หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 10 – 12 เดือน

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 10 – 12 เดือน, เมื่อลูกปฏิเสธข้าว ยาบำรุงช่วยได้จริงหรือ


ยงโย่ยงหยก..ถอดรหัสเมื่อหนูเริ่มหัดเดิน
(9 votes)
คงมีคุณแม่หลายๆ คนที่คงกำลังกลุ้มใจอยู่ใช่ไหมคะ สำหรับพัฒนาการเดินของเจ้าตัวน้อยที่บ้าน ยิ่งเห็นลูกบ้านอื่น ทำไม้ทำไม...ยังไม่ทันถึงขวบ วิ่งฮ่ออย่างกับม้า แต่เอ...ลูกเราก็จวนขวบแล้ว ยังเพิ่งยงโย่ยงหยก หัดเกาะเดินเอง ยิ่งคิด ยิ่งกลุ้มใจ ก็แหม..ก็อยากให้ลูกเดินได้เร็วๆ นี่คะ เค้าจะได้มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไปไหนมาไหนได้อย่างใจเค้าต้องการ
ทำไมหนูถึงเดินช้าล่ะ ปัญหานี้มีคำตอบ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ เด็กแต่ละคนเดินช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะเดินได้เมื่อประมาณอายุ 1 ขวบ แต่ช้าหรือเร็วกว่านั้นก็ไม่กี่เดือนค่ะ มีวิธีสังเกตความพร้อมของลูกน้อย ถ้าเขาเริ่มไต่ไปตามขอบโต๊ะ หรือใช้เก้าอี้พยุงตัวขึ้นยืนได้เอง  คอนเฟิร์มชัวร์ค่ะ อีกไม่กี่เดือน คุณแม่ได้เห็นลูกวิ่งเป็นลิงลมแน่ๆ
แต่กรณีไม่มีสัญญาณบอกเลยว่า ลูกน้อยพร้อมที่จะเดินได้เลย ซึ่งก็มีเหตุหลายปัจจัย อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งจากเรื่องของน้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือไม่ค่อยสนับสนุนให้มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่เพียงพอ เป็นเหตุผลทำให้เด็กมีพัฒนาการหยุดชะงัก รวมทั้งเกิดจากโรคประจำตัวก็ได้ ปัญหาเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อหาหนทางการแก้ไขต่อไปค่ะ

แสดงแบบโดย : ด.ช. ธนวินท์ ไบรอัส (น้องไทเกอร์) และคุณแม่อ๋อย - จินตนา

ก้าวเดินอย่างไร ถึงจะมั่นใจ
                ที่กล่าวมาข้างต้น ก็พอสรุปได้ว่า ลูกน้อยจะมีพัฒนาการที่เป็นปกตินั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีโภชนาการที่ดี ให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งต้องมีการกระตุ้นพัฒนาการทั้งทางด้านกายภาพ เช่น กล้ามเนื้อต่างๆ กระดูกที่เป็นปกติ หรืออาจมีการเตรียมความพร้อมต่างๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ก้าวเดินไปพร้อมกับธรรมชาต เด็กวัยที่กำลังตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กินตามภาษาชาวบ้านนี้  ถ้าบ้านไหนที่มีพื้นดินพื้นทรายให้ลูกน้อยฝึกเดินด้วยเท้าเปลือย จะช่วยฝึกพัฒนาการได้ดียิ่งขึ้นค่ะ เพราะการใช้นิ้วและเท้าที่เหยียบลงพื้น จะช่วยรับน้ำหนักและฝึกประสาทการทรงตัวได้ดีกว่า และยังได้เรียนรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างอีกด้วย
  2. มือน้อยๆ น่ารักที่พ่อแม่กุมไว้ คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญเลยทีเดียว ในระยะเริ่มแรกเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่เขา ควรจับมือฝึกเขาเดินเล่นบ่อยๆ บริเวณสถานที่โล่งกว้างที่มีเด็กเยอะๆ เช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น เพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ เร้าให้ลูกอยากเดินมากยิ่งขึ้น
  3. ไม้ตายของเล่น โดยการเอาของเล่นวางบนโซฟา หรือไม่ก็วางล่อเอาไว้ และเรียกให้เขาเดินมาในระยะใกล้ๆ  ด้วยท่าทีสนุกสนาน หรือทำเพลงประกอบง่ายๆ แต่ไม่ควรขยับของเล่นให้ไกลทุกทีเมื่อเวลาลูกมาถึง เพราะอาจจะทำให้เขาเบื่อการเดินได้ง่ายค่ะ
  4. เรียนรู้ล้มลุกคลุกคลานด้วยตัวเอง ในขณะที่ลูกน้อยยังเดินไม่คล่องเท่าไหร่ เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มแหมะลง บางทีอาจร้องไห้ขอตัวช่วย คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรรีบเข้าไปช่วยค่ะ ควรให้กำลังใจ และให้เขาเรียนรู้ที่จะล้มและลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง โดยห้ามแสดงอาการตกใจต่อหน้าเขาเด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้เขารู้สึกกลัวไปกับเราด้วยค่ะ

จากข้อมูลงานวิจัยของประเทศสิงคโปร์พบว่า 90% ของเด็กที่เริ่มตั้งไข่ และช่วงหัดเดิน จะได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อยถึงเสียชีวิต 30-40% ของเด็กที่ใช้รถหัดเดินจะได้รับบาดเจ็บ การบาดเจ็บที่พบบ่อย คือ ตกบันได และคว่ำจากพื้นต่างระดับถึง 75-90% ทั้งนี้จากข้อมูลยังได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การใช้รถหัดเดินในเด็กจะทำให้เด็กมีพัฒนาการในการเดินช้ากว่าเด็กที่ไม่ใช้รถ เพราะมีลูกล้อเยอะ แค่เอาเท้าถีบ ล้อก็เคลื่อนที่ เด็กจึงไม่ได้หัดยืนบนฝ่าเท้า สมองส่วนการทรงตัว จึงไม่ถูกกระตุ้นให้พัฒนา

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2561 ฉบับที่ 542