หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คลินิกหมอสูติ

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิกหมอสูติ, เส้นเลือดขอดสร้างปัญหาให้แม่ท้องคลินิกหมอสูติ, พ.ญ.ปาริชาติ ธนะสิทธิชัย, เส้นเลือดขอดสร้างปัญหาให้แม่ท้อง, คลินิกหมอสูติ


เจ็บที่ข้อมือ...คนท้องเป็นกันไหม
(12 votes)

ตั้งแต่ตั้งครรภ์มานี้ มีอาการคันบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนนอน แต่ไม่มีตุ่มหรือผื่นนะคะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า ก็เลยอาบน้ำบ่อยขึ้น แต่ก็ยังคันอยู่นะคะ เหมือนๆ กับถูกแมลงกัดนั่นล่ะคะ ยุบยิบไปหมด ไม่รู้ว่าจะบ่นหรือปรึกษาคุณหมอดี เพราะสามีก็ว่าบ่อยๆ ว่าคันอะไรนักหนา แต่คนมันคันจริงๆ นี่คะ คุณหมอว่าหลังคลอดแล้ว อาการคันดังกล่าวจะหายไปเองไหมคะ
“ที่คุณแม่รู้สึกคันมาก ต้องถามก่อนว่าคันจากอะไร จากแมลงกัดต่อยหรือไม่ เพราะบางคนอาศัยอยู่ในชุมชนหรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง อาจมีแมลงตัวเล็กๆ กัดตอนนอนก็ได้ แต่ถ้าอาการคันดังกล่าว ไม่ได้ตุ่มหรือผื่นคัน ก็น่าจะมาจากการที่ผิวหนังของคุณแม่มีการแห้งลง หรือพูดง่ายๆ มาจากการที่ฮอร์โมนของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง ซึ่งจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวหนังลดลง และถ้าแม่ไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิว หรืออาบน้ำบ่อยๆ อาบน้ำอุ่น หรืออยู่ในที่อากาศอบอ้าว ผิวหนังของคุณแม่ก็จะแห้งลงมาก โดยเฉพาะเมื่อร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื้อหนังของคุณแม่ก็จะเกิดการยืดตัวขยายขึ้นตามสภาพร่างกาย แล้วยิ่งถ้าสวมใส่เสื้อผ้าที่คับๆ หรือเป็นเนื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกไม่สบาย ก็จะมีอาการคันได้ ยิ่งถ้าบางคนคันมาก แพ้มาก ก็อาจจะเกิดผื่นแดงตามมา รู้สึกร้อนผิว แสบ และบางคนก็อาจจะเกิดการการแพ้สารเคมีบางอย่าง หรือแพ้อาหารบางอย่าง ก็ต้องสังเกตให้ดี
...การแก้ไขก็ต้องดูที่สาเหตุ ถ้าเป็นการคันจากการแพ้ ก็ต้องหลีกเลี่ยงสาเหตุนั้นๆ หรือคันจากการใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะ ก็ควรเปลี่ยน ไปใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย หรือถ้าพบว่าคันแล้วมีตุ่มน้ำใสๆ ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่า น่าจะมาจากการที่มีแมลงตัวเล็กๆ ซ่อนอยู่ตามเสื้อผ้าหรือเตียงนอน ก็ต้องเอาไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่ถ้าเป็นการคันที่เกิดจากการที่ผิวหนังแห้ง ก็อาจใช้ครีมบำรุงผิว รวมทั้งสบู่เหลวที่ไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือการอาบน้ำบ่อยๆ แต่ถ้าอาการคันยังมีมาก หรือคันจนทนไม่ไหว ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและหาวิธีรักษาต่อไปค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวล และจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอค่ะ เพราะเมื่อคันก็ย่อมรู้สึกรำคาญ หงุดหงิด ส่งผลให้นอนน้อย พักผ่อนน้อยได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเช่นกันค่ะ”


พ.ญ.สังวาลย์ เตชะพงศธร

สูติแพทย์

มีเรื่องจะคำถามคุณหมอดังนี้ค่ะ คือ ดิฉันมีอาการชาและเจ็บที่ข้อมือแต่ไม่บ่อยนะคะ ไม่รู้เกิดจากอะไร เหมือนมันเจ็บยิบๆ คล้ายปวดข้อนั่นล่ะค่ะ แล้วก็มีอาการหน้ามืด วูบเป็นระยะๆ ด้วย แต่ไม่ถึงกับเป็นลมนะคะ ทั้งที่ตั้งครรภ์ได้ 4 เดือนเอง อีกเรื่องคือ หลังๆ มานี้เป็นตะคริวที่เท้าบ่อยๆ บางทีก็ที่มือ อาการทั้งหมดนี้เป็นอาการทั่วไปของคนตั้งครรภ์ใช่ไหมคะ  

                “ถ้าคุณแม่บอกแค่ว่ามีอาการชาและรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ ก็ไม่น่าจะเป็นอาการผิดปกติหรืออาการร้ายแรงแต่อย่างใด เพราะในคุณแม่ตั้งครรภ์ อาการชาหรือเจ็บที่ข้อมือ ที่เท้านั้น เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ถ้าอธิบายก็คือ เกิดจากการที่ร่างกายของคุณแม่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น บวมขึ้น ตามอายุครรภ์ แล้วการบวมนั้นไปทำให้ระบบประสาทที่ข้อมือของคุณแม่ถูกกดทับ จนมีอาการชาและเจ็บที่ข้อมือ ซึ่งถ้าอาการดังกล่าวไม่ได้รุนแรงเพิ่มมากขึ้น อย่างปวดมากจนขยับมือไม่ได้ วิธีแก้ก็อาจใช้การนวด หรือฝึกขยับนิ้วมือ โดยขยับบ่อยๆ ให้ข้อมือและนิ้วได้ออกกำลังกาย จะช่วยให้อาการดังกล่าวลดน้อยลง
...ต่อมา เรื่องการที่คุณแม่วูบหรือหน้ามืดบ่อยๆ นั้น ก็ต้องดูจากหลายๆ สาเหตุ หนึ่งในสาเหตุนั้นก็คือเรื่องของฮอร์โมนนั่นเอง ซึ่งอย่างที่กล่าวไป เมื่อมีการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนของแม่ก็มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลห้หลอดเลือดของคุณแม่เกิดการหย่อนตัวตามมา และทำให้ความดันของคุณแม่ต่ำลงเป็นระยะ จนรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด เหมือนจะเป็นลมบ่อยครั้ง ขณะเดียวกัน มดลูกของคุณแม่ก็ต้องการเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง นอกจากนี้ก็อาจมีสาเหตุมาจากการที่คุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจรู้สึกอึดอัดตอนกลางคืน ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ มีความเครียด ความวิตกกังวล อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือการสวมเสื้อผ้าที่คับเกินไป ทำให้หายใจไม่สะดวก รวมทั้งการที่แม่ตั้งครรภ์อาจมีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อได้พบคุณหมอที่ฝากครรภ์ ก็ควรจะแจ้งคุณหมอได้ทราบด้วย เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยและหาทางป้องกันรักษาต่อไป
...ส่วนอาการตะคริวที่คุณแม่เป็นบ่อยๆ นั้น ก็เป็นอาการหนึ่งที่เกิดบ่อยครั้งในคุณแม่ตั้งครรภ์ อันเนื่องมาจากการหมุนเวียนของเลือดลดประสิทธิภาพลง ซึ่งก็มาจากการที่ฮอร์โมนและร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง อีกสาเหตุหนึ่งที่พบคือ แม่ตั้งครรภ์อาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งวิธีแก้ก็คือ อาจปรึกษานักโภชนาการเพื่อให้จัดอาหารที่เหมาะสมให้กับคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์ค่ะ และขณะเดียวกัน คุณแม่ที่เป็นตะคริวบ่อยๆ ก็ควรออกกำลังกายบ้าง เพื่อให้เลือดลมได้หมุนเวียนดีมากขึ้น แต่ก็ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม อาจเป็นการออกกำลังกายเบาๆ หรือทำกิจกรรม ทำงานบ้านที่ไม่หนักเกินไป ควบคู่กับการพักผ่อนอย่างเพียงพอค่ะ
...แต่โดยรวมแล้ว ก็เป็นอาการที่ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะส่วนใหญ่ที่คุณแม่ถามมานั้น เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์ วิธีที่ดีก็คือการหมั่นดูแลตัวเองให้ดี ทานอาหารให้ครบถ้วน คอยตรวจสอบอาการตนเอง ออกกำลังกายบ้างแต่อย่าหักโหม และพักผ่อนให้เพียงพอ”
จริงๆ ก็อายที่จะถามเรื่องนี้นะคะ แต่ถ้าพูดตรงๆ ก็เครียดค่ะ คือตั้งแต่ท้องมานี้ ดิฉันผายลมบ่อยมาก แล้วอั้นไม่ค่อยอยู่ด้วย เพราะมันอึดอัด ถ้าไม่ปล่อยจะรู้สึกปวดท้องมาก ก็คิดว่าน่าจะเกิดจากการท้องผูก เพราะช่วงนี้ดิฉันท้องผูกด้วย ก็คอยทานยาระบายเรื่อยๆ นะคะ ก็อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำทีค่ะ ว่าจะทำอย่างไรให้ลมในท้องลดน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่คะ
“อย่างที่คุณแม่ว่ามาถูกต้องแล้วค่ะ ที่จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับการที่แม่ตั้งครรภ์ทำไมท้องผูกบ่อยๆ ซึ่งก็เกี่ยวกับฮอร์โมนที่ชื่อโปรเจสเตอโรนนั่นเองที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้หญิงมีการตั้งครรภ์ โดยจะไปทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหย่อนตัว และอาการกับของเสียก็จะไหลผ่านระบบย่อยได้ช้าลงกว่าปกติ จนเกิดอาการท้องผูก ทีนี้พอท้องผูกบ่อยๆ ก็จะเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารตามมา ยิ่งถ้าคุณแม่ทานอาหารที่ทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะเข้าไปด้วยแล้ว ลมดังกล่าวก็จะมีเพิ่มมากขึ้น จนทำให้แม่รู้สึกอึดอัด และผายลมออกมาบ่อยๆ วิธีแก้ไขที่ดี ก็คือ เวลาทานอาหาร คุณแม่ควรเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ เพื่อสะดวกต่อการย่อย หรืออาจแบ่งมื้ออาหารให้มากขึ้น เช่น จากที่เคยทาน 3 มื้อ ก็แบ่งเป็น 4 มื้อ แต่ให้ทานน้อยลงในแต่ละมื้อ และควรหลีกเลี่ยงที่มันมากๆ หรือจะให้ดีก็ไม่ควรทานมันเลย เพราะพวกนี้จะไปทำให้แก๊สในกระเพาะอาหาร ถ้ารู้สึกอึดอัดมากๆ ก็อาจทานยาระบายได้ อย่างไรก็ดี หลังคลอดแล้วอาการดังกล่าวก็จะหายไปได้เองค่ะ”
ปกติน้ำคาวปลาจะหมดไปกี่สัปดาห์หลังคลอดค่ะ ผ่านมา 7 สัปดาห์แล้ว น้ำคาวปลาของดิฉันยังมีอยู่เลย ไม่รู้ว่ามีสาเหตุอื่นหรือเปล่าค่ะ จะได้กลับไปหาคุณหมอให้ตรวจ
“เข้าใจว่า กว่าที่จดหมายจะมาถึง คุณแม่คงหายกังวลเรื่องนี้แล้ว แต่อย่างไรก็จะขอตอบแล้วกันว่า ปกติแล้วน้ำคาวปลาของคุณแม่หลังคลอดนั้น จะออกมาประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ โดยช่วงแรกจะออกเป็นสีแดงสด และออกมาก และจะค่อยๆ ลดน้อยลง จางลง จนหยุดไหลในที่สุด บางคนก็อาจจะเกินกว่านี้เล็กน้อย เช่นในกรณีของคุณแม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ผิดปกติแต่อย่างใดค่ะ”

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลนครธน
โทร. 0-2416-5454

ความเห็น (2)Add Comment
0
katayindi
พฤษภาคม 28, 2017
124.121.211.45
Votes: +0
...

รบกวนสอบถามค่ะ ดิฉันปวดข้อมือทั้ง2
ข้างมาก มันปวดตรงเอ็นนิ้มห
ัวแม่มือลงมาข้อมือ เป็นตั้งแต่ท้องได้8
เดือน จนตอนนี้คลอดน้องจะ
เดือนแล้วอาการปวดย
ังไม่หายเลย อยากทราบว่าอาการปว
ดนี้มันจะมีทางหายม
ั้ยคะ และนานมั้ยกว่าจะหา
ย เพราะเลี้ยงน้องเอง
ต้องอุ้มน้องตลอด กลัวว่าถ้าเป็นนานจ
ะอุ้มน้องไม่ไหวค่ะ

0
Koki
กันยายน 15, 2016
58.8.3.1
Votes: +0
...

คือตั้งครรภ์ 24 สัปดาห์แล้วคะ มีอาการมือบวม ความดัน 137/85 เจ็บซี่โครงข้างขาว
ทุกวัน ตรวจไม่พบไข่ขาวรั่
ว อยากทราบว่ามีกรณีท
ีครรภ์เป็นพิษแล้วต
รวจไข่ขาวไม่เจอไหมค

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 558 มีนาคม - เมษายน 2564