หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก จิตวิทยาลูกรัก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, จิตวิทยาลูกรัก, กฎ 3 ข้อในการควบคุมลูกให้ได้ผล, พบคุณหมอเด็ก, ทำไมลูกชอบตื่นร้องกลางดึก


ซ้าย-ขวานั้น…สำคัญไฉน
(3 votes)

เป็นที่รู้กันดีนะครับ ว่าคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ถนัดมือขวา การถนัดมือซ้ายจะเกิดขึ้น 1 ใน 8 หรือเมื่อเด็กเกิดมา 8 คน จะเป็นเด็กถนัดมือซ้าย 1 คน เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงออกแบบให้เหมาะสำหรับคนถนัดขวา บางทีเป็นเรื่องที่คนถนัดมือขวาไม่เคยนึกถึง เช่น เก้าอี้ที่มีที่รองเขียนในตัว ( เป็นเก้าอี้ที่เอาไว้ใช้ในห้องสอบ หรือห้องประชุม) แผ่นที่รองเขียนนั้นก็มักออกแบบไว้รองรับแขนขวา หรือแม้แต่เก้าอี้ทันตกรรมก็ออกแบบไว้สำหรับหมอฟันที่ถนัดขวา เวลาตีกอล์ฟ คนถนัดซ้ายก็ต้องจรดลูกต่างออกไป โดยหันด้านขวาออกไปที่เป้าหมาย
การที่เด็กวัย 1 - 2 ปี ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งจับของเล่น ช้อนตักอาหาร หรือแม้แต่ใช้มือข้างนั้นรับสิ่งของจากคุณพ่อคุณแม่ ยังไม่เป็นการบอกว่าเขาจะถนัดใช้มือข้างนั้นชัดเจน เพราะเขาก็ยังคงพลัดเปลี่ยนการใช้มือหยิบจับสิ่งของไปเรื่อย ความถนัดซ้าย-ขวาจะชัดเจนมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มสังเกตได้ว่าลูกใช้มือซ้ายหรือขวาหยิบจับช้อนตักอาหารเข้าปาก ใช้มือข้างไหนจับแปรงสีฟัน ล้างก้น หรือเวลาเล่นของเล่นเช่นตัวต่อใช้มือข้างไหนต่อ และจะชัดเจนมากเมื่ออายุ 5 ปี ที่ต้องใช้มือขีดเขียน ซึ่งถือเป็นการทำงานที่อาศัยกล้ามเนื้อมัดเล็กๆของมือ เขาถนัดมือข้างไหน ก็จะเห็นชัดเจนครับ
มีข้อมูลงานวิจัยว่า ผู้ที่ถนัดซ้ายอาจโอกาสเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติในการอ่านการเขียน หรือ Learning disorder (L.D.) มากกว่าคนถนัดขวา แต่เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ถนัดซ้ายจะเป็น LD ทั้งหมดนะครับ เพราะผู้ที่ถนัดซ้ายประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นนักธุรกิจ วิศวกร แพทย์ ประธานาธิบดี ฯลฯ ก็มี
• สมองคนเราก็มีสองซีก
สมองซีกซ้ายและขวา ทำหน้าที่แตกต่างกันโดย
สมองซีกซ้าย ทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้
• การ แสดงออก ทางการพูด
• การรับรู้ทางภาษา
• ความสามารถทางภาษาโดยทั่วไป
• การใช้กล้ามเนื้อแขน ขา และมือ
• ความระวัง
• การเรียนรู้โดยการจัด หมวดหมู่ การค้นหาความเหมือนกัน
• ความมีสติ
• การสร้างแนวคิด
• การเรียนรู้เกี่ยวกับแนวความคิดหรือความคิดรวบยอด (conceptualization)
• การวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลา
• การเรียน เลขคณิต
• การเขียน
• การคำนวณ
• การจำแนกซ้าย- ขวา
• การจัดลำดับ สิ่งของ
สมองซีกขวา ทำหน้าที่ได้ดี ในด้านต่อไปนี้คือ
• มิติ หรือช่องไฟ หรือช่องว่างบนพื้นผิว
• การเข้าใจทางภาษาง่ายๆ
• การใช้ภาษาท่าทาง
• การเรียนรู้โดยใช้รูปภาพ การรับรู้แบบแผนหรือลวดลาย (pattern)
• การแสดง เช่น การแสดง ละคร หรือการแสดงบนเวที
• ความคิดสร้างสรรค์
• การหยั่งรู้
• อารมณ์ขัน
• การประกอบกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ฟังคน พูด 2 คนในเวลาเดียวกัน
• การรับรู้โดยการสัมผัส
• ความคิดเชิงนามธรรม
สรุปโดยรวมคือ สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ในเรื่องภาษา การคำนวณ ความคิดรวบยอด การวางแผนอนาคต ซึ่งการทำงานของสมองซีกซ้ายนี่ล่ะครับที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ ส่วนสมองซีกขวาค่อนมาทางศิลปะ การแสดง การรับรู้แบบแผนต่างๆ ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ขัน จะเห็นว่าส่วนของการจำแนกเแยกแยะข้างซ้าย-ข้างขวา จะอยู่ที่การทำงานของสมองซีกซ้ายเป็นหลัก นอกจากนี้สมองซีกซ้ายจะควบคุมการทำงาน และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อของร่างกายซีกขวา ส่วนสมองซีกขวา ก็จะควบคุมการทำงาน และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อร่างกายซีกซ้าย
และแม้สมองจะมีการแบ่งซีกว่า ซีกใดทำหน้าที่อะไร แต่ในส่วนของระบบประสาทแล้ว จะมีการทำงานเชื่อมโยงกัน หรือทำหน้าที่ร่วมกันเสมอ ไม่ได้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง และในการทำกิจวัตรประจำวันโดยทั่วไป ก็ยังจำเป็นต้องใช้มือซ้ายในการประคับประคองมือขวา เช่น การใช้มือซ้ายถือส้อม เพื่อให้มือขวาใช้ช้อนตักอาหารขึ้นไปกินได้ หรือการใช้มีดกับส้อมหั่นเนื้อ จะใช้มือซ้ายถือส้อม เพื่อให้มือขวาหั่นมีดได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้เรายังใช้ทั้ง 2 มือ ประสานงานกันในการกลัดกระดุมเสื้อ การขับรถ ฯลฯ
จะเห็นว่าความจริงการใช้มือทั้ง 2 ประสานงานกันจึงยังมีอยู่แทบทุกกิจกรรมของทุกวันครับ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนผู้นั้นด้วย เช่น ถ้าลูกมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเล่นดนตรีไทยและสากล ขิม จะเข้ ระนาด เปียโน กีตาร์ กลอง กีฬาบางชนิด เช่น ว่ายน้ำ กอล์ฟ ฯลฯ ที่ต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างอยู่บ่อยๆ จะช่วยให้สมองทั้ง 2 ซีก ประสานงานในการถ่ายทอดข้อมูลแลกเปลี่ยนกันและกันได้ดีขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น
คุณพ่อคุณแม่พอจะสามารถเบี่ยงเบนลูกน้อยวัย 1 - 3 ปี ที่ถนัดมือซ้ายให้มาถนัดมือขวาได้ครับ เพราะสมองของเขากำลังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ในทุกวินาทีที่ผ่านไป จึงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ แต่ถ้าเลยวัยนี้แล้ว จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือถ้าผู้ปกครองเห็นว่าลูกน้อยถนัดมือซ้ายไปแล้วจริงๆ ก็ไม่ควรบังคับให้มาใช้มือขวา เพราะเขาจะอึดอัด หงุดหงิดมาก อาจถึงกับร้องไห้ ไม่คุ้มค่าต่อผลเสียทางด้านอารมณ์ ที่จะบั่นทอนความภาคภูมิใจในตัวเอง เนื่องจากทำกิจกรรมอะไรก็รู้สึกไม่ถนัดไปซะหมด เพราะแม้เขาจะถนัดซ้ายหรือขวา ถ้าเขาทำกิจกรรมทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเขาอย่างอิสระ มันก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชม ให้กำลังใจครับ

นพ.กมล แสงทองศรีกมล
กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561