หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก จิตวิทยาลูกรัก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, จิตวิทยาลูกรัก, กฎ 3 ข้อในการควบคุมลูกให้ได้ผล, พบคุณหมอเด็ก, ทำไมลูกชอบตื่นร้องกลางดึก


ความคิดสร้างสรรค์...สร้างได้ (2)
(12 votes)
                ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการนั้นนอกจากจะจำเป็นสำหรับการเรียนรู้และการศึกษาแล้วยังจำเป็นสำหรับการทำงาน การทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างนวัตกรรมอีกด้วยครับ

ความคิดสร้างสรรค์กับการสร้างนวัตกรรม
หลอดไฟของโทมัส อัลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์ เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่จะหาวิธีการให้แสงสว่าง เอดิสันได้ทดลองใช้วัสดุต่างๆ มาทำเป็นไส้หลอดตามจินตนาการของเขา ไว้เว้นแม้แต่เส้นผมของเขาเองจนประสบความสำเร็จในที่สุด กระดาษกาวโพสอิท (Post-id) ก็เริ่มต้นจากการคิดค้นกาวชนิดใหม่ที่ติดไม่แน่น จึงดูเหมือนคุณภาพไม่ดี แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์จึงนำมันมาใช้กับกระดาษเพื่อติดตามวัสดุต่างๆ ชั่วคราว และดึงออกได้ง่าย โซนี วอล์คแมน (sony walkman) ก็เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ในการลองเอาเครื่องบันทึกเสียง มาใช้ฟังเพลง นอกจากนี้ยังมีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจ เช่นข้าวกระป๋องส่งออก  เกิดขึ้นเพราะ นักธุรกิจคนหนึ่งดูข่าวน้ำท่วมพายุเกย์ สังเกตเห็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่อยู่บนหลังคา โดยการโยนถุงข้าวสารลงไป เขาใช้จินตนาการคิดต่อว่าแล้วจะชาวบ้านจะกินอย่างไร เขาจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร จนเกิดเป็นข้าวสวยบรรจุกระป๋องพร้อมกิน นำไปผลิตเพื่อส่งออกได้ เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมีความสำคัญต่อเรามากเพียงใด
การเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในเด็กโตหรือผู้ใหญ่นั้นจะเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้อย่างมีความสุข การตั้งคำถาม (inquiry) และสมมุติฐาน (hypothesis) การค้นคว้าทดลอง (experimental) การแก้ปัญหา (problem-solving)

กระตุ้นลูกให้ลูกคิดด้วยคำถามที่น่าสนใจ
นอกจากการฝึกให้ลูกช่างคิด ช่างถามและพยายามตอบคำถามทุกคำถามของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถตั้งคำถามให้ลูกเกิดความอยากรู้อยากเห็น และอยากค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ตัวอย่างคำถามเช่น "ปลาโลมา ปลาวาฬ นอนหลับอย่างไร" คุณพ่อคุณแม่อาจให้ข้อมูลขั้นต้นว่า ปลาโลมา ปลาวาฬ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนเรา เหมือนสุนัข เหมือนแมว ย่อมต้องหายใจ โดยการสูดอากาศเข้าปอด ปลาโลมา ปลาวาฬ อยู่ในน้ำทะเล ในมหาสมุทร ก็ต้องโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจเป็นระยะๆ แล้วมันจะนอนหลับอย่างไรกันนะ เพราะเวลาเราหลับสนิท ย่อมไม่รู้สึกตัว มันนอนหลับอยู่ในน้ำ ไม่สำลักน้ำเข้าปอด ตายหรอกหรือ เป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากรู้อยากเห็นท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่าถ้าเราลองให้ลูกค้นหาข้อมูลนี้ในอินเตอร์เน็ต เช่น Google ไม่ว่าจะพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทย หรืออังกฤษ จะมีแหล่งข้อมูล และคำตอบนี้มากมาย มหาศาล เลือกเข้าไปอ่านและพูดคุยกับลูกได้ ลองใช้วิธีการตั้งคำถามให้ลูกอยากรู้อยากเห็นแบบนี้หรือลองสลับให้ลูกตั้งคำถามที่น่าสนใจเองบ้าง ก็จะเป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดความรู้ได้เป็นอย่างดีครับ

ฝึกเชื่อมโยงข้อมูล บูรณาการความรู้
ตัวอย่างเช่นใช้การวาดรูปช่วยสร้างจินตนาการในการคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์  ตัวอย่างโจทย์ "รถคันหนึ่งบรรทุกฝรั่ง 8 เข่ง หนักเข่งละ 36 กิโลกรัม และบรรทุกแตงโม อีก 1 เข่งหนัก 225 กิโลกรัม รถคันนี้ บรรทุกผลไม้ทั้งหมดกี่กิโลกรัม"
ก็ให้ลูกลองวาดภาพตามโจทย์ เป็นรูปรถบรรทุก อาจวาดรูปเข่งเป็นรูปสี่เหลี่ยม 8 รูป  เขียนน้ำหนักเป็นตัวเลข 36 ไว้บนแต่ละรูป และวาดรูปสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ อีก 1 รูป แทนเข่งแตงโม เขียนตัวเลข 225 ไว้ ก็จะช่วยให้ลูกเห็นภาพตามจินตนาการ และคิดคำนวณได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการฝึกวาดภาพ ได้ความสนุกสนานอีกด้วยครับ

 • อารมณ์ขัน
อารมณ์ขันก็เป็นความคิดสร้างสรรค์ประเภทหนึ่ง การที่คุณพ่อคุณแม่มีอารมณ์ขัน หรือลองฝึกให้ลูกเล่าเรื่องตลกแต่งนิทาน หรือวาดการ์ตูนตลกๆ ก็ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้อีกทางหนึ่งครับ

ชวนลูกทดลองแก้ไขปัญหา
            เมื่อลูกเรียนเรื่องปริมาตรที่โรงเรียนมาแล้ว ลองหาภาชนะในบ้านมาใบหนึ่ง จะเป็น ถ้วย ชาม  แจกัน หรือขวดน้ำอัดลมก็ได้ ลองชวนลูกทดลองว่าภาชนะนี้มีปริมาตรเท่าไรกัน  โดยใช้ไซริงค์ (หลอดฉีดยา) หรือถ้วยตวงขนาด 3 หรือ 5 ซีซี เพื่อตวงน้ำใส่ลงในภาชนะนั้น นอกจากจะเข้าใจเรื่องปริมาตรดีขึ้นจากการลงมือปฏิบัติแล้วเด็กยังจะได้เรียนรู้เรื่องหลักการคูณอีกด้วยครับ

ระบบการศึกษา
ระบบการศึกษาที่ดี มีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ระบบการศึกษาที่ดีควรกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความอยากที่จะเรียนรู้เอง (Stimulating Curiosity)  ใช้การตั้งคำถาม (Inquiry) เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยครูและนักเรียนจะร่วมกันตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น อยากที่จะเรียนรู้ นำไปสู่การค้นคว้าและสนุกกับการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง กระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง และมีความสุขในการเรียนรู้  นอกจากนี้ควรเน้นที่การพัฒนาองค์รวมของเด็กทั้งในห้องเรียนและในโลกกว้าง ส่งเสริมให้เด็กมีลักษณะ เป็นนักค้นคว้า (Inquirers) ใช้ความอยากรู้อยากเห็นเพื่อค้นคว้าวิจัย เรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learners) ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นนักคิด (Thinkers) มีศักยภาพในการใช้ความคิดและกล้าตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหา         กล้าเสี่ยง (Risk-Takers) มีความมั่นใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กระบวนการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ตลอดวัยเรียนของลูกหลาน  แต่น่าเสียดายนะครับที่การศึกษาไทยส่วนใหญ่ขณะนี้กลับเน้นเนื้อหาวิชาการ เน้นการท่องจำ ไม่ค่อยได้คิดเอง เน้นการสอบแข่งขัน เด็กหลายคนจึงถูกเร่งเรียนเกินระดับ  ต้องเรียนพิเศษกวดวิชามากๆ จึงไม่ค่อยได้เรียนรู้อย่างมีความสุขและได้ใช้จินตนาการมากนัก

                เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ยังมีรายละเอียดอีกมาก จะเขียนต่อเป็นตอนที่ 3 ก็คงจะมากเกินไป คงต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของคุณพ่อคุณแม่เองในการหาวิธีเสริมสร้าง ตลอดจนช่วยกันพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และระบบการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งครับ

                                                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ
น.พ.กมล แสงทองศรีกมล
กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

ลองใช้วิธีการตั้งคำถามให้ลูกอยากรู้อยากเห็น หรือลองสลับให้ลูกตั้งคำถามที่น่าสนใจเองบ้าง ก็จะเป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และต่อยอดความรู้ได้เป็นอย่างดี

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ 2563 - มีนาคม 2563 (ราย 2 เดือน) ฉบับที่ 552