หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 9 – 12 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 9 – 12 ปี, ฝันร้าย ปัญหาที่ต้องคลี่คลาย


สอนลูกรักเรียนอย่างไร..ให้สนุก
(8 votes)
ในยุคของการแข่งขันที่รุนแรง ทุกวันนี้เราเห็นภาพเด็กหรือลูกหลานของเราต่างทุ่มเทเพื่อการศึกษาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งการกวดวิชากันช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หรือในวันเสาร์-อาทิตย์จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ปิดเทอมแทบไม่มีเวลาได้เล่นตามวัยอย่างที่เขาต้องการ
ยิ่งเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อใกล้สอบด้วยแล้ว ถ้าให้เข้าสอบแทนลูกได้ คุณพ่อคุณแม่คงจะไม่เซย์โนแน่ๆ เพราะใครๆ ก็อยากให้ลูกเรียนเก่ง ได้คะแนนดีๆ เพื่อที่จะสอบเข้าโรงเรียนระดับจองหงวนได้ใช่ไหมคะ  แต่เคล็ดลับการเรียนที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่เพียงแค่เก่งทางด้านวิชาการเท่านั้น ควรฝึกฝนด้านอื่นควบคู่กันไปด้วยค่ะ

แสดงแบบโดย
: ด.ช.อภิชน เฟรโม เอริค (น้องเอร

           เล่นกีฬา เพื่ออะไร?
            การเล่นกีฬาซึ่งหมายรวมถึง การออกกำลังกาย เป็นการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เมื่อยล้า รวมทั้งกล้ามเนื้อประสาท และสมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด จากการศึกษาข้อมูลของกรมสุขภาพจิต เด็กที่เรียนอย่างเดียว ไม่สนใจการออกกำลังกาย หรือออกบ้างแต่น้อยนิด ผลการเรียนจะสู้เด็กที่เรียน และรู้จักออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ได้ค่ะ
            วางแผนการเรียนอย่างมืออาชีพ
            นอกจากจะเลือกสถานศึกษาที่มีการวางแผนการเรียนการสอนที่มีมาตรฐาน มีการพัฒนาหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสร้างการวางระเบียบวินัยให้แก่ลูกรัก เพื่อที่จะช่วยให้ลูกใฝ่รู้และการเรียนของลูกจะมีระเบียบวินัยมากขึ้น
ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยจัดตารางเวลาในการเรียนให้ลูก เช่น กำหนดว่าอนุญาตให้ลูกเล่นได้เมื่อใด เวลาใดเป็นเวลาทำการบ้านอ่านหนังสือ หรืออาจกำหนดว่าการบ้านเสร็จแล้วถึงเล่นได้ เป็นต้น เพื่อเด็กจะได้รู้ถึงความสำคัญของหน้าที่และเวลา ว่าตอนไหนควรทำอะไร หน้าที่ของเขาคืออะไรค่ะ
            สนับสนุนในสิ่งที่เขารัก รักเขาอย่างที่ควรจะเป็น
            ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ การที่ลูกจะเรียนประสบความสำเร็จ ไม่ควรวางกรอบหรือกะเกณฑ์มากเกินไปค่ะ ควรช่วยให้เขาผ่อนคลาย มีความสนุกในการเรียน เด็กที่เรียนเก่งส่วนใหญ่นั้น เพราะคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนให้เขาทำสิ่งที่เขารัก ดังนั้นจึงควรเปิดโอกาสให้ลูกทำในสิ่งที่เขาสนใจบ้าง เผื่อว่าเด็กจะได้ค้นพบสิ่งที่เขารักด้วยตนเอง ซึ่งตรงนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพที่เขาสนใจในอนาคตก็ได้ค่ะ
            สอนให้รักการอ่านตั้งแต่เด็กๆ
            ก่อนอื่นเริ่มหาหนังสือที่เหมาะกับวัย และมอบให้เขาด้วยความรัก สร้างเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำ และเขาก็จะรู้สึกสนุกสนานตามไปด้วย เช่น ก่อนนอนก็ให้อ่านหนังสือแทนที่จะดูทีวี หรืออาจสร้างมุมหนึ่งภายในบ้านให้เป็นมุมหนังสือส่วนตัวสำหรับลูกๆ ก็ได้ค่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพาหนังสือเข้าใกล้ชิดลูกมากขึ้นแล้ว ยังเป็นสัญญาณเตือนลูกให้รู้ถึงสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันด้วย


คณะมหาวิทยาลัยนอร์ธ เท็กซัสของสหรัฐฯ ได้ศึกษากับกลุ่มนักศึกษาคณะจิตวิทยา 824 คน ด้วยการให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการนอน และการใช้ชีวิตประจำวัน ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่า นักศึกษาที่เป็นคนชอบนอนตื่นเช้าจะเรียนเก่งกว่าเพื่อนที่เป็นคนชอบนอนตื่นสาย โดยช่วงเวลาตั้งแต่ 5.00 – 6.00 น. เป็นช่วงเวลาที่จะดูหนังสือให้มีสมาธิหรือให้มีความทรงจำมากที่สุด

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561