน และ เอ้อ... แสนโรแมนติก อุ๊ย! เผลอเล่าไปได้ไงเนี่ย)
    ดังนั้นฉันจึงพาลูกเดินขึ้นภูกระดึงตั้งแต่ลูกชายอยู่ ป.5 ลูกสาวอยู่ ป.3 และก็พาขึ้นไปเป็นระยะเกือบทุกปี จนลูกทั้งสองเป็นวัยรุ่น นับรวมแล้วเคยขึ้นภูมาทั้งหมด 5 ครั้ง
    บางคนได้ยินอาจจะบอกว่า บ้ารึเปล่าเนี่ย ขึ้นภูกระดึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนสาหัส ต้องเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อมอีกต่างหาก แล้วเด็กจะไหวเหรอ
    บอกได้เลยว่า ลูกชอบและมีความสุขมากค่ะ เป็นเรื่องท้าทายในการเดินขึ้นภูกระดึงซึ่งยากลำบากแสนสาหัส ทางเดินสูงชันต้องใช้กำลังขาและกำลังใจสูงส่งถึงจะปีนขึ้นไปได้ แต่เด็กๆ เก่งกว่าที่เราคิดค่ะ ฉันกับสามีเริ่มจากการให้ลูกออกกำลังเป็นประจำก่อน ให้เขาว่ายน้ำวันละเป็นสิบรอบเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่ง พอถึงเวลาเดินขึ้นภู ลูกกลับขึ้นได้สบายๆ แต่พ่อแม่ที่วัยใกล้สี่สิบกลับจะขึ้นช้ากว่าลูกซะอีก ดูถูกเด็กไม่ได้เลยเชียว
พอขึ้นไปถึง ลูกจะมีความสุขกับธรรมชาติและอากาศเย็นสบายบนภูเขา สร้างความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวได้ดีทีเดียว
    ไม่ใช่จะพาลูกไปแต่ที่โหดๆ นะคะ ไปเที่ยวไทยแบบสบายๆ ก็มี ทั้งทะเลภาคใต้ พาไปดำน้ำดูปะการังหลากสีที่เกาะสิมิลัน ทั้งไปภูเก็ต ตรัง กระบี่ ลุยมาทั่ว ส่วนภาคเหนือก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นถิ่นของสามี (เขาเป็นคนเชียงใหม่) ลูกเลยได้เที่ยวทั่วภาคเหนือเหมือนกัน เป็นที่สนุกสนาน
สรุปได้ว่าเราไปกันทั่วไทยเลย เที่ยวทุกรูปแบบ ซึ่งตอนนั้นฉันยังไม่รู้เลยว่าที่พาลูกเที่ยวขนาดนั้นทำถูกรึเปล่า แต่พอมาถึงตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วค่ะ พอลูกขึ้นชั้นมัธยมปลาย ทุกอย่างจะค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยเราแทบไม่รู้ตัว เดี๋ยวนี้แทนที่จะได้ไปเที่ยวทุกปิดเทอม ถ้าปิดเทอมใหญ่ก็ไปซะหลายรอบ ก็กลายเป็นว่าลูกมีภาระที่จะต้องเรียนพิเศษ หรือมีกิจกรรมวิชาการต่างๆ ของเขา พาให้พ่อแม่อดเที่ยวไปด้วยเลย
08.2.jpg
    ทั้งครอบครัวจำเป็นต้องลดการตะลุยทั่วไทยไปโดยปริยาย ฉันกับสามีเข้าใจดีว่า ลูกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของชีวิต การสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันเป็นสิ่งที่ชี้อนาคต
    ตอนนี้เลยกลายเป็นว่า ฉันมานั่งนึกย้อนหลังแล้วรู้สึกดีใจที่ตอนลูกยังเล็กพาเที่ยวซะทั่วเชียว ความผูกพันในครอบครัวแนบแน่น เพราะเรามีเวลาดีๆ ให้กัน ฉันยืนยันและขอแนะนำเลยค่ะ ถ้าทำได้ให้พาลูกเที่ยวไว้ก่อนจะดีที่สุด ได้ทั้งประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ ที่คงติดตัว ติดหัวใจของเขาไปตลอดชีวิต คิดย้อนกลับไปทีไรก็มีความสุข มีเรื่องเล่ากันได้เรื่อยๆ แม้ช่วงที่ไม่ค่อยได้ไปไหน เอาเรื่องสมัยยังเที่ยวร่อนไปทั่วมาคุยในโต๊ะอาหารก็ยังมีความสุขได้เลย
    ฉันจึงรีบเอาเรื่องนี้มาเขียน เผื่อคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกยังเล็ก และชอบเที่ยวอยู่แล้ว จะได้เดินหน้าพาลูกเที่ยวต่อไป เพราะถึงจุดหนึ่งของชีวิต การเที่ยวเราอาจจะต้องลดลงไปเพราะภารกิจต่างๆ ของลูก แต่เราเที่ยวตุนไว้ก่อนได้นี่คะ หาความสุขกับครอบครัวให้เต็มที่เลยค่ะ ลูกจะมีความทรงจำที่แสนดีติดตัวไปตลอดชีวิตเขา
    แต่สำหรับครอบครัวฉัน จะพยายามไม่ให้การท่องเที่ยวหยุดอยู่แค่นี้ เดี๋ยวรอช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูกผ่านไปก่อน คอยดูเถอะ จะกลับไปลุยเที่ยวต่ออีก เพราะรู้แล้วว่าชีวิตก็แค่นี้แหละค่ะ พยายามมีความสุขกับทุกเวลา ทำงานก็มีความสุข แล้วพอได้ออกไปเที่ยวก็มีความสุขให้เต็มที่ ถึงจะเรียกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าจริงๆ
    พาลูกออกไปเที่ยวกันดีกว่านะคะ ไม่ต้องไกลหรือหรูหราอะไรก็ได้ เมืองไทยมีอะไรสวยๆ ดีๆ ราคาไม่แพงเยอะแยะเลย มาให้ประสบการณ์ดีๆ กับลูกในการท่องเที่ยวดีกว่าค่ะ ต่อไปเขาก็จะได้ติดนิสัย ไม่เคร่งเครียดกับการงานมากไป รู้จักการพักผ่อนและให้รางวัลตัวเองบ้าง ชีวิตจะได้สมดุล
08.3.jpg
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561