หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 9 – 12 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 9 – 12 ปี, ฝันร้าย ปัญหาที่ต้องคลี่คลาย


ลูกสาวเป็นทอมบอย...ซ่อมได้
(12 votes)
_DSC9257.JPGคำถามน่าฉงนของคนที่มีลูกสาวเข้าสู่วัยแรกรุ่น แล้วนิสัยกระโดกกระเดกเหมือนทอมบอย
ก็แหม...คนเป็นแม่เช่นเรา ก็อยากเห็นลูกแอ๊บแบ๊วน่ารักๆ เป็นผู้หญิ้งผู้หญิงบ้าง
แต่นี่ซิ...ตั้งแต่เจ้าตัวจำความได้ ไม่เคยสนใจตุ๊กตา หรือเล่นแบบผู้หญิง อีกทั้งเครื่องสำอาง รองเท้าส้นสูงก็ไม่เคยหยิบจับ หรือลากมาใส่เล่นให้คุณแม่ปลื้มเลยค่า
แต่เจ้าตัวดั๊นชอบแต่งตัวเหมือนผู้ชาย นิสัยก็ห้าวๆ อยู่โรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะเล่นแต่เพื่อนผู้ชาย เฮ้อ...ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม กลัวลูกสุดเลิฟโตขึ้นจะหันมานิยมดนตรีไทยจริงๆ เลย
เจ้าฮอร์โมนตัวเดียว
คณะศึกษาของมหาวิทยาลัยซิตี้ กรุงลอนดอน ศึกษาพบว่า ถ้าระหว่างตั้งท้องคุณแม่ที่มีระดับฮอร์โมนเพศชาย “เทสโทสเตอโรน" สูงเกินไป หากได้ลูกสาว อาจมีแนวโน้มสนใจเรื่องลุยๆ เช่นผู้ชายตั้งแต่เด็กๆ แต่ถ้าระดับฮอร์โมนต่ำ ก็จะได้ลูกสาวเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย
กลับกันถ้าระหว่างคุณแม่ตั้งท้อง แล้วมีปริมาณของฮอร์โมนเพศชายสูง หากให้กำเนิดลูกชายแล้ว ก็จะไม่มีผลประการใดเจ้าค่ะ เพราะในตัวลูกก็มีฮอร์โมนเพศชายมากอยู่แล้ว นอกจากนั้น อิทธิพลของสังคมก็คอยบังคับให้เด็กผู้ชายต้องแสดงบทบาทตามเพศของตนเองอยู่แล้ว
สิ่งแวดล้อมช่วยกระตุ้น
            อย่างไรก็ดีค่ะ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ปริมาณของฮอร์โมนไม่ได้เป็นตัวกำหนดอย่างเดียว หากแต่สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญ เพราะเด็กหญิงที่มีนิสัยห้าวเหล่านี้มีแนวโน้มจะมีพี่ชาย และพ่อแม่ที่มีพฤติกรรมเป็นผู้ชายสูง ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเติบโตของพวกเขา
รวมทั้งความรู้สึกฝังใจ ถ้ากรณีเด็กขาดพ่อตั้งแต่เล็ก ผู้เป็นแม่อาจปลูกฝังความคิดเรื่องพ่อและเพศชายในทางไม่ดี ทำให้เด็กไม่สามารถแยกแยะได้ จึงเกิดการจำฝังใจและเกลียดเพศตรงข้าม เป็นอีกปัจจัยที่พบมากในสังคมปัจจุบัน
เลี้ยงอย่างไร ไม่ให้เป็นทอมบอย

  1. แม่เป็นต้นแบบผู้หญิงที่ดี มีเวลาและให้ความใกล้ชิด มีกิจกรรมทำร่วมกัน เช่น ทำอาหาร งานบ้านงานเรือน เป็นต้น
  2. หัดให้แต่งหน้า นุ่งกระโปรง ใส่รองเท้าสไตล์ผู้หญิง รวมทั้งให้ทำงานที่ละเอียดใช้ความนุ่มนวล แสดงความอ่อนหวานแบบผู้หญิงค่ะ
  3. เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้เต็มที่ค่ะ แต่เมื่อลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พยายามเบี่ยงความสนใจให้ทำสิ่งที่ถูกต้องตามเพศ แต่ห้ามใช้วิธีข่มขู่ให้กลัวเด็ดขาด อาจทำให้ต่อต้านภายหลังได้ อาจใช้วิธีกล่าวชมบ่อยๆ หรือเสริมแรงด้วยรางวัลเล็กน้อย เมื่อลูกทำสิ่งที่ถูกที่ควรค่ะ
  4.  ปลูกฝังความคิดที่ดีตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ครอบครัวจะขาดผู้เป็นพ่อ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร โดยอธิบายให้เขาเข้าใจในทางถูกต้อง ไม่สร้างทัศนคติให้เกลียดผู้ชาย
  5. ให้ลูกทำกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิง เช่น ดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมที่หลากหลายให้เขาได้รู้จักช่วยเหลือตัวเองเยอะๆ

873.jpg

จากรายงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าในช่วงศตวรรษที่ 19 (ค.ศ.1801 -1900) มีผู้ที่เป็นเพศที่ 3 เพียงร้อยละ 1 แต่ปัจจุบันมีถึงร้อยละ 15 ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยภายใน เช่น กรรมพันธุ์ โครโมโซม การคลอดผิดปกติและมีอวัยวะเพศกำกวม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือปัจจัยภายนอก พบว่า ลูกที่เป็นทอมหรือดี้ มักเกิดจากการมีแม่ที่ดุดัน หรือไม่มีแม่ ซึ่งช่วงอายุแรกเกิดถึง 6 ปี ถือเป็นช่วงอายุสำคัญที่พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด

แสดงแบบ ด.ญ.รุจาภา วงศ์รัตน์ (น้องแพรว)

Related items

ความเห็น (1)Add Comment
0
เม
กันยายน 27, 2010
77.201.12.125
Votes: +0
...

smilies/cry.gifเป็นแม่อีกตนค่ะที่เครียดเรื่องนี้มาก ยอมรับค่ะว่าไม่มีเวลาไห้ลูกเลย
และเขาก็มีแต่คุณย่าและญาติที่เป็นเด็กผู้ชาย ตอนนี้กลัวมากค่ะเพราะสังคมเมืองไทย ยังยอมรับยาก กลัวที่สุดลูกจะโดนทำร้ายค่ะ

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561