หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 1

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 1, หลบ หลีก เลี่ยง หวัด หน้าฝน


แอบดูความฝันของเบบี๋ 
(1 vote)
แอบดูความฝันของเบบี๋    
           ช่วงเดือนแรกๆ ในชีวิตของทารก แม้เราจะเห็นว่า เขานอนหลับอยู่เกือบตลอดเวลา แต่เชื่อมั้ยคะว่า ขณะหลับอยู่ เขาอาจกำลังฟังเสียงต่างๆ รอบตัว และเรียนรู้ผ่านเสียงที่ได้ยินอยู่ก็ได้ เนื่องจากมีการค้นพบว่า คลื่นสมองของทารกในขณะตื่นและหลับมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แสดงให้เห็นว่าสมองของทารกนั้นตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา 

พัฒนาการเกิดได้แม้ยามหลับ

           ไม่ใช่เพียงสมอง แต่ร่างกายของทารกก็ตื่นตัวแม้ยามหลับเช่นกัน หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าทารกวัย 10-20 สัปดาห์ จะขยับตัวไปมาระหว่างหลับทั้งกลางวันและกลางคืน โดยในช่วงกลางคืนที่คิดว่าเขาน่าจะหลับสนิทนั้นกลับพบว่าเขาเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าช่วงกลางวันเสียอีก  
นอกจากการขยับแขนขา เจ้าตัวเล็กอาจขยับปากเหมือนจะอยากดูดนม หรือแสดงท่าทางต่างๆ เช่น ขมวดคิ้ว ยิ้ม เบะปากคล้ายจะร้องไห้ การแสดงสีหน้าต่างๆ นี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังฝันดี ฝันร้าย หรือว่าหิวหรอกค่ะ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อใบหน้าของเขากำลังมีพัฒนาการแม้ว่าเจ้าตัวหลับอยู่ก็ตาม  

 

แอบดูความฝันของเบบี๋
           หากการแสดงสีหน้าท่าทางระหว่างหลับของทารกแรกเกิดไม่ได้แปลว่าเขากำลังฝัน แล้วเด็กๆ มีภาพฝันหรือไม่ เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้ใช่มั้ยคะ เราจะพาคุณๆ ไปพบคำตอบค่ะ
จากการวัดคลื่นสมองของทารก พบว่า หลังช่วง 6 เดือนแรก ที่คลื่นสมองของทารกในขณะตื่นและหลับมีลักษณะคล้ายคลึงกันนั้น คลื่นสมองของเขาขณะหลับก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยพบว่าคลื่นสมองของทารกที่กำลังฝัน มีลักษณะแบบเดียวกับคลื่นสมองของผู้ใหญ่ที่กำลังฝันเลยล่ะค่ะ ดังนั้น แม้เจ้าตัวเล็กจะยังบอกไม่ได้ว่ากำลังฝัน แต่นักวิจัยก็สรุปว่า ทารกจะเริ่มรู้จักการฝันเมื่ออายุ 6 เดือน
หลังจากหลับทั้งๆ ที่สมองตื่นในวัยทารก พออายุได้ขวบครึ่ง เด็กๆ จะเริ่มหลับสนิทแบบจริงๆ แล้วล่ะค่ะ โดยจะพบว่าคลื่นสมองขณะหลับและตื่นของพวกเขาจะมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะหลับสมองจะลดความตื่นตัวลง และเขาก็เริ่มที่จะแยกช่วงเวลากลางวัน กลางคืนออกได้แล้ว ลูกวัยนี้จึงหลับสนิทยามกลางคืนได้นานขึ้น

ภาพฝันก็มีพัฒนาการ
           แม้จะยังบอกไม่ได้ว่าภาพฝันของทารกเป็นอย่างไร แต่ความฝันของเด็กๆ จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยนักวิจัยเชื่อว่า ภาพฝันของเด็กจะชัดเจนขึ้นในวัย 3-4 ปี โดยความฝันของเขาจะมีลักษณะเหมือนภาพสไลด์ คือยังไม่ได้เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง แต่จะแสดงเป็นภาพต่างๆ ทีละภาพ
จนกระทั่งวัย 5-6 ปี ความต่อเนื่องของภาพฝันจึงเพิ่มขึ้น เรียกว่าเริ่มมีการเชื่อมโยงเรื่องราวของภาพแต่ละภาพเข้าด้วยกัน และในช่วงวัย 8-9 ปี ความฝันจะเป็นเรื่องราวที่ชัดเจนขึ้น โดยจะเริ่มฝันเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง หรือฝันในแบบที่มีตัวเองเป็นตัวเอกแล้ว

เคล็ดลับหลับฝันดี
           สำหรับพวกเด็กๆ แล้วการนอนไม่ใช่แค่การพักผ่อน เพราะ Growth Hormone ที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต จะหลั่งออกมามากที่สุดก็ในช่วงที่พวกเขาหลับ ดังนั้น เรามาสร้างสภาพแวดล้อมให้พวกเขาหลับสบายกันค่ะ
- บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของที่นอน อย่างหมอนใบที่เขาชอบ ผ้าห่มประจำตัวและของเล่นชิ้นโปรด มีส่วนช่วยให้ลูกนอนหลับสบายได้ตลอดคืน 
- หากจะนำของคู่กายยามนอนอย่างตุ๊กตาตัวโปรด หมอน หรือผ้าห่มที่เขาต้องมีเสมอยามหลับไปซัก ควรแน่ใจว่าจะแห้งทันเวลานอน ไม่อย่างนั้นล่ะก็เจ้าหนูไม่ยอมหลับง่ายๆ แน่
- การดูดนมจะช่วยให้เด็กหลับง่ายขึ้น แต่ก็ต้องระวังผลที่ตามมาก็คือเรื่องความสะอาดในช่องปาก อาจทำให้ฟันผุง่าย

แสดงแบบ : ด.ญ.มีอา ธริสรา เครน  

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 545 ประจำเดือนธันวาคม 2561-มกราคม 2562