หมวดหมู่บทความ คลินิคคุณแม่ คลินิคแม่และเด็ก

Search by tag : คลินิคคุณแม่, คลินิคแม่และเด็ก, น้ำประปาชงนมให้ลูกดีไหม


การเดินทางของหนูอิม (ตอน) คุณแม่ Body Shape /Phillip Wain
(2 votes)

อยู่
ไฟ….ไม่ได้หมายความถึงสถานะของรัฐบาลลูกกรอกชุดปัจจุบัน  แต่เป็นคำที่เรียกระยะหลังคลอดของชาวบ้าน  พื้นบ้านของไทยที่คนท้องปัจจุบันไม่รู้จักกันแล้ว หมดไปจากสังคมไทยแล้วพร้อมกับหมอตำแย   

อยู่ไฟเป็นทั้งการดูแลรักษาหลังคลอดและเป็นประเพณีที่หมดไป เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยๆ เราเป็นความเชื่อที่ถ่ายทอดกันต่อๆ มา ด้วยความเชื่อที่ว่าการตั้งครรภ์เป็นสภาวะที่พิเศษต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเป็นอยู่และการกินอยู่ ก็จะมีข้อห้าม ข้อแนะนำเช่นไม่เดินทางไกลไม่ไปงานอมงคล เช่นงานศพ ไม่ข้ามธรณีประตู ไม่ขี่หลังสัตว์ไม่ข้ามท้องร่อง ไม่หลับนอนกับสามี(เมื่อท้องโตเด็กดิ้น)ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องถูกใจสามีหรือไม่ไม่ปีนต้นไม้ไม่ตัดต้นไม้ ไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่นอนหลับใต้ต้นไม้เพราะเกรงว่ากิ่งไม้อาจจะหักตกลงมาทิ่มแทงท้องที่โตได้  ที่หลับที่นอน ต้องระวังเรื่องทางลมต้องหันหัวนอนให้ถูกทิศทาง  สถานที่อยู่อาศัยแนะนำให้ติดภาพของสิ่งสวยๆงามๆ จะเห็นว่าส่วนมากจะมีภาพโปสเตอร์รูปดารา ติดอยู่เป็นอันรู้กันว่ามีคนท้องในบ้านนั้นและรวมถึงภาพวิวสวยงามต่างๆ จะไม่มีภาพหวาดเสียวต่างๆ ภาพสัตว์ก็ไม่แนะนำ ภาพอาวุธก็ต้องห้าม และไม่เท่านั้นเรื่องของอาหารการกินก็มีข้อห้ามไว้มากห้ามกินของสุกๆดิบๆ ห้ามของหมักดอง ห้ามของเสาะท้อง ห้ามกาแฟ สุรายาเมาแต่มีการเตรียมดองยาดองเหล้าไว้ทานหลังคลอดตอนอยู่ไฟ

                เมื่อคลอดออกมาแล้วก็เข้าพิธีอยู่ไฟที่จะต้องนอนอยู่ในกะบะที่มีกองไฟ ที่ใช้ฟืนที่มีการต้มยาสมุนไพรและการประคบตามลำตัวบางหมู่บ้านห้ามการอาบน้ำสระผม ทำความสะอาดเพียงการเช็ดตัวและต้องนอนอยู่ไฟจนครบเดือนหรือจนน้ำคาวปลาหมด  จะต้องอยู่ไฟไปตลอด

การอยู่ไฟต้องอาศัยพื้นที่เฉพาะที่จะจัดวางกะบะไฟ ซึ่งในสมัยโบราณที่คนไทยอยู่รวมกันเป็นบ้านหลังใหญ่เอื้อต่อการที่จะอยู่ไฟแต่ไม่เหมาะกับสภาวะปัจจุบันที่ที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กก็เลยทำให้การอยู่ไฟสูญพันธุ์แต่ก่อนที่จะสูญพันธุ์ มีการพัฒนาการอยู่ไฟจากการที่ต้องก่อกองไฟมาเป็นทำเป็นกล่องใส่แท่งจุดให้ความร้อนคล้ายแท่งบุหรี่เสียบอยู่ในกล่องๆละ4-5แท่งทำเป็นสายเข็มขัดคาดที่ท้องเพื่อให้ความร้อนกับมดลูกเป็นการอยู่ไฟเฉพาะที่เชื่อว่าให้ความอบอุ่นกับมดลูกรวมทั้งตัวแม่ด้วยและมียาดองเหล้าที่จะเร่งการเข้าอู่ของมดลูก (พูดอย่างกับถอยรถ) และเป็นการเร่งน้ำนมไปด้วย แต่เมื่อการแพทย์ของไทยพัฒนาเจริญขึ้นมีการให้การศึกษาเพิ่มความรู้กับหมอตำแยให้ทันสมัยการแพทย์แผนโบราณก็พัฒนา  จนในที่สุดหมอตำแยก็กลายเป็นพนักงานช่วยสาธารณสุขทางสูติกรรมไปในที่สุด  พร้อมกับการแพทย์แผนปัจจุบันได้กระจายจนครอบคลุมทั่วประเทศ หมอตำแยหมดทางทำมาหากินและสูญพันธุ์ในที่สุด

                อยู่ไฟ…หรือระยะหลังคลอด ที่สมัยก่อนเข้าใจกันว่าเป็นระยะที่ต้องการๆดูแลพิเศษมีกฎเกณ์ ข้อห้ามข้อบังคับก็ว่าได้มากมายจนดูน่ากลัวเหมือนกับว่าคนหลังคลอดเป็นคนป่วยก็ไม่ปานซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริง คนหลังคลอดหรืออยู่ไฟเป็นคุณแม่ที่แข็งแรง เป็นคุณแม่ Body Shape หรือคุณแม่  Phillip Wain เป็นช่วงที่คุณแม่กำลังเข้า fitness โดยธรรมชาติ เป็นระยะที่เรียกว่าเบาเนื้อเบาตัวเป็นระยะที่ร่างกายคุณแม่จะกำจัดส่วนเกินขณะตั้งครรภ์ออกไป โดยเฉลี่ยในการตั้งครรภ์คุณแม่จะมีการสะสมกักตุน สารอาหารในรูปแบบต่างๆ ไขมัน น้ำและสารละลายฯ ตลอดการตั้งครรภ์เฉลี่ยประมาณ13 กิโลกรัม หักเป็นน้ำหนักทารก 3 ก.ก. ดังนั้นค้างอยู่ที่คุณแม่อีก 10 กว่ากิโลกรัม ในแต่ละท้อง ถ้าไม่จัดการรีดส่วนเกินออกและปล่อยให้ท้องต่อๆ กัน  พอท้องที่ 2ท้องที่3 ก็จะกลายเป็นแม่หมู แม่ช้างไป  

ความไม่รู้จริงเกี่ยวกับภาวะหลังคลอดทำให้เกิดความเชื่อผิดๆในการปฎิบัติตัวของคุณแม่ ที่อาจจะก่อผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่ในอนาคต  ที่เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็อุบัติการณ์โรคตับทั้งตับแข็งทั้งมะเร็งของตับในหญิงไทยที่สูงกว่าหลายประเทศสาเหตุก็จากการที่เวลาอยู่ไฟมักจะต้องกินยาดองเหล้าตามความเชื่อของหมอตำแย หรือภาวะโลหิตจางในหญิงหลังคลอด  และโดยเฉลี่ยสตรีหลังคลอดมักดูเหมือนจะขึ้โรคตามภาษาชาวบ้านก็เพราะความเชื่อที่ว่าคนหลังคลอดจะถูกจำกัดให้กินอาหารที่ไม่มีคุณภาพโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ผัก นม ไข่ซึ่งเป็นอาหารที่ร่างกายคุณแม่หลังคลอดต้องการเป็นอย่างมาก  เพราะเชื่อว่าเป็นของแสลงทำให้สมัยก่อนอุบัติการณ์การติดเชื้อหรือการเสียชีวิตหลังคลอดค่อนข้างสูง  เพราะร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นเฉพาะประเภทโปรตีนทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายพร่องไป

                หลังคลอดคือระยะเศรษฐีของคุณแม่  เพราะเป็นระยะที่ร่างกายของคุณแม่มีสารอาหารหรือเปรียบได้กับมีสมบัติกักตุนไว้ในสต๊อก คือร่างกายมีเกินใช้ก็ว่าได้ เพราะตอนตั้งครรภ์ได้ตุนสารอาหารไว้ใช้ตามความจำเป็นเนื่องจากเป็นสภาวะtwo in one  ตลอดหกเดือน หลังจากหมดการแพ้ท้องแล้ว  ยิ่งเดือนหลังๆ ท้องจะโตมาก คุณแม่มักจะไม่ค่อยได้มีกิจกรรมเคลื่อนไหว มีแต่กินกับนอนและไปพบหมอ ฝากครรภ์ตามนัดที่จะนัดตรวจถี่ขึ้น ทำให้มีแต่กินกับนอน น้ำหนักเลยมักจะขึ้นในช่วงท้ายๆ  และน้ำหนักที่ขึ้นในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์มักจะไปฝากไว้ที่คุณแม่เสียมากกว่าทารก    และเป็นการฝากชนิดบัญชี ฝากประจำ เป็นชนิดลูกค้าชั้นดีฝากไม่ค่อยจะถอน แถมปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้น จนยอดบาน  ไม่เฉพาะบานปลายแต่บานทั้งต้น กลาง ปลายกันเลย   เอกลักษณ์ของคุณแม่อยู่ไฟ คือ การมีน้ำคาวปลา

                น้ำคาวปลาเป็นเรื่องลึกลับของการอยู่ไฟหรือหลังคลอด ทำให้เกิดการดูแลที่สับสน ผิดๆถูกๆบางท้องถิ่นกลายเป็นเรื่องที่ต้องมีพิธีกรรมแปลกๆไป   ทั้งที่เป็นเรื่องธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ใช่ของเสียของร่างกายคุณแม่ตามที่เข้าใจน้ำคาวปลาที่จริงก็เป็นน้ำเหลือง หรือน้ำเลือดดีๆ ของคุณแม่ที่ซึมออกมาจากแผลในโพรงมดลูกที่เกิดขึ้นหลังจากรกหลุดออกไปเมื่อทารกคลอดแล้ว  ขนาดของรกที่เกาะมีขนาดเท่าจานข้าวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งคืบ  พอรกหลุดลอกออกมาก็เกิดแผลเปิดที่ผิวของมดลูกเปรียบได้เหมือนดังเกิดแผลถลอกที่แขนหรือขา ที่ทุกคนเคยมีประสบการณ์  เมื่อเกิดแผลถลอกเพราะผิวหนังหลุดลอกออกไปเนื้อเยื่อและหลอดเลือดที่อยู่บริเวณนั้นก็จะเกิดการฉีกขาด

ระยะแรกๆของการเกิดแผลจะมีการไหลออกมาของน้ำเลือดออกมาจากหลอดเลือดที่ฉีกขาดของเหลวหรือน้ำเหลืองที่ชาวบ้านเรียกกัน จะมีสีแดงเพราะมีเลือดไหลปนออกมาเช่นกันกับแผลในโพรงมดลูกหลังคลอด  ซึ่งมีขนาดใหญ่ๆขนาดที่ประมาณว่าตอนท้องโตเต็มที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงพันเท่า แต่พอรกคลอดออกมาจะหดตัวเล็กลงมามากกว่า 70% ลดลงมาเหลือเพียงคลำได้ที่ระดับสะดือซึ่งในตอนหลังคลอด หมอสูติจะทำพร้อมกับสอนให้คุณแม่คลึงก้อนมดลูกให้แข็งตัวซึ่งจะคลำได้เป็นก้อนกลมขนาดเท่าลูกมะพร้าวอ่อน และแนะนำให้คลึงบ่อยๆ ป้องกันตกเลือดหลังคลอดแผลถลอกในโพรงมดลูกจะค่อยๆ ดีขึ้น พร้อมๆ กับการหดตัวของมดลูกที่จะลดขนาดลงทุกวัน  ทำให้น้ำเหลืองที่ออกมามากและสีแดงในระยะแรกๆ หลังคลอดเมื่อผ่านไปในสัปดาห์แรก  สีน้ำคาวปลาก็จะจางลงเป็นสีชมพูและจะจางลงๆ ในสัปดาห์ถัดมาเนื่องจากแผลเป็นที่ในโพรงมดลูกขนาดเล็กลงๆและเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นมาซ่อมแซมแผลที่เกิดจากการหลุดลอกของรก พอสัปดาห์ที่สามหรือที่สี่คือหนึ่งเดือนหลังคลอดน้ำคาวปลาก็จะหมดที่เรียกว่าน้ำคาวแห้ง และตัวมดลูกก็จะลดขนาดลงอย่างรวดเร็วจากที่คลำได้เป็นก้อนที่ระดับสะดือ ก็จะยุบๆๆๆ ลงในสัปดาห์ที่สามที่สี่ก็จะหดหายลงไปอยู่ในช่องเชิงกราน  คลำไม่ได้ทางหน้าท้องชาวบ้านเรียกว่าเข้าอู่พร้อมกับการหมดไปของน้ำเหลืองจากแผลในโพรงมดลูกที่เรียกน้ำคาวปลา  

ช่วงเวลาหลังคลอดใหม่ๆ ไตจะทำงานเพิ่มมากขึ้นเพราะต้องทำการขับถ่ายของเสียในร่างกายคุณแม่ที่สะสมไว้ใช้ในการตั้งท้อง  ที่ทำให้คุณแม่ที่ตั้งท้องจะดูบวมตึงไปทั้งตัวพอหมดหน้าที่ตั้งท้องก็ต้องเอาออกโดยทางไต คุณแม่จะปัสสาวะบ่อย ขณะเดียวกันความหย่อนยานของกล้ามเนื้อ ไขข้อ เอ็น ในขณะตั้งท้องซึ่งเป็นฤทธิ์ของฮอร์โมนที่สร้างขณะตั้งครรภ์ทำให้ร่างกายคุณแม่เรียกตามภาษาชาวบ้านว่าเผละ เป็นน้องของคำว่าพะโล้  ทำให้หลังคลอดถ้าไม่แก้ไขก็จะเป็นพะโล้ตามมา   ทำให้คนท้องมีการเคลื่อนไหวและทรงตัวไม่ค่อยดีเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย 

พอสิ้นสุดการท้องคือคลอดแล้ว  ร่างกายคุณแม่ก็จะค่อยๆ คืนตัวจะเรียกว่าหดตัวก็ได้ทำให้ร่างกายกระชับขึ้นๆ การให้นมลูกเป็นขบวนการหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายคุณแม่มีการเผาผลาญสารอาหารที่สะสมในร่างกายคุณแม่ออกไปทำให้ร่างกายจะลดหดตัวได้เร็ว เรียกว่าได้two in one คือได้ลูกที่แข็งแรงได้ร่างกาย(คุณแม่)ที่หดตึง  หย่อนอยู่อย่างเดียวคือเต้านม ซึ่งสามารถที่จะซ่อมเสริมได้ (ด้วยแพทย์) หรือด้วยการทำ fitness ได้ ขณะตั้งครรภ์ร่างกายคุณแม่ได้สะสมสารอาหารไว้เพื่อการเจริญเติบโตของทารกในรูปแบบต่างๆ ตามกล้ามเนื้อไขมัน และที่เป็นแหล่งใหญ่คือที่ตับๆ จึงทำงานหนัก การบริโภคแอลกอฮอล์ที่มาในรูปของยาดองเหล้าจึงทำให้ตับคุณแม่ทำงานหนัก และตัวแอลกอฮอล์เองก็มีพิษต่อตับเลยทำให้เหมือนตับถูกรุมทำร้าย หรือรุมตึ้บตั้บๆ จะบอบช้ำและในอนาคตก็จะกลายเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด การขับถ่ายของร่างกายคุณแม่หลังคลอดจะเพิ่มมากขึ้นกว่าธรรมดาทำให้ร่างกายคุณแม่ต้องมีการชะล้างให้สะอาดมากกว่าปกติการอาบน้ำสระผมให้ร่างกายสะอาดเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ ยิ่งในคุณแม่ที่ให้นมลูกการดูแลเรื่องความสะอาดเป็นสิ่งจำเป็นสุดๆเพื่อป้องกันการติดเชื้อในทารก 

แม่ที่แข็งแรงก็จะได้ลูกที่แข็งแรง…ทำได้ง่ายมาก เพียง 
ทานอาหารให้ครบห้าหมู่…กินอยู่ถูกสุขอนามัย
คุณแม่สดใส         คุณลูกเติบไว

ความไม่รู้จริงทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ ที่เห็นชัดเจนก็อุบัติการณ์โรคตับทั้งตับแข็งทั้งมะเร็งของตับในหญิงไทยที่สูงกว่าหลายประเทศสาเหตุก็จากการที่เวลาอยู่ไฟมักจะต้องกินยาดองเหล้าตามความเชื่อของหมอตำแย

น.พ. วีระ สุรเศรณีวงศ์ 
Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2561 ฉบับที่ 540