หมวดหมู่บทความ เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่ New mom 4

Search by tag : เทิร์นโปรคุณแม่มือใหม่, New mom 4, คลอดธรรมชาติ...ธรรมชาติของการคลอด


ปรับลุค Working Mom เลี้ยงลูกรักไม่ให้โดดเดี่ยว
(1 vote)

ยุคที่เนื้อหมูกิโลละร้อยกว่าบาท ครอบครัวไหนที่ไม่มีเงินเหลือเฟือ การที่คุณแม่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านอย่างเดียว คงใช้จ่ายไม่คล่องมือแน่ๆ ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายจิปาถะของลูก ไหนจะเรื่องอนาคตการศึกษาอีกล่ะ นี่ล่ะน้า เข้าตำราแต่ก่อน มีลูกหนึ่งหน่อ จนไป 10 ปี แต่สมัยนี้คงต้องคูณสอง มีลูกหนึ่งหน่อ จนไป 20 ปีค่ะ
หรือบางครอบครัวที่คุณสามีหาเลี้ยงได้อย่างสบาย แต่การเป็นผู้หญิงทำงานแต่ครั้งก่อน ถึงแม้รักลูกสักขนาดไหน แต่งานก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว จริงๆ แล้วก็งกเงินด้วยล่ะ รายได้ใช่น้อยที่ไหน เดือนละแสนแปด ทิ้งไปก็น่าเสียดาย...เว่อร์ไปใช่ไหมคะ ซึ่งการต้องบริหารงานควบคู่การเลี้ยงดูลูกน้อยให้เก๋กู๊ด ถือว่า ยากพอสมควรสำหรับคุณแม่มือใหม่ กับการจะทำอย่างไร? ลูกถึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจากเราอีกต่อไป
ผ่อนคลายความเครียด
            ผู้หญิงทำงานอย่างเราๆ แต่ละวัน มีเรื่องมากมายให้ต้องคิดปวดขมอง บวกกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบแข่งขันกับเวลา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจในยุคน้ำมันแพงกว่ารถยนต์ หรือแม้แต่ผจญภัยการจราจรของบ้านเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเกิดความเครียดเล่นงานโดยไม่รู้ตัว และส่งผ่านไปสู่ลูกน้อยได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ซึ่งจากการศึกษาของกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยเด็กเป็นวัยที่ได้รับผลกระทบจากความเครียดมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่เพียงแต่มีปัญหาด้านอารมณ์จิตใจ เกิดความเครียดเป็นช่วงๆ ในขณะที่เด็กจะมีปัญหาสุขภาพจิตและระบบประสาทตามมาในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เรามาเสริมวัคซีนภูมิคุ้มกันความเครียดร่วมกับลูกน้อยกันเถอะค่ะ
ดนตรีบรรเลง ถ้าจะให้ดีฟังเพลงแนวปาน - ธนพร ก็ได้ค่ะ ได้อารมณ์หักล้างคุณสามีดี ล้อเล่นจ้า คือถ้าอยากโกอินเตอร์หน่อย ก็เพลงแนวบรรเลงโมสาร์ท บีโธเฟ่น หรือถ้าอนุรักษ์นิยม ไทยเดิมก็ได้ อะไรที่ฟังแล้วรู้สึกมีความสุข เมื่อนั้นร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนความสุขออกมา ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่
โดยอาจฟังไปพร้อมอ่านหนังสือเล่มโปรดควบคู่ไปด้วยก็ได้ แต่ถ้ามีจอมซนมาก่อกวน อยากเล่นด้วย คุณแม่อาจเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ หรือเลือกแนวที่เด็กชื่นชอบและก็เต้นๆๆ อย่างเดียวค่ะ ไปกับคุณลูก จะได้รับทั้งความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และได้ออกกำลังกายคลายเครียดร่วมกับคุณลูกไปด้วย
ธรรมชาติบำบัด ทุกๆ วันที่ต้องเคร่งเครียดกับการงาน ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ซ้ำซาก เริ่มหมดไฟในการทำงาน และเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข ควรเปลี่ยนแปลงบรรยากาศเข้าหาธรรมชาติที่อบอุ่น ด้วยการพาครอบครัวออกไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลายสักระยะหนึ่ง หลีกหนีความจำเจไปชั่วคราว จะทำให้ความตึงเครียดลดลง และพร้อมเผชิญปัญหาต่างๆ ในชีวิตด้วยความกระตือรือร้นไม่มีหมดค่ะ
สมาธิสร้างสรรค์ ควรหาเวลาอย่างน้อย วันละ 5 – 10 นาทีในการนั่งสมาธิ ก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการงานได้ ถ้าลูกโตหน่อย อาจให้เขามาแจมร่วมก็ได้ค่ะ จะทำให้เขาเรียนหนังสือมีสมาธิดีขึ้น แต่ถ้ายังเล็กๆ อยู่ อย่างน้อยเดือนละ 1 – 2 ครั้ง ควรหาโอกาสพาเข้าวัด สอนให้เขารู้จักทำบุญ อันเป็นการทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกันทั้งครอบครัวที่ดีมากๆ สำหรับสังคมไทยในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญพุทธศาสนากันน้อยลงค่ะ

“เวลา” ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป
            โดยส่วนใหญ่คุณแม่จะมีเวลาอยู่กับลูกแค่เพียงช่วงหลังเลิกงาน และวันหยุดเท่านั้น ทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างคุณแม่และลูกน้อยพอสมควร ซึ่งเป็นเหตุทำให้น้องหนูดื้อ และไม่เชื่อฟังเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการจะสอนอะไรเขา ส่งผลให้คุณแม่ทั้งเครียด ทั้งเซ็งตัวเอง ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดี
ดังนั้น ควรใช้เวลาเพียงน้อยนิดนั้นให้กับลูกน้อยอย่างมีคุณภาพ ศึกษาเข้าใจธรรมชาติของลูกว่าเป็นอย่างไร และรู้ว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกันนั้น เขาเกิดความพอใจหรือเปล่า โดยให้เขารู้สึกอยากทำ และผลจากการทำกิจกรรมจะต้องทำให้เด็กเกิดความมั่นใจ ไว้วางใจ สุขใจที่อยู่กับเรา และเชื่อฟังคำสั่งสอน รวมทั้งอยากเอาเราเป็นแบบอย่างด้วยค่ะ
สอนให้ลูกแกร่งต้องไม่ตามใจลูก
            นี่ถือเป็นไฮไลท์เด็ด สำหรับ Working Mom สมัยนี้  ไม่ควรรีบตอบสนองความต้องการของลูกน้อยในทันทีทันใดหรืออย่างสมบูรณ์ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งสาเหตุสำคัญทำให้เด็กเอาแต่ใจตัวเอง ก็เนื่องมาจากถูกเลี้ยงจากคนในครอบครัวหรือพี่เลี้ยงที่ตามใจมากเกินไป
ควรสอนให้ลูกน้อยรู้จักแก้ปัญหา ช่วยเหลือตนเอง และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาให้เขา เช่น สอนลูกให้รู้จักเตรียมอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้าหรือชุดนักเรียนเอง เล่นแล้วเก็บ กินข้าวเอง อาบน้ำเอง เหล่านี้เป็นต้น เมื่อเขารับผิดชอบต่อตนเองได้ เขาก็สามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตามมาในอนาคตที่ไม่มีพ่อแม่ช่วยเหลือได้ดีเช่นกันค่ะ
ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
การฝากเด็กให้คนอื่นเลี้ยง เช่น พี่เลี้ยง หรือปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้อง  เป็นธรรมดาค่ะ ที่เด็กจะซึมซับการเลียนแบบพฤติกรรมของผู้เลี้ยงดูเข้าไปไว้ในตัวได้มาก และมีอิทธิพลมากกว่าคุณแม่ซึ่งนานๆ มาครั้ง ขนาดฝากไว้กับคนที่ไว้ใจได้ก็มีหลายอย่างจากการเลี้ยงดูมา ที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่ตรงใจอย่างที่คุณแม่ต้องการ
เมื่อถึงคิวคุณแม่เลี้ยงดูลูกน้อย เวลาที่เขาทำอะไรที่ไม่ถูกต้องนัก อย่าบ่นหรือต่อว่า จะทำให้มิตรภาพยิ่งแย่ไปกันใหญ่ การฝึกสอนเด็กที่ดี จำเป็นต้องทำอย่างใจเย็น สอนซ้ำๆ บ่อยๆ เปิดโอกาสให้เขาทำดี และรู้จักชมเชยเมื่อลูกน้อยแยกแยะมองเห็นว่า สิ่งใดดี หรือสิ่งใดที่ไม่ควรทำ ไม่นานเขาก็จะซึมซับสิ่งต่างๆ ที่คุณแม่ต้องการสอนเขาไปด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วยความกลัวค่ะ

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษ อ้างอิงผลสำรวจจากในสหรัฐ อังกฤษ และเยอรมนี โดยผลสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2541 พบว่า มีผู้หญิงร้อยละ 51 และผู้ชายร้อยละ 45.9 ที่เชื่อว่า สถาบันครอบครัวจะไม่ได้รับผลกระทบกระเทือน ถ้าคุณแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ผลสำรวจในอีก 4 ปีถัดมา หรือตรงกับปีพ.ศ. 2545 กลับพบว่า ผู้หญิงและผู้ชายที่คิดเช่นนี้มีจำนวนลดลง และมีแนวคิดกลับไปสนับสนุนให้ผู้หญิงอยู่บ้านเลี้ยงลูกจำนวนมากขึ้น

แสดงแบบโดย : คุณแม่ศรีวงศ์ โน  ด.ญ.ศรีธรา ฮันน่าห์ โน (น้องฮันน่าห์) และคุณน้าศิริวรรณ ปุรเขตร์
เรื่อง : ดวงใจหม่าม๊า

Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม - สิงหาคม 2563 ฉบับที่ 554