หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 1

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 1, หลบ หลีก เลี่ยง หวัด หน้าฝน


พรีโฮมสคูลเจ๋งๆ หนูก็เก่งได้
(7 votes)
U1.jpgเอาละเอ๋ย...เมื่อจอมแสบที่บ้านเริ่มถึงวัยเข้าโรงเรียน ทีนี้ล่ะค่ะ ความวิตกกังวลต่างๆ นานาเริ่มสุมเข้ามาในหัวใจจริงไหมคะ บ้างก็กลัวว่า ลูกสุดเลิฟจะป่วยบ๊อยบ่อย เพราะติดจากเพื่อน อันนี้คอนเฟิร์มค่ะ..เพราะลูกเดี๋ยนก็เป็นเหมือนกัน บ้างก็กลัวว่า ถูกเพื่อนตัวโต๊โตรังแก ทำเอาลูกน้อยเสียเซลฟ์ เฮ้อ..บ้างก็กลัวว่า คุณครูจะสอนได้ไม่ทั่วถึง เพราะห้องเรียนมีจำนวนลิง เอ๊ย..ไม่ใช่!! จำนวนนักเรียนตัวน้อยๆ มากเกินไปนั่นเอง             ทีนี้ล่ะค่ะ ทำอย่างไรดี ไม่ส่งเข้าเรียนก็กลัวลูกไม่มีสังคมอีกล่ะ แหม..เกิดเป็นพ่อแม่ที ลำบากจังหนอ รู้งี้...อยู่เป็นโสดสบายกว่ากันเยอะ อิ อิ ก็ว่ากันไป แต่จะอดใจไม่ให้เป็นห่วงเป็นใยเสียมิได้ แหม...ก็ปั้นมากับมือจริงไหม ออกจะน่ารักน่าชังขนาดนั้น ซึ่งว่ากันจริงๆ แล้ว ก็มีการเรียนที่บ้านแบบโฮมสคูล (Home School) ที่ฮิตเหลือเกินในต่างประเทศ แต่สำหรับบ้านเรายังมีความคิดที่แตกแยกกันพอสมควร

รู้ไว้ใช่ว่า โฮมสคูล (Home School)5.jpg
เป็นแนวคิดและรูปแบบการศึกษาแนวใหม่ เกิดขึ้นครั้งแรกก็ทางฝั่งโลกตะวันตกเขาน่ะ ก็พบมากก็พวกอเมริกา อังกฤษ ใน1.jpgปัจจุบันพบว่า มีเด็กอเมริกันเรียนที่บ้านมากกว่า 7 ล้านกว่าคน
ถ้าพูดถึงบ้านเรามีจัดการศึกษาให้ลูกด้วยตัวเองมาแล้วหลายสิบปี โดยร่างกฎกระทรวงเป็น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติตั้งแต่ปี 2542  จากข้อมูลสมาคมบ้านเรียนไทย (องค์กรหลักที่ประสานงานโฮมสกูล) ระบุตัวเลขพบว่า มีครอบครัวที่จัดการศึกษาเองอยู่ทั่วประเทศกว่าร้อยครอบครัวจาก 2 ปีก่อนที่มีอยู่ 78 ครอบครัว แต่มีอยู่เพียง 43 ครอบครัวเท่านั้นที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเขตทั่วประเทศ  แต่อนาคตมีแนวโน้มเพิ่มจากเดิมเกือบ 2 เท่าตัว
โดยการศึกษารูปแบบนี้ มีอยู่หลายวิธีเหมือนกันค่ะ แต่ที่แน่ๆ จะมีการวัดผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา โดยมีการประเมินผลจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานที่ดูแลโดยตรง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แล้วจึงจะได้รับหนังสือรับรองการจบการศึกษา

โรงเรียน + บ้าน = โฮมสคูล
            ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยค่ะ ที่โฮมสคูลยังเข้ากับสภาพสังคมไทยได้ยาก เพราะติดปัญหาจุกจิกหลายอย่าง ทั้งภาครัฐไม่เอื้ออำนวย คนส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจ ความไม่สะดวกในการลงทะเบียน พื้นฐานโดยเฉลี่ยของคนไทย ทั้งการศึกษาที่ไม่สูง รายได้เฉลี่ยที่ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษารูปแบบนี้เท่าที่ควร
แต่จริงๆ แล้วการทำโฮมสคูลก็ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจบการศึกษาสูงลิบลิ่วขนาดด็อกเตอร์ หรืออยู่ในชนชั้นสูงแบบพวกไฮโซไฮซ้อ คำตอบนี้ไม่ยากขอเพียงให้มีความพร้อมทั้งสถานะทางเศรษฐกิจ สังคมที่เพียงพอ และการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมตอนปลายหรือเทียบเท่า เว้นแต่ได้รับการประเมินว่าเป็นผู้มีความสามารถใน2.jpgการจัดการศึกษา ก็ทำได้ค่ะ

โฮมสคูล (Home School) ก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่
ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่คงต้องถามความสมัครใจของเจ้าตัวก่อน แหม...ประเทศเราประชาธิปไตยนี่คะ ว่าเขาสนใจจะเรียนโฮมสคูลกับเราไหม?  ถ้ายังก็คงต้องให้เข้าไปเรียนรู้กับการศึกษาในระบบก่อน ถ้ามีความสุขกับการเรียนในโรงเรียนก็จะสนับสนุนให้เรียนต่อไป แต่ถ้าเค้ารู้สึกว่าเรียนในโรงเรียนแล้วไม่สนุก ไม่มีความสุข โฮมสคูลก็น่าจะเป็นทางเลือกแรกในการเรียนรู้ร่วมกันของครอบครัวได้ค่ะ
อาจลองประยุกต์โดยมีข้อตกลงร่วมกับทางโรงเรียนทางใดทางหนึ่งก็ได้ เช่น สัปดาห์หนึ่งเรียนในโรงเรียน 3 วัน ที่เหลือเรียนกับพ่อแม่ที่บ้าน หรืออาจจะรวมกลุ่มกันหลายครอบครัวเพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันก็ได้
รูปแบบ โฮมสคูล (Home School) มีข้อได้เปรียบอย่างไร

  • มีความเอาใจใส่ต่อพัฒนาการชีวิตของเด็กมากกว่าโรงเรียนในระบบ ทำให้เกิดความผูกพันอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูกแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
  • ถ้าเด็กมีความสนใจในความรู้ด้านใดด้านหนึ่งแล้ว โฮมสคูลจึงคำตอบของการเรียนรู้แบบลุ่มลึก กระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากที่จะเรียนรู้อย่างจริงจัง
  • เด็กได้รับการปฏิบัติในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและสิทธิเสรีภาพของตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนใด "ตีตรา" ลูกว่าเป็น "เด็กเรียนช้า" หรือ "เ4.jpgด็กมีปัญหา" เหมือนในโรงเรียน
  • รูปแบบโฮมสคูลไม่มีโครงสร้างตายตัว แต่เน้นความหลากหลาย ทำให้ลูกเรียนรู้คู่ไปกับการสัมผัสชีวิต นั่นก็คือเป็นไปตามธรรมชาติของวิถีชีวิตในแต่ละครอบครัวในแต่ละวันนั่นเอง
  • ไม่ต้องเสียเวลาตื่นตอนเช้า เพื่อไปให้ทันโรงเรียน หรือเวลากลับบ้านจากโรงเรียน ทำให้มีเวลาทำกิจกรรมมากขึ้น และมีสุขภาพจิตดีขึ้น จากการจราจรติดขัดเพราะโรงเรียนอยู่ไกลจากบ้าน

กลัวลูกไม่มีสังคม
คงมีคำถามคำโต กลัวว่า เด็กที่เรียนโฮมสคูลที่บ้านจะขาดทักษะการเข้าสังคม แต่แท้ที่จริงแล้วไม่น่าเป็นเรื่องหวั่นใจเลยค่ะ กลับเป็นสิ่งดีด้วยซ้ำ เพราะว่าบางทีเด็กที่เรียนในระบบโรงเรียน บางคนก็ปฏิเสธสังคม ไม่ค่อยมีเพื่อน ชอบอยู่คนเดียวก็มีให้เห็นบ่อยๆ ในสังคมบ้านเรา แต่ในขณะที่เด็กหลายๆ คนที่เรียนโฮมสคูลกลับมีเพื่อนที่หลากหลายวัยมากกว่าจากการเรียนรู้จากสังคมจริงรอบๆ ตัวนั่นเองค่ะ

ข้อควรคำนึงของการเรียนโฮมสคูล
คุณพ่อคุณแม่ควรต้องศึกษารายละเอียดให้ลึกซึ้งก่อนค่ะ โดยผู้เชี่ยวชาญต่างให้คำแนะนำว่า ช่วงวัยที่มีความเหมาะสมของการศึกษาแบบโฮมสคูลคือ ช่วงวัยก่อนเข้าชั้นประถม รูปแบบของการจัดการศึกษาควรเป็นเพียงการฝึกฝนทักษะต่างๆ ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และนิสัยต่างๆ เพราะเป็นช่วงที่ 5 Q ทั้ง IQ (ความฉลาดทางสติปัญญา) , EQ(ความฉลาดทางอารมณ์) , AQ(ความสามารถในการแก้ปัญหา) , MQ(จริยธรรม) , SQ(ทักษะทางสังคม) กำลังเพาะพันธุ์ ฝังรากลงในจิตใจของลูกๆ นั่นเองค่ะ

เรื่อง : จันทร์เจ้าขา
3.jpg
















แสดงแบบโดย ด.ช.จอมยุทธ์ เหล่าเจริญพรกุล (น้องนินจา) , คุณแม่จอย - จัสมิน

Related items

ความเห็น (3)Add Comment
0
Na
พฤศจิกายน 19, 2014
180.74.169.239
Votes: +0
...

ขอบคุณสำหรับข้อมูล

0
asia clinton & mummy
ธันวาคม 14, 2009
125.24.132.97
Votes: +0
...

smilies/smiley.gifsmilies/wink.gifsmilies/cheesy.gifsmilies/grin.gif great idea but difficult to do .

0
แม่ปลา กับ น้องรีโมท
สิงหาคม 17, 2009
58.10.9.166
Votes: +0
...

ดีค่ะ ถ้าทำได้ แต่พ่อแม่ ที่ทำงานนอกบ้าน คงไม่มีเวลาแน่
แต่เด็ก มักเชื่อฟัง ครู มากกว่า พ่อ-แม่ หรือดื้อกับ พ่อ-แม่ (คือมักไม่ทำตามsmilies/wink.gif

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม - สิงหาคม 2563 ฉบับที่ 554