หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 1 – 3 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 1 – 3 ปี, ถนัดซ้าย ต้องแก้ไข จริงหรือ?


เทคนิคพิชิตความอาย เมื่อลูกต้องออกงาน
(0 votes)
xFrame.jpg            เคยไหมคะ...เมื่ออยู่ที่บ้าน ลูกเลิฟมีนิสัยน่ารัก และกล้าแสดงออก แต่เมื่อออกไปพบปะผู้คนข้างนอกกลับชอบหลบแต่อยู่หลังคุณพ่อคุณแม่ กลายเป็นเด็กที่เหนียมอาย ไม่ช่างพูดช่างเจรจา กล้าแสดงออกเหมือนตามเคย สิ่งเหล่านี้ก็สร้างความกังวลเล็กน้อยให้คุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน             เด็กในวัย 2 -3 ปี ถือว่า เป็นเรื่องปกติค่ะ เขาจะไม่ค่อยกล้าแสดงออก เมื่ออยู่ในกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย ก็จะมีอาการเขินอาย จนถึงอายุประมาณ 6 ขวบ นู่นล่ะ...ที่เจ้าหนูของเราจะมีวิทยายุทธแกร่งกล้าพอ และมีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออกมากขึ้น แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เด็กอีกจำนวนหนึ่ง ที่จะติดเชื้อขี้อายต่อไปจนถึงวัยหนุ่มสาวกันเลย แต่เรื่องราวเหล่านี้ เราสามารถเสริมวัคซีนเด็ดๆ สร้างภูมิคุ้มกันความเชื่อมั่นให้แข็งแกร่งได๊ค่า...เริ่มตั้งแต่บัดนาวเลย
  • ความเข้าใจสำคัญที่สุด    บางครั้งเจ้าความเหนียมอายของลูกน้อยเมื่อเวลาอยู่นอกบ้าน ยิ่งถ้าได้เห็นลูก_DSC8858.jpgคนอื่นๆ แหม...ทำไม ช่างกล้าแสดงออกอะไรเช่นนี้ แต่ทำไมเอ๊ะ...ลูกจ๋า เก๊าะอยู่แต่หลังแม่เหมือนตุ๊กแกเลยน่ะ ก็สร้างอารมณ์ฉุนปรี๊ดทั้งท่าทาง หรือคำพูดไม่พอใจแก่ลูกอย่างไม่ตั้งใจได้เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้หนูน้อยเกิดความเครียดมากขึ้น และจะยิ่งถอยห่างจากคนอื่นๆ ไปอีก ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับว่า อาการขี้อายเป็นเรื่องธรรมดา พยายามให้กำลังใจและทำให้ลูกรู้สึกว่า คุณเข้าใจเขาและคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ
  • คำพูดบั่นทอนจิตใจ     เด็กทุกคนค่ะ ชอบที่จะให้ผู้ใหญ่ชื่นชม ยิ่งคำชมของคุณพ่อคุณแม่ด้วยแล้ว เป็นวัคซีนขนานใหญ่ทีเดียว แต่ตรงกันข้ามกับคำพูดทำร้ายจิตใจเขาต่อหน้าผู้อื่น เช่น “หนูทำไมขี้อายจัง สู้น้องคนโน้น...คนนั้นก็ไม่ได้” , “แม่รู้สึกผิดหวัง หนูไม่เห็นเก่งเหมือนอยู่ที่บ้านเลย” และคอยบังคับให้เขาทำโน่นทำนี่ ทั้งที่เขาไม่อยากทำหรือยังไม่พร้อม สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำร้ายความรู้สึกที่ดี และการนับถือตนเองของเด็ก (self-esteem) ทำให้ปัญหาขี้อายยิ่งแย่ลงไปอีก
  • ชนะความขี้อายด้วยตนเอง     ความล้มเหลวเหมือนดังบทเรียนล้ำค่า และจะยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไปในคราวหน้า คุณพ่อคุณแม่ควรให้โอกาสลูกน้อยพยายามเอาชนะความขี้อายด้วยตนเอง โดยการเตรียมลู่ทางให้เขาบ้าง ด้วยการชักชวนเด็กคนอื่นมาทำกิจกรรมกันที่บ้าน หรือหากิจกรรมนอกบ้านให้ได้แสดงออกสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ ลูกน้อยจะได้ฝึกฝนทักษะผ่านการเล่นและมีปฏิสัมพันธ์กัน (social skills) ให้มีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น
  • บทบาทตัวละครสมมุต    มีหลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้ผลมากคือ การเล่นบทบาทสมมติ (roleplaying) ด้วยการกำหนดบทบาทตัวละครให้ลูกเล่น ทั้งเป็นเด็กขี้อาย เด็กขี้กลัว หรือเด็กขี้โมโห ด้วยการลองถามเขาว่า ตุ๊กตาตัวนี้เป็นเด็กขี้อาย เมื่อพบสถานการณ์เช่นนี้ควรทำตัวอย่างไร และพยายามสอดแทรกแนวทางแก้ปัญหาให้แก่เขา สร้างความรู้สึกดีแก่เขาว่า ท้ายที่สุดแล้ว ตุ๊กตาจอมขี้อายตัวนั้น ก็ได้รับการยอมรับจากเพื่อนuntitled.jpgและเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน
เตรียมเจ้าหนู...อย่างมืออาชีพ
เมื่อลูกได้ออกงานใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการเล่าถึงลักษณะงานและเรื่องต่างๆ ที่ลูกจะต้องทำ เพื่อเป็นการซักซ้อมไม่ให้เกิดความตื่นเต้นเมื่อถึงวันงาน และเมื่อถึงวันงานก็ควรพาจอมขี้อายไปยังสถานที่นั้นก่อนถึงเวลางานสักเล็กน้อย และพาทัวร์ให้ทั่วๆ ก่อน เพื่อให้รู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่และบรรยากาศที่กำลังดำเนินไป และควรปล่อยให้ลูกพบปะพูดคุยหรือมีเวลาได้อยู่กับผู้อื่นบ้าง เพื่อให้ลูกรู้สึกจะได้อยู่กับคนที่เขามั่นใจ และปลอดภัยด้วย

แสดงแบบ ด.ญ.ศิริจรรยา ขจรกิตติฤทธิ์ (น้องแพนเค้ก)

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561