หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


คาวาซากิ…ปลายมือ ปลายเท้าลอก
(5 votes)

เด็กๆ
กลุ่มหนึ่งเป็นโรคอะไรสักอย่างที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด มีอาการเหมือนๆ กันคือมีไข้สูงอยู่หลายวัน ปากแดง ลิ้นแดงเหมือนลูกสตรอเบอร์รี่ ตาแดง ผื่นตามตัวมีต่อมน้ำเหลืองแถวคอโต 

ช่วงนี้ใครเปิดโทรทัศน์ดูคงได้เห็นโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งที่เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่ป่วยหนักจนต้องถูกนำส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ทางเฮลิคอปเตอร์ คุ้นๆ มั้ยคะหลังจากโฆษณาชุดนี้เริ่มออกอากาศ ก็มีคนไข้หลายคนของหมอมาถามเกี่ยวกับโรคนี้โดยที่หลายคนก็จำชื่อโรคได้ด้วยทั้งๆ ที่เป็นภาษาต่างประเทศเพราะมันไปพ้องกับชื่อของมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อหนึ่งซึ่งมีขายอยู่ในบ้านเรานั่นเองอ่านมาถึงตอนนี้  หลายๆคนก็คงจะเริ่มร้องอ๋อกันแล้วใช่มั้ยคะ ใช่แล้ว! ฉบับนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของโรคคาวาซากินั่นเองค่ะ

ไม่ต้องแปลกใจค่ะ ว่าทำไมโรคนี้ถึงชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นก็เพราะว่าคนที่รายงานโรคนี้เป็นคนแรกของโลก ก็คือ กุมารแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ชื่อคุณหมอคาวาซากินั่นเองคุณหมอได้รายงานโรคนี้ไว้ตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว หลังจากสังเกตพบว่า เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเป็นโรคอะไรสักอย่างที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดไม่ใช่โรคติดเชื้อ เพราะเอาเลือดไปเพาะเชื้อก็ไม่ขึ้น แต่มีอาการเหมือนๆ กันคือมีไข้สูงอยู่หลายวัน ปากแดง ลิ้นแดงเหมือนลูกสตรอเบอร์รี่ ตาแดง ผื่นตามตัวมีต่อมน้ำเหลืองแถวคอโต พอเป็นหลายวันเข้า ก็เริ่มมีปลายมือปลายเท้าลอกเป็นแผ่นๆ ให้เห็นเปิดตำราฝรั่งก็ไม่มีเขียนไว้นั่นก็เป็นเพราะโรคนี้ไม่ค่อยเจอในประเทศแถบยุโรปนั่นเอง แต่ปัจจุบันก็เริ่มเจอบ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยังมักเจออยู่ในกลุ่มชาวเอเชียที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานอยู่ซะละมากกว่าเค้าก็เลยคิดว่าการเกิดโรคนี้มันอาจจะเกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง  ชาติพันธุ์ (เอเชีย) + ตัวกระตุ้นอะไรซักอย่าง (ไวรัส?แอนติเจน?) + การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  โป๊ะเชะ!!! เกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมา

โรคนี้มักพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปีซะเป็นส่วนใหญ่ สังเกตมั้ยคะว่าพอเด็กอายุเกิน5 ปีแล้ว มักจะไม่ค่อยมีโรคอะไรร้ายแรงซักเท่าไหร่หรือถ้าเป็นก็มักจะไม่อันตรายเท่าเด็กเล็กๆ อย่างนี้ไงคะ เวลาทำประกันสุขภาพต่างๆ เบี้ยประกันจึงมักจะลดลงเมื่อเด็กอายุเกิน 5 ปีไปแล้ว เพราะฉะนั้นครอบครัวไหนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยนี้ต้องดูแลใกล้ชิดคอยติดตามข่าวสารนะคะ ว่าช่วงไหนโรคอะไรระบาด จะหลีกเลี่ยง จะป้องกันจะดูแลกันยังไง

กลับมาเรื่องคาวาซากิของเรากันต่อดีกว่าค่ะโรคนี้เจอในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงเล็กน้อย การวินิจฉัยก็ใช้ดูอาการเป็นหลักใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นตัวช่วย อาการที่เข้าข่ายน่าสงสัยคือไข้สูง สูงแบบ39 - 40 องศาเซลเซียสเลยนะคะ กินยาก็ไม่ค่อยได้ผลเป็นหลายวันร่วมกับอาการอื่นอย่างที่บอกไปแล้ว ถ้าจะให้ชัวร์ล่ะก็ รอให้มีไข้สัก 5วันก็มักจะเห็นอาการร่วมได้สัก 5 อย่างแล้วล่ะค่ะ (เพราะอาการร่วมเหล่านี้ มันไม่ได้เกิดพร้อมกันแต่จะค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นมา อันที่เกิดหลังสุดมักเป็นปลายมือ ปลายเท้าลอกค่ะ)ถ้าได้ครบล่ะก็ไม่ต้องรอแล้ว ให้การวินิจฉัยและรักษาซะโดยด่วน  เพราะโรคนี้ถ้าให้การรักษาได้เร็วก็สามารถลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนที่อันตรายได้

มาถึงตอนนี้ หลายท่านคงมีคำถามอยู่ในใจ ว่าแล้วถ้าอย่างนั้นไม่รอได้มั้ยก็ยิ่งรักษาเร็วยิ่งดีไม่ใช่หรือ ก็จริงอยู่หรอกค่ะเพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้บางทีก็อาจจะรอแค่ไข้สูง 3 วัน + อาการร่วมครบ 3 อย่างก็ให้การรักษาเลย โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กเล็กๆ แต่ที่มันยังไม่เป็นแนวทางมาตรฐาน (standardtreatment) นั่นก็เพราะการรักษาโรคนี้มีการใช้ยา2 อย่าง คือ aspirin และ IVIG ซึ่งแต่ละตัวก็มีทั้งผลดีและผลเสีย อย่างแอสไพรินนั้น เราๆ ท่านๆ คงทราบดีอยู่แล้ว  ว่าสามารถทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้โดยเฉพาะถ้าต้องใช้ในขนาดสูงอย่างในโรคนี้ แต่ก็จะทำให้ไข้ลงและรู้สึกสบายตัวขึ้นอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อจะลดลงอย่างมาก ส่วน IVIG  นั้นก็อาจทำให้เกิดการแพ้ได้  และที่สำคัญคือ มีราคาแพงมาก เพราะต้องเตรียมจากเลือดของคนเราโดยเอามาผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน จนเหลือแต่ส่วนของภูมิคุ้มกันในเลือดที่ร่างกายต้องการจริงๆคิดง่ายๆ ราคายาตัวนี้ในท้องตลาดบ้านเราตกอยู่ที่ประมาณ  8,000 บาทต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม(นั่นหมายความว่า ถ้าสมมติเด็กคนหนึ่งที่เป็นโรคและต้องใช้ยานี้ มีน้ำหนักตัว 10กิโลกรัม หรือประมาณเด็ก 1 ขวบ ต้องใช้ยามูลค่า 80,000 บาทโดยประมาณ) ดังนั้น การจะเริ่มให้ยาก็ต้องแน่ใจว่าใช่โรคนี้แน่

เนื่องจากโรคนี้ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด ดังนั้น ในเด็กบางคนก็จะมีอาการแทรกซ้อนทางหัวใจได้ถ้าเกิดโชคร้ายมีการอักเสบของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ (coronaryartery)ทำให้เส้นเลือดเหล่านั้นโป่งออกและเกิดการสะสมของลิ่มเลือดอยู่ภายในจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายในภายหลังพบว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันตั้งแต่อายุน้อยๆ  ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโรคนี้ในอดีต ดังนั้นหลังจากให้การวินิจฉัยว่าเป็นคาวาซากิแล้วเด็กทุกคนควรต้องได้รับการตรวจหัวใจเพิ่มเติมเป็นระยะๆ เพื่อดูว่ามีอาการแทรกซ้อนนี้หรือไม่ถ้ามีก็ต้องกินแอสไพรินกันไปตลอดชีวิตเลยเชียว

แน่นอนค่ะ การให้ IVIG ในเวลาที่เหมาะสม (ภายใน 7วันของไข้) สามารถลดโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนนี้ได้มากแต่ก็ไม่ใช่จะเป็นศูนย์ซะทีเดียว 

ส่วนเรื่องที่ว่าจะเอายาไปหาคน หรือเอาคนไปหายาแบบในโฆษณานั้นก็อีกเรื่องนึง

พญ.น้ำเพชรรัชตภูษิต   
กุมารแพทย์

ขอขอบคุณโรงพยาบาลปิยะเวท
โทร.0-2625-6500 

Related items

ความเห็น (1)Add Comment
0
thailand
กุมภาพันธ์ 20, 2013
223.204.236.97
Votes: +0
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนธันวาคม-มกราคม 2561 ฉบับที่ 539