หมวดหมู่บทความ Talks เกิดมาเป็นแม่

ภรรยายอดนักเทนนิส
(1 vote)
Kim Sears

“ทันทีที่สายตาเขาเหลือบพบคิมบนอัฒจรรย์ เขารีบวิ่งไปหาและทักทายเธอด้วยจูบ”

          เวลามีการแข่งเทนนิสรายการระดับโลก สุภาพสตรีคนที่ผู้เข้าชมชอบชำเลืองตามอง ก็คือ คิม เซียร์ส ภรรยา Andy Murray นักเทนนิสมืออันดับหนึ่งของโลกชาวสหราชอาณาจักร ยิ่งถ้าเป็นการแข่งวิมเบิลดันปีนี้ด้วยแล้ว ยิ่งต้องชำเลือง เพราะเธอและสามีเพิ่งประกาศจะมีลูกคนที่ 2 ต่อจากคนแรกที่เป็นลูกสาว และคลอด 15 เดือนก่อนหน้า 

          ความหมายก็คือ นอกจากทั้งสองจะต้องการมีครอบครัวใหญ่ในวลารวดเร็ว เพราะเวลานี้ต่างอายุเลยหลัก 30 ปี ยังต้องการที่จะมีลูกชายเพื่อจะได้เป็นนักเทนนิสยิ่งใหญ่เหมือนพ่อ 
          คิมมีกิตติศัพท์เป็นเจ้าของเรือนผมที่คนอิจฉามาก อีกทั้งยังชอบสวมแว่นขอบโตกันแดด และนี่เป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมคนไปชมการแข่งขันนัดสำคัญต้องชำเลือง ยังไม่พูดถึงการที่เธอมีลีลาเชียร์สนุกสนาน 
          ทั้งนี้ สุภาพสตรีแว่นโตผมสวยคนนี้ไปนั่งเชียร์สามีที่การแข่งวิมเบิลดันครั้งล่าสุด ในชุดว่าที่คุณแม่สุดหรู อีกทั้งยังมีกระเป๋าใบใหญ่วางทับหน้าท้อง ทำนองอยากให้คนรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก  
          คิมเป็นชาวสหราชอาณาจักร เกิดวันที่ 10 ธันวาคม 2530 ในครอบครัวที่มีหัวหน้าเป็นครูฝึกเทนนิสชื่อดัง ทั้งนี้เหตุผลที่เธอใช้นามสกุลเดิม ไม่ใช้ของสามี ก็เพราะเธอเป็นจิตรกร ดังนั้นจึงต้องใช้นามสกุลที่เคยใช้ เธอชำนาญเขียนภาพสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีให้ดูผ่านเว็บไซต์ของเธอ โดยล่าสุดยังได้เขียนหนังสือชื่อ How to Look After Your Human: A Dog's Guide ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญ เพราะเป็นหนังสือที่แนะนำสุนัขให้รู้จักดูแลมนุษย์ คือเขียนให้สุนัขอ่่าน ส่วนคนก็อ่านได้ ถ้าอยากรู้สุนัขคิดอย่างไรต่อคน 
          คิมเรียนหนังสือเก่งตั้งแต่เด็ก ทั้งยังจบมัธยมพร้อมด้วยประกาศนียบัตร 3 ภาควิชา ทั้งดนตรี ละคร และศิลปะ โดยจบจาก Burgess Hillโรงเรียนสตรีมีชื่อ จากนั้นจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กส์ ซึ่งก็มีชื่อเช่นกัน จากนั้นเธอมีปัญหากับงานจนเป็นข่าว ก่อนจะได้งานทำกับสถานี GMTV ชื่อเดิมสถานี ITV จนกระทั่งแต่งงานเดือนเมษายนเมื่อสองปีที่แล้ว
          ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแอนดี้ย์มีหลายเรื่องเล่า ปกติทั้งสองต้องพบกันอยู่แล้ว เพราะต่างอยู่ในวงการเทนนิส แต่ไม่ได้มีอะไรกัน จนกระทั่งทั้งสองอายุ 18 ปี เมื่อพ่อเธอแนะนำให้รู้จัก ตอนนั้นคิมกำลังเป็นนักศึกษา ส่วนแอนดี้ย์เป็นนักเท็นนิสอาชีพดาวรุ่ง สถานที่พบคือ การแข่งขันรายการยู.เอส.โอเพ่นที่สหรัฐอเมริกาปี 2548 โดยเธอไปที่นั่นเพื่อชมรายการนี้ตามธรรมเนียมแฟนเทนนิสตัวยง
          ว่ากันว่า หลังแนะนำ คิมไม่แยแสผู้ชายคนนี้ ต้องให้ฝ่ายชายตื๊อถึงยอมออกเที่ยวด้วย แต่ถึงกระนั้นยังพยายามที่จะไม่ให้ใครรู้ กว่าคนทั่วไปจะรู้ต้องรอรายการแข่งสำคัญที่รัฐแคลิฟอร์เนียปีต่อมา เมื่อแอนดี้ย์สามารถชนะการแข่งอาชีพรายการแรกของเขา และปรากฏว่า ทันทีที่สายตาเขาเหลือบพบคิมบนอัฒจรรย์ เขารีบวิ่งไปหาและทักทายเธอด้วยจูบ

          อย่างไรก็ดี หกเดือนต่อมาทั้งสองเลิกกัน เหตุผลไม่มีการบอก ทราบกันแต่เพียงแอนดี้ย์ชอบใช้เวลาเล่นวิดีโอเกม ไม่ชอบพาเธอเที่ยว แต่จากการติดตามของแฟนเทนนิส อีกหกเดือนทั้งสองก็กลับมาคืนดี จากนั้นใช้เวลาเป็นแฟนกันนานถึง 9 ปี ก่อนจะหมั้น และต่อมาสมรส โดยสมรสเมื่อเดือนเมษายน 2558  ครั้นพอเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา คิมก็ให้กำเนิดลูกคนแรกที่เป็นลูกสาว ชื่อคือ โซเฟีย ลอว์เรนซ์ 
          ยกย่องกันว่า แอนดี้ย์รักลูกมาก โดยเวลาให้สัมภาษณ์เขามักพูดถึงลูกเสมอ อย่างครั้งหนึ่งหลังถูกถามว่า ช่วงเวลาดีที่สุดในชีวิตเขาเป็นช่วงเวลาใด เขาตอบว่า "ช่วงเวลาดีที่สุดในชีวิตผมก็คือ ตอนลูกสาวผมเกิด"
คิมและครอบครัวพำนักอยู่ที่ Oxshott ในจังหวัดเซอร์รี่ย์ เวลาอยู่บ้านถ้าไม่เขียนภาพ คิมจะทำกับข้าว หรือไม่ก็พาสุนัขออกไปวิ่งนอกบ้าน โดยตัวเธอเองยังเป็นนักวิ่งคนหนึ่ง
          แต่ตอนนี้คนไม่น้อยต่างวิตกว่าเธอกำลังจะมีอีกงาน นอกเหนือจากดูแลบ้านและเลี้ยงลูก นั่นคือ ดูแลสามีที่กำลังถูกอาการและเจ็บสะโพกรังควาน โดยรังควานมาพักใหญ่ และล่าสุดต้องออกจากการแข่งวิมเบิลดัน หลังแพ้รอบรองชนะเลิศ
          ทั้งนี้ สามีเธอเคยบอก คงจะยังลงแข่งเทนนิสต่อไปอีก 4-5 ปี โดยระหว่างนั้นเขาหวังที่จะมีครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ดังนั้น คิมจึงยังต้องมีลูกมากขึ้น โดยทุกคนที่เฝ้ามอง ต่างหวังว่าลูกคนใดคนหนึ่งคงได้เป็นนักเทนนิสมือหนึ่งของโลกเหมือนพ่อ

บรรยายภาพ

1. คิม เซียรส์กับสามียอดนักเท็นนิส 
2. แอนดี้ เมอร์รี่ย์กอดลูกน้อยหลังชนะวิมเบิลดันปีที่แล้ว
3. เรือนผมคนอิจฉามาก กับแว่นขอบโตกันแดด
4. มาดเชียร์เอาเรื่องบนอัฒจรรย์
5. ท้องที่บวมนิดๆ กับกระเป๋าใบใหญ่ที่ใช้ปิด
6. ต้องเข็นรถคนเดียวเสมอ เพราะสามีติดซ้อม

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 545 ประจำเดือนธันวาคม 2561-มกราคม 2562