หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ Step for Baby

Search by tag : ให้ลูกคนโตเป็นมือขวาดูแลน้องเทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Step for Baby, เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน


Play Q เสริมพัฒนาวัยคิดส์ได้ทุกด้าน
(1 vote)
U1.jpg“หลายครั้งหลายหนหวนคิดถึงภาพเก่าๆ เมื่อครั้งยังวัยเด็ก นึกแล้วยังอดยิ้มเล็กยิ้มน้อยในใจไม่ได้ ทั้งช่วงเวลาแห่งความสุขตลอดปิดเทอม กับการถูกส่งตัวไปบ้านย่าที่ต่างจังหวัด เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแล ภาพของกลุ่มเด็กวัยทะโมน เมื่อครั้งวิ่งเล่นอยู่กลางท้องทุ่ง ท้องนา มีแมลงและผีเสื้อสวยๆ ให้วิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ช่างรู้สึกอิ่มเอมหัวใจเหลือเกิน”             หากเราลองมานึกย้อนกลับไปยังเด็กสมัยนี้กันบ้างค่ะ พวกเขามีกิจกรรมอะไรทำกันบ้างหนอ...ในแต่ละวัน
บางคนก็อาจตอบแบบขวานผ่าซาก ว่าเด็กๆ มันจะมีอะไรทำกันล่ะ? นอกจากจะเล่นไปวันๆ
ถูกต้องค่า...เด็กๆ ยังไงก็ต้องคู่กับการละเล่นอยู่แล้ว เล่นมันทั้งวัน ลืมโลกกันไปเลย ต้องให้พ่อๆ แม่ๆ มาดึงกลับโลกอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับเด็กเมื1.jpgองกรุงฯ การละเล่นออกจะทันสมัยไปหน่อย ตั้งแต่พวกของเล่นที่ซื้อกันตามห้าง / เกมส์กด / วิดีโอเกมส์ อยู่กับของพวกนี้มาตลอด บางครั้งความคิดของเด็กก็รู้สึกเบื่อๆ เหมือนกัน แต่นอกจากสิ่งพวกนี้แล้วก็ไม่รู้จะเล่นอะไร
จริงไหม...แต่หากมองออกไปสังคมชนบทห่างไกล  สำหรับเด็กๆ ที่โน่น lifestyle เป็นเอกลักษณ์แตกต่างโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ของพวกเขาเป็นการเล่นเหมือนกัน แต่เขาเล่นกับ “ธรรมชาติ” ค่ะ ตั้งแต่การเข้าป่าเข้าพงไปตัดไม้ไผ่มาทำว่าว / เอาด้วงมาชนกัน / เล่นจับตัวกะปอมตามทุ่ง / ม้าก้านกล้วย ฯลฯ แต่ดูชีวิตวัยเด็กเหล่านี้มีอะไรสนุกๆ มากกว่าเด็กเมืองเยอะ ที่อยู่กับ “ของเทียม” มาตลอด

            ตำราที่ไม่มีแค่ในห้องเรียน
            การเล่นเพื่อการเรียนรู้ ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ (creativity) หรือ Play + Learn = Plearn  นี้คือทางเดินสายกลาง ที่เด็กเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ไม่ใช่โรงเรียนหรือคุณครูเป็นศูนย์กลาง
            สมองของเด็กวัยต่างๆ มีการเรียนรู้รอบด้าน เหตุใดเราจึงต้องเล่นกับเด็กเล็กๆ เพื่อให้เขาเรียนรู้ และการเรียนรู้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะให้ห้องเรียน เด็กยังอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบๆ ตัวเขาที่เป็นธรรมชาติ เช่น สนามหญ้า ต้นไม้ สัตว์ ท้องฟ้า ดวงดาว ทะเล น้ำ ดิน ไฟ ลม ฯลฯ กับสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติ เช่น บ้าน รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วยค่ะ
คุณพ่อคุณแม่จึงต้องสอนเด็กโดยผ่านการเล่น เล่านิทาน ร้องเพลง แต่พอเด็กโตขึ้นหน่อย เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน พวกเราต่างมีความคาดหวังว่า ต่อไปนี้เขาต้องไปเรียน เลิกเล่นได้แล้ว ต้องเอาจริงเอาจังกับการเรียน กระบวนการเรียนรู้ที่พูดๆ กัน ก็เลยกลายเป็นกระบวนการหยุดหรือชะลอการเรียนรู้ กระบวนการเล่น- เรียนที่เด็กเคยสนุกและมีความสุขก็ค่อยๆ หายไป นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเด็กจึงเรียนรู้ได้เร็วมากก่อนเขาเข้าโรงเรียน

คุณครูธรรมชาติ
เราลองนึกภาพของสภาพแวดล้อมรอบตัวลูกน้อย ที่มีทั้ง บ่อน้ำ ลำธาร น้ำตก มีดอกไม้นานาพันธุ์ และต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นให้ครึ้มไปหมด เป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสดชื่น
ทีนี้ให้คุณแม่ลองจินตนาการภาพของลูกน้อยได้เห็นผีเสื้อบินฉวัดเฉวียนไปมา ดอมดมดอกไม้ ต้นไม้เต็มไปหมด เสียงลม ใบไม้พลิ้วไหว แหม่!! รู้สึกถึงความสุขได้เลยใช่ไหมคะ
ท่ามกลางสภาพสังคมอันยุ่งเหยิง สิ่งเร้าต่างๆ มีมากมายในปัจจุบันนี้  การที่ลูกน้อยได้เรียนรู้ผ่านธรรมชาติจะช่วยขัดเกลาสภาพจิตใจได้ค่ะ ซึ่งอย่างน้อยบรรยากาศเหล่านี้ก็ช่วยให้เขาจิตใจสงบ ลงกว่าเก่าแน่นอน

เจ้าหนูจอมอนุรักษ์มาแว้ว.. 2.jpg
ห้องเรียนธรรมชาติ ลูกน้อยจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมๆ ไร้ชีวิตชีวา สิ่งที่เห็นได้ชัดมากกว่าการให้แต่นั่งท่องตำรับตำราว่า ต้นไม้ชนิดไหนมีประโยชน์ ตัดไม้ทำลายป่าแล้วน้ำจะท่วม และปัญหาโลกร้อนมากๆ มีวิธีการช่วยได้อย่างไรบ้าง เด็กๆ ท่องได้แน่นอนค่ะ แต่เป็นเพียงแค่การท่องจำ แต่จะคิดและรู้สึกตามนั้นหรือเปล่า คงเป็นเรื่องไกลตัวไปหน่อยค่ะ
ดังนั้น ถ้าปล่อยให้เด็กๆ ใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งน้ำพุ มีน้ำตก บ่อที่มีปลาตัวเล็กๆ ว่ายไปว่ายมา ก็จะทำให้เขารู้สึกผูกพันและเห็นว่า ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ซึมเข้าไปในจิตใจทีละเล็กน้อย เมื่อโตขึ้นมาเขาก็จะรักและหวงแหวนสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่ตามธรรมชาติค่ะ

กระตุ้น EQ ไปกับไอสไตน์ตัวจิ๋ว
            เด็กวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ เป็นช่วงวัยทองที่สมองเด็กเติบโตมากที่สุด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องใช้จังหวะเลิฟนี้ เร่งกระตุ้นให้สมองเติบโต เพราะเจ้าสมองที่ว่านี้ ไม่ได้หมายความถึงเพียงส่วนที่เกี่ยวข้องกับ IQ (ความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญา) เท่านั้น ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอย่างอื่นอีกด้วยค่ะ
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นครูคนแรก สามารถนำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมาประยุกต์สอนลูกได้หลายๆ เช่น ก้อนเมฆที่เห็นกันอยู่ทุกวัน ความจริงแล้วมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป บางลักษณะมีชื่อเรียกเฉพาะ เมฆจานบิน เมฆหมวก และเมฆสีรุ้ง แม้แต่การดูฝนดาวตกหรือพระจันทร์ยิ้ม ก็สามารถสร้างจินตนาการ และแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ได้ตื่นเต้น แล้วจะตั้งคำถามในสิ่งที่อยากรู้ 
เมื่อลูกน้อยถูกฝึกให้คิดตั้งแต่เล็กๆ เขาจะมีความคิดคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผลในสมอง เมื่อโตขึ้นมา เขาก็จะกล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างมีคุณภาพ วิทยาศาสตร์จึงเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทำให้เข้าใจความเป็นจริงของธรรมชาติมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีการพัฒนาการทาง EQ หรือที่เรียกว่า ความฉลาดทางอารมณ์ นั่นเองค่ะ3.jpg

Play Q เรียนรู้โลกกว้าง
            เด็กกับการเล่นมักเป็นของคู่กัน การที่ลูกน้อยได้วิ่งเล่นสนุกอย่างอิสระบนพื้นที่โล่งกว้าง โดยคุณพ่อคุณแม่ ควรให้คำแนะนำวิธีเล่นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก แต่ไม่ใช่ห้ามเล่นไปเสียทุกอย่าง เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กอาจจะกลัวอันตราย และไม่กล้าเล่นเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นคำแนะนำหรือข้อห้ามนั้น ห่างกันแค่เพียงเส้นบางๆ ขวางกั้น ต้องระวังให้ดี

  • ใครว่า เด็กเครียดไม่เป็นคะ สมองที่มีเพียงอารมณ์เดียวก็ผลิตสารคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเมื่อสะสมมากๆ แล้วก็เป็นโทษได้ ความเครียดก่อเกิดได้หลายปัจจัย ทั้งทางบ้านตั้งความหวังไว้สูง เช่นเด็กสมัยนี้เรียนเสริมเยอะเกินความพอดี เสียจนไม่มีเวลาเล่นตามวัยของเด็กเท่าที่ควร ฯลฯ การออกกำลังกายจึงช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ และเมื่อเด็กได้เล่นอิสระอย่างใจชอบ ฮอร์โมนความสุข (ENDORPHIN) ก็จะหลั่งเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคได้อีกค่ะ
  • เครื่องเล่นสนามหรือเครื่องเล่นกลางแจ้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ซึ่งเป็นเรื่องของการทรงตัว กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหว ฉะนั้นเมื่อเจ้าหนูได้เล่นในสถานที่ที่โล่งกว้าง ทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวของร่างกายหลายๆ ส่วนร่วมกัน ก็ทำให้เป็นเด็กมีร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์ กว่าเด็กอนามัยที่ถูกคุณพ่อคุณแม่จับเจ่าให้อยู่แต่ในบ้านแน่นอนค่ะ
  • การเล่นช่วยพัฒนาความคิดในทางบวก (positive) เพราะในขณะที่เล่นเขาจะอารมณ์ดีร่าเริงเป็นพิเศษ คงไม่มีเด็กคนไหนเล่นไปร้องไห้ไปหรอกจริงไหมคะ และสิ่งนี้ถ้าได้รับการย้ำเชิงบวกอยู่บ่อยๆ ก็จะช่วยเสริมทัศนคติเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเล่น ให้มีความรู้สึกรักและรักษาของเล่นของตัวเองด้วย
  • การเล่นของลูกร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกันเป็นการเสริมทักษะทางด้านสังคม เป็นโอกาสได้ฝึกการปรับตัวในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น เด็กจะได้สำรวจและเรียนรู้ในแง่มุมต่างๆ รวมทั้งการแก้ปัญหาด้วย

       และนี้คือวิธีการรู้แบบ Play To Learn หรือ “เล่นเป็นเรียน” ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกมีความสุขกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์อย่างไม่มีข้อจำกัดค่ะ
4.jpg
เรื่อง : ฟ้าใส
แสดงแบบโดย ด.ช.เกียรติศักดิ์ บุญสม (น้องยูฟ่า)

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม - สิงหาคม 2563 ฉบับที่ 554