หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 2

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 2, ชุดชั้นใน...คุณแม่ท้อง


การใช้ยาในคุณแม่ตั้งครรภ์
(0 votes)
    สิ่งหนึ่งที่คุณแม่กังวลมากในช่วงตั้งครรภ์ คือ อาการป่วยไข้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้ ดังนั้น แม้จะป่วยเล็กน้อย แค่ไอจามหรือเป็นหวัด ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะใช้ยาใดๆ นะคะ เพื่อความปลอดภัย 10.jpg
    อย่าใช้ยาสุ่มสี่สุ่มห้า
เหตุผลที่คุณหมอเตือนเรื่องนี้ นั่นเพราะว่าช่วงทารกเจริญเติบโตในครรภ์ ในวันที่ 1-10 ของการตั้งครรภ์นั้น เป็นระยะที่เซลล์ยังไม่ฝังตัวจึงอาจมีความไวต่อสารพิษมากจนทำให้เซลล์ตายและแท้งบุตร หรือในทางกลับกัน เซลล์อาจมีปฏิกิริยาต่อสารพิษเพียงเซลล์เดียว แล้วเซลล์ที่เหลือแบ่งตัวต่อไปอย่างรวดเร็วจนไม่พบความผิดปกติ
จนวันที่ 11-40 ของการตั้งครรภ์ เป็นระยะเวลาที่อวัยวะต่างๆ ก่อตัวเป็นรูปร่าง เป็นระยะที่ทำให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิดมากที่สุด เพราะเมื่อมีสารพิษเข้าไปก็จะไปหยุดการเจริญเติบโตของอวัยวะเหล่านี้ ทำให้อวัยวะต่างๆ พิการแต่กำเนิด และหลังจากอวัยวะต่างๆ ถูกสร้างเสร็จหมดแล้ว ทารกในครรภ์จะอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ถ้าได้รับสารพิษเข้าไป ก็จะไปหยุดการเจริญเติบโต ทำให้เกิดภาวะเติบโตช้าในครรภ์หรือสมองเสื่อมได้
    การใช้ยาต่างๆ จึงควรปรึกษาคุณหมอที่ได้ฝากครรภ์ก่อนเสมอ แม้จะเป็นยารักษาโรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์ ภูมิแพ้ ฯลฯ ก็ต้องนำมาให้คุณหมอดู เพื่อพิจารณาว่าสามารถกินได้หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนไปใช้ยาตัวใดแทน ซึ่งจะต้องมีการปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลโรคนั้นๆ อีกที
    กินยาแก้หวัดได้หรือไม่
    หากคุณแม่เป็นหวัดและมีไข้อ่อนๆ สามารถใช้พาราเซตตามอลชนิดได้ค่ะ เม็ดละ 500 มิลลิกรัม กินครั้งละ 1 เม็ด (ปัจจุบันมีคำแนะนำว่า ควรใช้พาราเซตตามอลเพียงวันละ 1 เม็ด ไม่ควรเกินกว่านี้ค่ะ) หากมีน้ำมูก ก็สามารถกินยาลดน้ำมูกอย่างยาคลอเฟนิรามีนร่วมด้วยได้ แต่ถ้าช่วงกำลังแพ้ท้องและกิน Dimenhydrinate อยู่ ก็ไม่ต้องกินยาลดน้ำมูก เพราะยา Dimenhydrinate ที่ใช้บรรเทาอาการตลื่นไส้อาเจียนนั้นช่วยลดน้ำมูก บรรเทาอาการแพ้อากาศได้ด้วยค่ะ
    อย่างไรก็ดี ยาลดน้ำมูกเมื่อกินแล้วจะทำให้รู้สึกง่วง จึงควรกินตอนขณะพักผ่อนค่ะ จะได้ผล็อยหลับไป ไม่ควรกินขณะทำงานหรือขณะเดินทาง อาจจะเป็นอันตรายได้