หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่
(0 votes)
เด็กจะมีไข้ขึ้นสูงประมาณ 38 – 40 องศาพร้อมด้วยอาการตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหูขณะเคี้ยวหรือกลืนอาหาร หรือแม้แต่ขณะดื่มน้ำ

ตั้งใจเขียนมาถามหลายเรื่องค่ะ แต่ตอนนี้ขอถามเฉพาะเรื่องคางทูมของลูกก่อนค่ะพอดีลูกเพิ่งเป็น ปวดบวม ร้องไม่หยุดเลย แต่พอทานข้าวได้ ก็ให้หยุดเรียนไปก่อนกลัวก็แต่เจ้าตัวเล็กนี่ล่ะค่ะ เพิ่งอายุ 4 เดือนกลัวจะไปติดด้วย อยากให้คุณหมอแนะนำทีค่ะจะป้องกันให้ลูกคนเล็กอย่างไรดี

            “สำหรับคางทูม ไม่ค่อยพบในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีมักพบเมื่อเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปครับสาเหตุก็เกิดจากเชื้อไวรัสที่ปะปนอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ที่ป่วยแล้วติดต่อกันโดยการไอหรือจาม หรือหายใจรดกัน แม้แต่การสัมผัสถูกมือกันหรือสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกันแล้วเผลอไปเช็ดจมูก เชื้อโรคก็สามารถเข้าสู่ร่างกาย คุณแม่จึงควรพาลูกมาฉีดวัคซีนป้องกันแต่เนิ่นๆครับ ซึ่งถ้ามีการติดเชื้อ ระยะการฟักตัวของเชื้อจะตกประมาณ 14 – 20 วัน โดยก่อให้เกิดอาการที่คุณแม่สังเกตได้ คือในช่วง 1 - 3 วันแรกเด็กจะมีไข้ขึ้นสูงประมาณ 38 – 40 องศา พร้อมด้วยอาการตัวร้อนครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหูขณะเคี้ยวหรือกลืนอาหาร หรือแม้แต่ขณะดื่มน้ำ จากนั้นเด็กอาจจะมีอาการปวดบวม และเจ็บบริเวณข้างหูหรือขากรรไกรตามมา ขณะเดียวกันผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดงร้อน ซึ่งที่ต้องระวังคือ โรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบในบริเวณต่างๆตามมาได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และการดูแลตนเอง

...ส่วนใหญ่เด็กเมื่อเป็นคางทูมก็มักหายได้เองเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งครับแต่ในรายที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง รวมทั้งมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น อักเสบบริเวณใดบริเวณหนึ่งคุณแม่ก็ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์ครับ และแม้แต่ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อยก็ควรพามาตรวจ จะได้ทราบวิธีรักษาที่ถูกต้อง

...เนื่องจากคางทูมเป็นโรคอันมีสาเหตุจากไวรัสครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 2 คนขึ้นไป ควรใส่ใจดูแล อาจให้เขานอนแยกห้องชั่วคราวจนกว่าอาการจะหายดี เพื่อไม่ให้ติดไปยังลูกคนอื่นๆ ต้องทำความสะอาดเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้ดี รวมทั้งตัวผู้ปกครองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยเพราะคางทูมนี้เป็นในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน และจะมีความรุนแรงมากกว่าหลายเท่าครับ”

น.พ.กมล มหสุภาชัย
กุมารแพทย์

ขอขอบคุณ โรงพยาบาล
กรุงเทพคริสเตียน
โทร.0-2235-1000-7

 
Related items

ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2561 ฉบับที่ 541