หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 4 – 6 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 4 – 6 ปี, ทำไงดี เมื่อลูกเลียนแบบสิ่งไม่ดี


ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนให้ลูก
(1 vote)
เปิดเทอมมาได้พักนึงแล้ว แม้ในวัยอนุบาลนี้อาจยังไม่ต้องเน้นวิชาการมากนัก แต่การปลูกฝังนิสัยรักการเรียนควรเริ่มตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพราะสมองเด็กเล็กเปรียบเหมือนฟองน้ำ ได้รับอะไรจะซึมซับ นอกจากนี้ยังชอบแสวงหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ตลอดเวลา

 

ส่งเสริมลูกให้รักการเรียน
เว็บไซต์ huntingtonhelps.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนในสหรัฐอเมริกา แนะนำ วิธีสำหรับพ่อแม่ใช้ปลูกฝังนิสัยชอบเรียนหนังสือให้ลูกว่า
- ควรให้ลูกเรียนวิชาที่ให้ความรู้ตั้งแต่เล็ก เพื่อจะได้มีประสบการณ์เรียนวิชาที่ต้องใช้สมองตั้งแต่ตัวยังน้อย ทั้งนี้วิชาที่ว่าสำหรับเด็กวัยนี้ หมายถึงการต่อภาพ นับเลข วาดรูป และเล่นเกมที่ให้ความรู้ การเรียนไม่ควรหนักหรือซับซ้อนเกินไป เป้าหมายของการเรียนช่วงปฐมวัยคือ การวางรากฐานทักษะการเรียน เพื่อต่อไปลูกจะได้นำไปใช้จนประสบความสำเร็จ
- เด็กควรมีการบ้านตั้งแต่อนุบาล เพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยชอบทำการบ้านให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ควรหาพื้นที่ในบ้าน เพื่อจัดให้เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับการทำการบ้าน
- ให้ลูกรู้จักทำการบ้านเอง เพื่อต่อไปจะได้มีวินัยในการเรียนด้วยตัวเอง โดยในช่วงแรกๆ คุณพ่อคุณแม่อาจต้องช่วยบ้าง
- จัดให้มีชั้นหนังสือในบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เพราะเคยมีการสำรวจพบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่พยายามสร้างสิ่งแวดล้อมหรือประสบการณ์ในการเรียนรู้ให้เด็กอย่างสม่ำเสมอ จะปรับตัวและเรียนได้ดีกว่าเด็กที่ต้องเสาะหาประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง

สร้างนิสัยรักการเรียนด้วยการบ้าน
ขณะที่ลูกทำการบ้านหรืออ่านหนังสืออยู่ คุณแม่ควรแสดงความสนใจต่อการทำการบ้านหรือการอ่านหนังสือของเขา เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลืดก็ควรทำด้วยความเต็มใจอย่าแสดงอาการเบื่อหน่าย หรือแสดงให้ลูกเห็นว่าสิ่งที่เขาถามนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ หรือเรื่องง่ายๆ ทำไมทำไม่ได้ ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ดี และไม่กล้าถามอีก
ความกระตือรือร้นของคุณแม่จะช่วยให้เด็กสนใจเรียนมากขึ้น แต่การให้ความสนใจลูกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปจ้ำจี้จ้ำไช จนลูกขาดความเป็นตัวเอง รำคาญ เบื่อหน่าย เพียงคอยดูอยู่ห่างๆ สังเกตและพร้อมให้ความช่วยเหลือเท่านั้นก็พอแล้วล่ะค่ะ

อย่าทำให้ลูกเครียดเกินไป
แต่คำแนะนำข้างต้นก็อาจสร้างความเครียดให้ลูกได้ หากพบว่าลูกมีความเครียดจากภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเหลือค่ะ โดยอาจเริ่มจากการช่วยให้ลูกได้ผ่อนคลาย ด้วยกิจกรรมหรืองานอดิเรกสนุกๆ อย่างการวาดภาพ ระบายสี ร้องเพลง เล่นดนตรี แต่ต้องเป็นกิจกกรมที่ลูกชอบจริงๆ และทำเพื่อผ่อนคลายนะคะ ไม่ใช่ไปกดดันให้ลูกทำซะจนยิ่งเครียดหนักเข้าไปใหญ่ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อพบว่าลูกเครียด คือ ช่วยผ่อนคลายความเครียดที่ลูกอาจได้รับมาจากภายนอก เช่น พอลูกกลับจากโรงเรียน ยังไม่ควรบังคับให้เขาอ่านหนังสือหรือทำการบ้านทันที ควรใช้เวลาพูดคุยกับลูกก่อนว่าในแต่ละวันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง

แสดงแบบ : ด.ช.ธนวิชญ์ เหล่าอมรพันธุ์กุล

 

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 550