นิตยสาร M&C แม่และเด็ก - 5 ทิปเด็ด ความจำของหนูก็สุดยอดได้
หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 9 – 12 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 9 – 12 ปี, ฝันร้าย ปัญหาที่ต้องคลี่คลาย


5 ทิปเด็ด ความจำของหนูก็สุดยอดได้
(1 vote)
I1.jpgคุณพ่อคุณแม่หลายคนต่างก็ใฝ่ฝันอยากเห็นลูกเลิฟเป็นเด็กฉลาด เก่งหาตัวจับยาก ซึ่งดูได้จากสมัยนี้ต่างก็ส่งลูกแข่งประกวดเรียนพิเศษกันจ้าละหวั่น ทำให้สำนักกวดวิชาผุดเป็นดอกเห็ดเลยทีเดียว และหากผลการเรียนของเจ้าหนูเทอมไหนออกมาเกรดดีๆ ล่ะก็ คงยิ้มแก้มปริไปหลายวัน ก็นะ...ลงทุนลงแรงไปเยอะขนาดนั้น ก็ต้องแอบหวังไว้บ้าง วันนี้เรามีเคล็ดเสริมความจำของลูกเลิฟให้ดียิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ
  1. ฝึกหายใจลึกๆ การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ค่ะ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ควรฝึกให้เจ้าหนูนั่งหลังตรง และ_DSC8740.jpgหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20% ทำบ่อยๆ เพราะสมองใช้ออกชิเจน 20 - 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
  2. ผลไม้เพิ่มความจำ การกินผลไม้มากขึ้น เป็นเรื่องฉลาดเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุว่า ผลไม้มีส่วนช่วยส่งเสริมความจำและความสามารถในการเรียนรู้ของมนุษย์ด้วยค่ะ  ผลไม้เป็นเชื้อเพลิงสมองที่ควรเลือกให้ลูกกิน โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีม่วง น้ำเงิน แดงเข้ม และดำ เช่น แอปเปิ้ล องุ่นม่วง ลูกเบอร์รี่ ล้วนแต่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสมองทั้งสิ้น
  3. กระตุ้นวงจรใหม่ให้สมอง ด้วยการใช้มือข้างที่ไม่ถนัดทำกิจวัตรประจำวันบ่อยๆ  แต่เน้นไปที่กิจวัตรที่ง่ายๆ และไม่เป็นอันตราย เช่น ปกติแปรงฟันด้วยมือขวาก็เปลี่ยนมาใช้มือซ้าย หรือ รูดซิปด้วยมือซ้ายก็เปลี่ยนมาใช้มือขวาแทน สมองจะรู้ว่าใช้มือผิดข้างเนื่องจากข้อมูลทางประสาทและการเคลื่อนไหวจากมือข้างนั้น ความสับสนเช่นนี้จะกระตุ้นให้เกิดวงจรใหม่ในสมอง เพราะสมองพยายามที่จะจัดการกับกิจกรรมใหม่ตามข้อมูลที่ได้มา
  4. ออกกำลังกายฟิตสมอง ปกติสมองมีน้ำหนักแค่ 2 - 3 % ของน้ำหนักตัว แต่มีเซลล์สมองกว่าแสนล้านล้านเซลล์ และต้องใช้พลังงานอยู่เสมอ การได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ จะเสมือนเป็นการฝึกให้สมองอดทนต่อความเครียด โดยเฉพาะในเด็กจะช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น
  5. อาหารเช้าแหล่งพลังงาน  ไม่เฉพาะแค่เด็ก แต่ก็มีความสำคัญกับทุกเพศทุกวัยจากการเปรียบเทียบของผู้ที่ได้กินอาหารเช้าและผู้ที่ไม่ได้กินพบว่า ผู้ที่ไม่ได้กินอาหารเช้าจะรู้สึกหงุดหงิด ง่าย และขาดสมาธิ เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับกลูโคสเป็นเวลานาน เพราะอาหารเช้าจะให้พลังงานที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะสมองต้องการกลูโคสจากอาหาร การกินอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายมีศักยภาพในการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

    นึกอะไรไม่ออก...กลอกลูกตาช่วยความจำดีขึ้น
    จากงานวิจัยของ ดร.แอนดรูว์ ปาร์คเกอร์ และทีมนักวิจัยของ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโปลิแตน ศึกษาพบว่า การกลอกลูกตาไปมาอาจช่วยให้ความจำดีขึ้นมาได้ 10 % เพราะช่วยให้สมองทั้ง 2 ซีกประสานงานกันดีขึ้นกว่าเดิม โดยคณะนักวิจัยได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างนักศึกษา 102 คน ด้วยการให้ฟังเสียงอัดรายการข้อความ 15 คำ แล้วแจกรายชื่อถ้อยคำให้ทบทวนว่า คำไหนตรงกับที่ได้ยิน ปรากฏว่า นักศึกษาผู้ที่ใช้เทคนิคการกลอกลูกตา ทำคะแนนดีกว่าเพื่อนที่ไม่ได้ยักคิ้วหลิ่วตาอะไรเลยถึง 15 %

แสดงแบบ ด.ช.นพธเนศ ช่วงถึก (น้องแฮม)

 

Related items

ความเห็น (1)Add Comment
0
น้องบอส
ตุลาคม 05, 2009
125.24.139.242
Votes: +1
...

smilies/grin.gifsmilies/grin.gif ขอบคุณข้อมูลดีดีครับผมsmilies/grin.gifsmilies/grin.gif

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561