นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - ฝึกแยกกลางวัน - กลางคืน ช่วยพัฒนาการหนูเกินวัย
หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง แรกเกิด – 3 เดือน

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, แรกเกิด – 3 เดือน, ฟูมฟัก ลูกคลอดก่อนกำหนด


ฝึกแยกกลางวัน - กลางคืน ช่วยพัฒนาการหนูเกินวัย
(1 vote)
U1.jpgหลังจากที่รอคอยมานาน 9 เดือน ในที่สุด เบบี๋ก็คลอดออกมาลืมตาดูโลกเรียบร้อยแล้ว แต่เอ…แล้วทำไมหนูเอาแต่หลับนะ บางทีก็ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลาเลย แม่ชักสงสัยแล้วซิ...
คุณแม่มือใหม่เมื่อแรกคลอดเพียงไม่นาน คงทุ่มเทกับการเลี้ยงดูลูกได้เต็มที่และดีที่สุด ฉะนั้นเรื่องการอดหลับอดนอนในเวลากลางคืนคงเป็นเรื่องชิวๆ ตามภาษาคนกำลังเห่อลูก แต่นานๆ เข้าเมื่อหนูน้อยย่างเข้าสู่วัย 2 - 3 เดือนแล้ว การที่ลูกน้อยมักตื่นนอนทุก 2 - 3 โมง เริ่มจะเป็นงานที่หนักอึ้งแล้วใช่ไหมคะ บางครั้งคุณแม่อาจเริ่มแกล้งตาย อิ อิ แกล้งหลับน่ะค่า...เพื่อหวังว่า สามีสุดเลิฟจะแสดงสปิริตลุกขึ้นไปป้อนนมลูกแทนซะบ้าง

หนูยังแยกกลางวันกับกลางคืนไม่ออกเลยค่า ..
กลางวันและกลางคืนสำหรับเบบี๋แรกเกิดแทบจะไม่แตกต่างกันเลยค่ะ หากต้องการให้ลูกน้อยบ่มเพาะนิสัยนอนหลับสั้นๆ ช่วงกลางวัน และนอนหลับยาวในช่วงกลางคืนแล้ว เราสามารถเริ่มต้นกิจวัตรเพื่อสอนให้ลูกน้อยเข้านอนได้ตั้งแต่อายุ 6 - 8 สัปดาห์ ซึ่งการฝึกนิสัยที่ดีในการเข้านอนจะช่วยให้อีกหลายๆ เดือนต่อมา เมื่อลูกน้อยย่างเข้าสู่วัย 6 เดือนก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น ที่เขาสามารถนอนหลับสนิทได้ตลอดช่วงกลางคืน
 ฝึกแยกความแตกต่างระหว่าง กลางวันกับกลางคืน
โดยจัดสภาพแวดล้อมตอนกลางวันให้เจิดจ้า สว่างไสว มีเสียงและตื่_DSC9840.jpgstories005.jpgนเต้นบ้าง แม้ในช่วงที่นอนกลางวัน อย่าพยายามปิดกั้นโลกภายนอก และไม่ต้องเป็นกังวลว่า ทุกอย่างต้องเงียบกริบเหมือนป่าช้า ขณะที่ลูกน้อยมีความต้องการเวลานอนสั้นๆ ตลอดทั้งวัน แต่ไม่ควรปล่อยให้การนอนหลับแต่ละครั้งเกิน 2 ชั่วโมงค่ะ และเมื่อถึงเวลาเข้านอนตอนกลางคืน สภาพแวดล้อมห้องนอนต้องมืด อาจเปิดไฟหัวเตียงแทนไฟกลางห้อง และบรรยากาศต้องเงียบสงบ อาจปิดผ้าม่านเพื่อลดเสียงรบกวนจากทั่วบริเวณบ้านให้เบาที่สุด
กิจวัตรก่อนเข้านอน...ช่วยฝึกหนูได้อีกทาง
กิจวัตรก่อนเข้านอนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่สามารถช่วยฝึกให้เบบี๋แยกกลางวันและกลางคืนได้ค่ะ แต่ควรทำเป็นประจำและสม่ำเสมอ เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำอุ่น โดยคุณแม่อาจเล่นสนุกกับลูกน้อย หรือนวดเบาๆ ทั่วร่างกายด้วยก็ได้ เพื่อเป็นการออกกำลังกายและผ่อนคลายสักเล็กน้อย จากนั้นก็ให้สวมเสื้อผ้าเนื้อนิ่มใส่สบายๆ  ก่อนจะพาไปห้องนอนแสนอบอุ่น
บรรยากาศในห้องนอนควรหรี่ไฟให้ดูโรแมนติคสักหน่อยค่ะ...พร้อมอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนและให้นมเป็นมื้อสุดท้ายของวัน ร้องเพลงกล่อมเบาๆ หรือเล่านิทานแสนสนุกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลให้ฟังตามไปด้วย เป็นการปิดท้ายก่อนนอน ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้ จะทำให้ลูกน้อยจดจำโดยอัตโนมัติเลยว่า สิ้นสุดในเวลากลางวันแล้ว และกำลังเริ่มต้นช่วงเวลากลางคืนแล้วค่ะ

นอนช่วงหลับฝันได้ดี...กระตุ้นสมองหนูฉลาดได้
บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เผยผลการวิจัยเรื่องพฤติกรรมการนอนของทารกอายุ 0 - 3 ขวบ จำนวน 1,000 คนในประเทศต่างๆ พบว่า การนอนช่วงหลับฝันดีที่สุดสำหรับทารก เพราะร่างกายหลั่งสารกระตุ้นเซลล์สมองได้เต็มที่ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต โดยผู้เชี่ยวชาญแนะปัจจัยที่ช่วยให้ทารกเข้าสู่ช่วงหลับฝันได้ดีขึ้นว่า ควรฝึกให้นอนเป็นเวลา โดยทำกิจกรรมก่อนนอนสม่ำเสมอจนเป็นกิจวัตร เช่น อาบน้ำ นวดสัมผัส และสร้างบรรยากาศก่อนนอน เช่น อ่านนิทาน ฟังเพลงหรือกล่อมเบาๆ จะช่วยให้หลับสนิทจนเข้าสู่ช่วงหลับฝันได้นานขึ้น

 แสดงแบบ  ด.ญ.ณภัส เจนจบเขต (น้องอิน)

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561