หมวดหมู่บทความ Talks มากหมอ(ไม่)มากความ

Search by tag : Talks, มากหมอ(ไม่)มากความ, นายแพทย์สมสิทธิ์ ตันสุภสวัสดิกุล คุณหมอพ่อพระแห่งบำราศนราดูร


ประวัติโรคสมองเสื่อม
(2 votes)
ดัชนี บทความ
ประวัติโรคสมองเสื่อม
หน้า 2
หน้า 3

ทำไมถึงสมองเสื่อม
“สมองเสื่อมมีหลายสาเหตุ ได้แก่ สมองเสื่อมจากอัลไซเมอร์ สมองเสื่อมจากหลอดเลือด สมองเสื่อมจากโรคพาร์คินสัน สมองเสื่อมจากโรคมะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง สมองเสื่อมจากหลอดเลือดในสมองอุดตันหรือหลอดเลือดในสมองแตก สมองเสื่อมจากโพรงน้ำในสมองโต สมองเสื่อมจากไทรอยด์ผิดปกติ รวมทั้งสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคตับเรื้อรัง การติดเชื้อ HIV เป็นต้น
“ข้อมูลในประเทศไทยที่เราศึกษา เราเป็นกลุ่มแรกและกลุ่มเดียวที่ศึกษาว่า คนไข้ 2,000 คนมีกี่คนที่สมองเสื่อม โดยดูคนไข้รอบๆ ศิริราช พบว่า มีคนไข้สมองเสื่อมตกร้อยละ 5 ขณะที่สาธารณสุขฯ จะดูเป็นหมื่น พบว่า ตกร้อยละ 15 ความรู้ความสามารถ การคิด ตัดสินใจของผู้ป่วยจะถดถอยลง เพราะธรรมชาติไม่ได้เกื้อหนุนให้คิดต่อสู้หรือเรียนรู้ ท่านก็เลยถดถอย ถึงขั้นที่เรียกว่าสมองเสื่อมได้เยอะกว่า แต่ของเรา ร้อยละ 5 ประมาณร้อยละ 60 เกิดจากอัลไซเมอร์ หลังจากนั้นก็จะเป็นของเรื่องของโรคหลอดเลือดในสมอง ร้อยละ 25 หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของโรคที่รักษาหายได้”

สังเกตอย่างไร สมองเสื่อมหรือไม่
“การตรวจสอบว่า คนไข้ ‘สมองเสื่อม’ หรือไม่ มีหลักง่ายๆ คือ ต้องสูญเสียความจำอันเกิดจากสมองถูกทำลาย ไม่ใช่ว่าถูกรถชนแล้วความจำหายไป นั่นไม่ใช่สมองเสื่อม ความหมายของสมองเสื่อมคือความจำเสีย บวกกับการคิด การตัดสินใจ การคิดคำนวณ การดูทิศทางไม่ดี ทำให้มักหลงทิศทางบ่อยๆ บ้างก็จำทางกลับบ้านไม่ได้ เป็นต้น

คนที่เสี่ยงต่อสมองเสื่อม
มาตรฐานของความเสี่ยงมี ตัวที่เป็นการวิจัยและรู้ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมก็คือ การที่อายุเยอะ เกิน 60 ขึ้นไป มีข้อมูลของประเทศไทยร้อยละ 5 อายุเกิน 60 ขึ้นไป เกิน 70 ขึ้นไป ร้อยละ 10 อายุ 80 ก็ ร้อยละ 20 เกินอายุ 80 ขึ้นไปก็ร้อยละ 30 จะมากขึ้นไปตามอายุ
นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องต่างๆ เช่นเพศ เพศหญิงก็จะเป็นมากกว่าเพศชาย ในข้อมูลที่เราทำในเอเชีย เรียกว่า MCIที่สมองถดถอย เริ่มต้นสมองเสื่อม แต่ยังไม่เรียกว่าเกิดภาระ พบว่าหญิงมากกว่าชาย 2 เท่า ในหลายๆเชื้อชาติ ยกเว้นบางเชื้อชาติ เช่นสิงคโปร์ ผู้หญิงจะอยู่บ้าน เก็บไว้ไม่มาหาแพทย์

ผลกระทบ
ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เสียไปก็มีผลกระทบต่อตัวเค้าเอง ไม่สามารถทำงาน หรือไม่สามารถดำรงอยู่ในสังคมได้เป็นปกติ หรือ เค้าไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น การกินนอนขับถ่าย มีผลกระทบต่อตัวเอง
โอกาสเสี่ยงก็มี อย่างอื่นก็มีความดันสูง เบาหวาน โดยเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยหนุ่มสาว วัยเจริญพันธุ์อย่างเราเช่น ความดัน ไขมัน ไม่ออกกำลังกาย ไม่พักผ่อน ถึงแม้ว่าคุณเป็นแล้วรักษาหายแต่ก็มีโอกาสเสี่ยง เราต้องรักษาตัวตั้งแต่ตอนนี้แล้ว

รู้จักอัลไซเมอร์
“หลายสิบปีแล้วมีการล้อกันในวงการการเมือง ทำให้หลายคนรู้จักและตื่นตัวว่านี่คือ ความถดถอยไม่ใช่คนแก่ บางทีเรานึกว่าแก่ตามธรรมชาติก็ต้องปล่อยไป ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ เพราะอาการสมองเสื่อม นอกจากสมองเสื่อมแล้วจะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย คือ มีอาการจิตประสาท คิดฟุ้งซ่าน หลงผิดเห็นภาพหลอน มีอาการทางพฤติกรรม เช่น เดินไปเดินมา ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เนื่องจากคิด ตัดสินใจไม่ได้ เป็นปัญหาต่อการวางแผน การเรียนรู้ การตัดสินใจ การคาดคะเน มากกว่าการกินนอนขับถ่าย นอกจากผลกระทบต่อตนเองใน 3 ปัจจัยแล้ว ยังมีผลกระทบต่อญาติ เพราะเมื่อเขาช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ก็ต้องมีคนอื่นไปช่วยเหลือ ต้องคอยดูว่าท่านจะตกบันไดหรือไม่ เดินออกไปนอกบ้านหรือเปล่า จะเอายาสีฟันมาทานไหม เป็นต้น
...ในสังคมฝรั่งจะเห็นได้ช้าหน่อย เพราะสังคมเขาต้องช่วยเหลือตนเอง ต่างจากสังคมไทยที่เป็นสังคมที่เกื้อกูลกัน มีอะไรเราก็ปรนนิบัติพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ท่านก็เลยไม่มีหน้าที่ต้องทำอะไรหรือตัดสินใจอะไรมากนัก ทำให้รู้ได้ช้า มารู้อีกทีสมองก็ถดถอยลงไปมากแล้ว
...เมื่อเราพบว่าผิดปกติ จากที่คุณยายเคยเปิดทีวีได้ ตอนนี้เปิดไม่ได้ คุณยายเคยทำกับข้าวได้ เปลี่ยนเมนูทุกวัน แต่ตอนนี้คุณยายทำน้ำพริกปลาทูทุกวัน ไม่เปลี่ยนเมนู ก็แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน คือทำซ้ำๆ อย่างเดิม

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 544 ประจำเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561