หมวดหมู่บทความ Stories ในโลกกว้าง

Search by tag : Stories, ในโลกกว้าง, ลูกฉันเป็นดาวน์ ซินโดรม


ผิดพลาดไปได้ไงเนี่ย?
(0 votes)
“ฉันจะให้กำเนิดทารกที่จะต้องทนทุกข์ทรมานไปจนอายุหกสิบได้อย่างไร”

          ครอบครัวเรามีลูกชายหญิงอยู่แล้วสองคน ดังนั้นเมื่อฉันตั้งครรภ์ที่สามขึ้นมา สามีจึงไม่ได้แสดงท่ายินดีเหมือนกับตอนมีลูกสองคนแรก ตัวฉันเองไม่เคยคิดว่าจะตั้งครรภ์ได้ง่าย จึงไม่ได้ป้องกันอันใดไว้ ฉันจึงขอให้แพทย์ตรวจเจาะน้ำคร่ำเพื่อดูความผิดปรกติอันใด ฉันรู้ว่าเดวิดจะไม่ยอมทำแท้ง ถ้าทารกปรกติดี ตัวฉันเองเชื่อมั่นว่าลูกคนที่สามก็จะแข็งแรงเฉกเช่นพี่ๆ ของแกเช่นกัน
          เดวิดพาฉันไปรับการตรวจเจาะน้ำคร่ำ เราเห็นภาพถ่ายทารกจากเครื่องอัลตร้าซาวด์ที่บ่งบอกว่าทารกอยู่จุดใดก่อนสอดเข็มเข้าไป มิให้เป็นอันตรายกับทารก เรารีบเอาภาพถ่ายนี้กลับบ้านไปอวดลูกสองคน จิมมี่ วัยสามขวบและ เจฟ วัยห้าขวบ ซึ่งกระตือรือร้นกับน้องใหม่ของแกมาก
          สัปดาห์ต่อมา สูติแพทย์โทรศัพท์มาแจ้งผลการตรวจน้ำคร่ำ เดวิดเป็นคนรับสาย เขาส่งเสียงตื่นเต้นว่า “เพศชายหรือครับ” แต่แล้วเขากลับเงียบเสียงไปพลันและใบหน้าเกร็งขึ้นมา “มีอะไรผิดปกติหรือคะ” ฉันถาม “ขอฉันพูดกับหมอเองดีกว่า”
          เดวิดโอบไหล่ฉันไว้ ขณะขอให้หมออธิบายกับฉัน “ชาเนีย ลูกในท้องคุณดูเหมือนจะขาดโครโมโซมที่สิบแปดไปส่วนหนึ่ง ซึ่งจัดว่าร้ายแรงทีเดียว ผมอยากให้คุณมารับการทดสอบและหารือกัน”
32.1.jpg
          “เป็นไปได้ไหมว่าว่าการตรวจผิดพลาด” ฉันถามอย่างตกใจ “ก็อาจเป็นได้” หมอตอบ แต่ฉันจับความลังเลในน้ำเสียงหมอขณะอธิบายว่า ภาพขยายเซลล์สิบเจ็ดทั้งหมดบ่งถึงส่วนของโครโมโซมสิบแปดที่ขาดหายไป “ผลการตรวจสอบยีนมักถูกต้องประมาณเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์”
          หมอให้ความหวังว่า การตรวจยีนของฉันและเดวิดอาจช่วยได้ “คนปกติส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการวิเคราะห์ยีน ถ้าเลือดคุณมีสภาพคล้ายกับทารกแล้วลูกอีกสองคนก็มียีนประหลาดนี้ด้วย ก็อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับครอบครัวคุณก็เป็นได้”
          เราจึงพาลูกทั้งสองไปรับการเจาะเลือดด้วยพร้อมกันหมด หมอบอกว่าจะรู้ผลได้ในอีกสองหรือสามสัปดาห์ข้างหน้า คือตอนปลายเดือนที่ห้าของการตั้งครรภ์ หมอลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า เคยนึกถึงการทำแท้งบ้างหรือไม่
    เดวิดตอบว่า “เคยครับ”
          ตัวฉันเองเป็นแม่ผู้เคยอุ้มชูประคับประคองลูกน้อยมาถึงสองคน เมื่อเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตใดขึ้นมา ก็จะไม่พรากชีวิตนั้นให้จากลาไป ที่ฉันยอมให้แพทย์เจาะน้ำคร่ำในตอนแรกก็ ด้วยเจตนาจะให้เดวิดเชื่อว่าลูกเราแข็งแรงปกติดีเท่านั้น
          หมอให้เราดูภาพขยายของโครโมโซมผิดปกติของทารก ซึ่งดูเหมือนกับฟองน้ำกองกันสามชั้น ชั้นบนสุดเป็นรูปเรียวแหลมบางจนคิดไม่ออกว่าจะมีความหมายอันใด จากนั้นหมอหยิบรูปถ่ายออกมาจากซองสีน้ำตาล “นี่เป็นตัวอย่างที่เอามาให้ดู เพราะโรคเกิดน้อยมากกับคนแค่หนึ่งในแปดพัน โปรดดูเอกสารในซองนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าถ้าคุณยังจะตั้งครรภ์ต่อไป ก็ต้องทำใจรับสิ่งเลวร้ายเอาไว้ด้วย”
          เอกสารนั้นเป็นภาพทารกผู้มีใบหน้าผิดปกติ มีรูจมูกข้างเดียว ใบหูใหญ่ ปากยาวแหลม คอเอียง เท้าแป หูหนวก เป็นลมชัก เป็นใบ้ มีภูมิปัญญาต่ำแค่ระดับ 25-50 และเป็นโรคไขข้ออย่างร้ายแรงตั้งแต่วัยทารก พ่อฉันป่วยเป็นไขข้อตั้งแต่อายุ 27 และถึงแก่กรรมตอนอายุ 46 แล้วฉันจะให้กำเนิดทารกที่จะต้องทนทุกข์ทรมานไปจนอายุหกสิบได้อย่างไร แต่จะทำแท้งไปแล้วมีชีวิตอยู่ด้วยสำนึกผิดไปจนวันตายอย่างนั้นหรือ?
          ขณะรอฟังผลลูกในท้องฉันดิ้นแรงตลอดเวลา ฉันไม่ยอมคิดเรื่องทำแท้งแบบที่คนอื่นอาจเห็นว่าจะทำให้หมดเรื่องไปได้ ฉันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าลูกเราปกติทุกประการ เมื่อผลตรวจเลือดของฉันกับเดวิดมาถึงนั้น ปรากฏว่าเราสองคนไม่ได้ขาดโครโมโซมพิเศษอันใดไปเลย
          แพทย์บอกว่า เรายังมีโอกาสทดสอบครั้งสุดท้าย คือการเจาะตรวจน้ำคร่ำครั้งที่สอง ซึ่งเป็นระยะปลายเดือนที่หกของการตั้งครรภ์ อันเป็นกำหนดสุดท้ายที่กฎหมายของรัฐจะยอมให้ทำแท้งได้ เรามองเห็นภาพทารกบนจอขณะทำการตรวจ การวัดขนาดศีรษะทารกพบว่า มีขนาดปกติตามพัฒนาการ แต่แพทย์บอกว่า ความผิดปรากติอาจไม่ปรากฏจนกว่าหลังคลอด คือเมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นมา เราเห็นภาพลูกชัดเจนในคราวนี้ แต่ไม่ได้เอาฟิล์มกลับบ้านอีก และฉันได้แต่ร่ำไห้อย่างเศร้าโศก
32.2.jpg
          ตลอดสัปดาห์ต่อมา ฉันแทบเป็นโรคประสาทไปแล้วและปฏิเสธไม่รับความช่วยเหลือเมื่อแม่โทรมาเสนอจะเดินทางมาหา แม่จะไม่มีวันเข้าใจว่า ทำไมฉันยอมให้หมอเจาะตรวจน้ำคร่ำแต่แรกด้วยซ้ำไป แล้วถ้าต้องทำแท้งขึ้นมา แม่จะทำใจยอมรับได้หรือ? ความหวังของฉันเลือนรางเต็มที ไม่สามารถวอนขอให้ทารกในครรภ์ที่พิการกลับกลายเป็นทารกที่แข็งแรงได้ ฉันฝันร้ายทุกคืนว่าตัวเองทำแท้งลูกที่แข็งแรงไป
          เจฟ ลูกคนแรกของเราเกิดโดยการผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดเจ็ดสัปดาห์ เนื่องจากฉันมีอาการแพ้ยาอย่างแรง ในการคลอดครั้งที่สามนี้หมอตัดสินใจผ่าตัดทารกออกก่อนกำหนด โดยไม่ได้ยืนกรานให้ฉันทำแท้งแต่ประการใด ความเข้มแข็งของเดวิดหดหายไป เขาร่ำไห้บอกว่า นึกภาพฉันถูกเข็นเข้าห้องทำแท้งแล้วไม่รอดชีวิตกลับออกมา แต่เขามองเห็นภาพเราสองคนสู้อุปสรรคมากมายเพื่อดูแลลูกผู้พิการ
          ฉันคงต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกพิการ โดยให้เดวิดรับภาระหาเงินเลี้ยงครอบครัวแต่ผู้เดียว เราต้องรีบสะสมเงินเอาไว้แต่บัดนี้ เผื่อยามแก่ที่ไม่สามารถดูแลลูกได้อีกต่อไป ถ้าฉันไม่ไปตรวจน้ำคร่ำก็ คงไม่ได้รู้ความผิดปกตินี้ จะยุ่งเหยิงเพียงไรถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวรับสภาพไว้ โลกของเราแสนจะไม่มั่นคงเอาเสียเลย และเราหันหน้ามาปลอบโยนกันและกันแบ่งปันความทุกข์
          ฉันตัดสินใจจะทำแท้ง จะบอกใครๆ ว่าแท้งลูกตอนตั้งครรภ์เดือนที่เจ็ด จะยอมเป็นฆาตกร โดยรู้ดีว่าชาตินี้จะไม่มีความสุขอันใดอีกแล้ว
วันรุ่งขึ้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและเราสะดุ้งไม่อยากรับสาย หมอเป็นคนโทรมา “อะไรนะครับ” เดวิดร้องออกมา “หมอบอกชาเนียเองสิ”
“เราตรวจผิดตั้งแต่ครั้งแรก ลูกคุณแข็งแรงดี ได้ยินไหม ชาเนีย”
ฉันร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ ไม่เคยมีครั้งใดที่เราจะอ้าแขนต้อนรับทารกคนใหม่อย่างยินดีมากมาย เท่ากับการต้อนรับพ่อหนูแฮงค์ที่แสนแข็งแรงคนนี้

โสภาพรรณ รัตนัย
แปลจาก  ไอ แคน นอท ชูส
โดย ชาเนีย ซีรีส์
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561