นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - ลูกโตพอให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้หรือยัง?
หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก จิตวิทยาลูกรัก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, จิตวิทยาลูกรัก, กฎ 3 ข้อในการควบคุมลูกให้ได้ผล, พบคุณหมอเด็ก, ทำไมลูกชอบตื่นร้องกลางดึก


ลูกโตพอให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้หรือยัง?
(1 vote)
“มันขึ้นกับความเป็นผู้ใหญ่ของเด็กแต่ละคน ความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์มือถือและความรับผิดชอบต่ออุปกรณ์สื่อสาร”

อะตอมเป็นเด็กหญิง อายุ 11 ปี ต้องการมีโทรศัพท์มือถือของตัวเอง จึงเรียกร้องให้คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้เสียที เพราะพ่อแม่ผัดผ่อนมาหลายปีแล้ว อะตอมอ้างว่าเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเขามีกันเกือบหมดแล้ว แม้ว่าคุณครูจะห้าม ไม่ให้ใช้ที่โรงเรียนก็ตาม แต่เพื่อนนักเรียนหลายคนก็แอบใช้แชทกันในห้องและใช้หลังเลิกเรียน

อะตอมยังอ้างเหตุผลอีกว่า โทรศัพท์มือถือจะช่วยให้พ่อแม่นัดหมายกับอะตอมได้ง่ายขึ้นในเวลาเลิกเรียนตอนเย็น และพ่อแม่ขับรถส่วนตัวมารับกลับบ้าน เนื่องจากโรงเรียนไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้ามาจอดรถในโรงเรียน
28.1.jpg
ความเห็นของคุณพ่อก็คือ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ลูกและเพื่อนๆ อาจชวนไปดูหนัง เล่นสเก็ตกันโดยที่พ่อแม่ไม่รู้เรื่อง ดังนั้นคิดว่าลูกยังเด็กเกินไปที่จะใช้โทรศัพท์มือถือ พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนจึงประสบกับปัญหาเดียวกันคือ ควรจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกหรือไม่และควรซื้อเมื่ออายุเท่าไรดี และควรซื้อแบบไหน ผู้ปกครองหลายคนจึงมีความวิตกกังวลเช่นเดียวกันกับพ่อแม่ของอะตอม

ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า เด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-17 ปี กว่าร้อยละ 75 มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัวใช้แล้ว เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2547 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 45 เท่านั้น จากการศึกษาของโครงการ Pew Internet and American Life พบว่า เด็กๆ มีโทรศัพท์มือถือใช้กันโดยมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยพบว่า เด็กอายุ 12 ปี ในปัจจุบันมีโทรศัพท์มือถือใช้กันแล้วถึงร้อยละ 58 เมื่อเทียบกับในปี พ.ศ.2547 ซึ่งมีเพียงร้อยละ 18 ให้ลูกใช้โทรศัพท์มือถือก็เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากต้องการเข้าถึงลูกและติดต่อลูกได้ทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้ราคาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เนื่องจากบริษัทมือถือมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงลูกเล่นในการใช้มือถืออยู่ตลอดเวลา แม้แต่ผู้ใหญ่หลายๆ คนก็มีการเปลี่ยนมือถือจากรุ่นเก่าเป็นรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว

วัยรุ่นก็เช่นกัน สำหรับเด็กแล้ว โทรศัพท์มือถืออาจเป็นทั้งหมดของชีวิตสังคมของพวกเขา และเป็นสิ่งที่จะทำให้เพื่อนประทับใจ จากการศึกษาพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาอายุระหว่าง12-17 ส่งข้อความสั้นถึงเพื่อนมากถึง 50 ข้อความต่อวัน และจำนวนข้อความนั้นมากกว่าที่พวกเขาพูดคุยกันในโทรศัพท์และมากกว่าที่พูดคุยกันตัวต่อตัวตามปกติ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความกดดันทางสังคมถึงจุดเปลี่ยนแปลงทันทีที่เด็กเรียนอยู่ประมาณเกรด 6 (ประถม 6) หรืออายุประมาณ 11 ปี เด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่อยากได้โทรศัพท์มือถือเป็นของขวัญ อาจกล่าวอ้างเหตุผลว่า "หนูต้องการจะส่งข้อความกับเขาบ้าง เพราะเพื่อนๆ ที่โรงเรียนส่งข้อความถึงกันแทบจะทุกคน"
28.2.jpg

ถ้าเช่นนั้น เมื่อไรจึงควรซื้อมือถือให้ลูก
คำตอบคือ ไม่มีอายุที่เหมาะสมสำหรับเด็กทุกคน นักจิตวิทยาพัฒนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในเด็กกล่าวว่า "มันขึ้นกับความเป็นผู้ใหญ่ของเด็กแต่ละคน ความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์มือถือและความรับผิดชอบต่ออุปกรณ์สื่อสาร ตัวอย่างเช่น การชาร์จแบตเตอรี่ การเปิดมือถือ ระวังไม่ทำหาย แทนที่จะให้เพราะเหตุผลว่า ใครๆ ก็มีโทรศัพท์มือถือกันทุกคน พ่อแม่ควรถามตัวเองว่า ทำไมลูกจึงจำเป็นต้องมี มีแล้วจะใช้อย่างไรและลูกมีความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินว่าลูกสามารถจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ได้หรือไม่"

รัท  ปีเตอร์ นักจิตวิทยาเด็ก กล่าวว่า "เด็กๆ ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมจะใช้โทรศัพท์มือถือจนกว่าจะอายุ 11-14 ปีหรือเมื่อเรียนชั้นมัธยม เมื่อเริ่มเดินทางไปโรงเรียนหรือกลับบ้านด้วยตัวเองคนเดียว และเมื่อจำเป็นต้องโทรศัพท์หาพ่อแม่ เพราะต้องเปลี่ยนกิจกรรมกะทันหัน"

แพทริเซีย กรีนฟิล์ด ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ผู้เชี่ยวชาญการใช้สื่อในเด็ก ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการที่พ่อแม่อาจไม่รู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับลูกเนื่องจากโทรศัพท์มือถือว่า "เด็กๆ ต้องการโทรศัพท์มือถือก็เพื่อจะได้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนอย่างเป็นส่วนตัว ดังนั้น เมื่อพ่อแม่คิดจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูก ควรรอให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อรักษาการสื่อสารระหว่างพ่อแม่กับลูกเอาไว้

ข้อควรพิจารณาอีกประการหนึ่งคือ โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีการใช้สอยหลากหลายมากขึ้น เช่น ถ่ายรูปได้ เข้าเว็บไซต์ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจว่า การซื้อโทรศัพท์มือถือที่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ ก็คือ การอนุญาตให้ลูกหลานเข้าไปดูเนื้อหาข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ เช่น เครือข่ายสังคม ดูวิดีโอต่างๆ ซึ่งเป็นข้อห้ามของการใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน แต่กลับสามารถใช้ผ่านมือถือได้ง่ายๆ

ผู้ปกครองบางคนต้องการให้ลูกมีโทรศัพท์มือถือเพื่อความปลอดภัย แต่กลับไม่สนใจว่า ลูกใช้โทรศัพท์มือถือเพื่ออะไรเป็นส่วนใหญ่ ด้วยการใช้งานที่หลากหลาย สามารถทำให้เกิดปัญหาการเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือ การถูกล่อลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดี ปัญหาการส่งผ่านภาพและข้อความลามก อนาจาร แชทกันในห้องเรียน และสำหรับวัยรุ่นที่โตขึ้น มือถืออาจดึงความสนใจขณะขับรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย"
 28.3.jpg

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการซื้อโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้หรือเข้าอินเทอร์เน็ตได้ให้กับลูกซึ่งอายุน้อยกว่า 13 ปี ผู้ปกครองที่ไม่ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือที่สามารถใช้งานหลากหลาย อาจเลือกระบบจ่ายเงินล่วงหน้าหรือระบบเติมเงิน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและสะดวกในการควบคุมการใช้โทรศัพท์ของลูก หากคุณพ่อคุณแม่เลือกโทรศัพท์มือถือ ประเภทที่มีการใช้งานหลากหลายให้ลองไปแล้ว ก็ควรควบคุมและจำกัดการใช้อินเตอร์เน็ต จนกว่าลูกจะอายุ 15 หรือ 16 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความเป็นผู้ใหญ่พอและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

พ่อแม่มีหลายวิธีในการควบคุมเวลาการใช้โทรศัพท์ในแต่ละวัน หรือกำหนดบุคคลที่อนุญาตให้พูดคุยได้ โดยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้บริการหรือใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์บางตัวที่สามารถช่วยควบคุมการรับและส่งข้อความหรือรูปภาพได้

เด็กวัยรุ่นทุกคนย่อมอยากได้โทรศัพท์มือถือดีๆ แบบผู้ใหญ่ แต่เมื่อได้ครอบครองแล้ว อาจเกิดปัญหากับตนเองได้ภายหลัง เนื่องจากโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงสังคมออนไลน์เป็นแหล่งที่มาของคนแปลกหน้าที่อาจเข้ามาชักจูงให้ลูกหลานเราไปคบเพื่อนไม่ดี หรือกลุ่มคนที่มีปัญหาจนลูกหลานอาจเสียผู้เสียคนได้ มาช่วยกันกำหนดอายุที่เหมาะสมในการให้ลูกใช้โทรศัพท์มือถือ ควบคุมเวลาและการติดต่อสื่อสารกันเถิดครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ


นพ.กมล แสงทองศรีกมล
กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
ความเห็น (1)Add Comment
0
PanYaShop
กรกฎาคม 06, 2018
27.254.16.2
Votes: +0
...

ข้อมูลมีประโยชน์มา

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561