หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


ลูกฟันขึ้น ไม่ชอบกินผลไม้ เพราะอะไร
(3 votes)
“แนะนำว่าควรเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า เช่น เคยให้เขากินข้าวกับฟักทองบด เมนูใหม่อาจจะมีฟักทองบดรวมอยู่ด้วย แต่หน้าตาอาจปรุงแต่งให้ต่างออกไป เพื่อให้เด็กค่อยๆ ได้ชินกับรสชาติใหม่ๆ”

 

มีปัญหารบกวนถามหน่อยค่ะ คือลูกชายค่อนข้างโตแล้ว แต่ยังติดนิสัยปัสสาวะรดที่นอนบ่อยครั้ง ทำยังไงก็แก้ไม่หาย อยากให้เขาเลิกนิสัยดังกล่าวจะต้องทำอย่างไรดีคะ จะพาไปปรึกษาหมอ เขาก็ไม่ยอม เพราะอาย เลยต้องรบกวนทางจดหมายค่ะ
“การแก้ปัญหาเด็กติดนิสัยปัสสาวะรดที่นอนนั้นต้องว่าไปตามสาเหตุครับ ซึ่งถ้าให้ดีพ่อแม่ควรพาลูกมาตรวจดูก่อนเพื่อจะได้ทราบสาเหตุ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ เป็นได้ แต่ทีนี้ก็ต้องดูว่าที่บอกว่าลูกฉี่รดที่นอนนั้น บ่อยครั้งแค่ไหน ถ้าบ่อยขนาดว่าสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หรือติดกันทุกวัน แสดงว่าเด็กน่าจะมีปัญหา แต่คงตอบชัดเจนไม่ได้ว่ามาจากส่วนไหน เพราะเป็นไปได้หลายทาง ไม่ว่ามาจากท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ หรืออาจเป็นปัญหาทางจิตใจ เช่น เด็กอาจมีความกลัวอะไรบางอย่าง หวาดผวา ฝันร้าย ไม่กล้าลุกไปห้องน้ำตอนกลางคืน เป็นต้น ลักษณะนี้ต่อให้เป็นเด็กวัยโตกว่านี้ก็มีปัญหาได้
...การรักษาส่วนใหญ่ก็คือการค่อยๆ เลิกพฤติกรรมที่ทำให้เด็กปัสสาวะรดที่นอนตามมา โดยต้องใช้ความพยายามของพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ในการปลอบเขา ให้กำลังใจเขา และผู้ปกครองก็ควรต้องสำรวจดูตัวเองด้วย ว่าเป็นคนสร้างปัญหาให้เขาหรือไม่ อย่างเช่นเด็กบางคนดูหนังผีหนังสยองขวัญมา คือ เห็นผู้ปกครองดู ก็ดูตาม แทนที่จะห้ามปราม คราวนี้พอตอนกลางคืน ปวดปัสสาวะ ก็เกิดกลัวจนไม่กล้าลุกไปห้องน้ำ นี่ก็ต้องโทษผู้ใหญ่ล่ะครับ
...ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองบางคนก็ให้ลูกดื่มน้ำ ดื่มนมตอนดึก ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่ควร จริงๆ การดื่มนมสักแก้วก่อนนอนหรือดื่มน้ำสักแก้วก่อนนอนเป็นผลดีต่อสุขภาพครับ เพียงแต่ต้องดูด้วยว่าก่อนหน้านั้นเขาดื่มนมหรือน้ำไปเยอะแค่ไหน อย่างเช่นตอนมื้อเย็น เขารับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำ แล้วมีการดื่มน้ำตามไปด้วย 4 – 5 แก้ว พอจะนอน ดื่มน้ำหรือนมไปอีก 1 แก้ว แถมในห้องนอนยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำ รับรองเด็กจะต้องปวดปัสสาวะตอนดึกแน่นอน ดังนั้นก่อนนอนผู้ปกครองก็ควรพาเขาไปเข้าห้องน้ำสักรอบก่อน แล้วค่อยนอน แต่ถ้าปัญหาไม่ได้มาจากตรงนี้ หมายถึงเด็กมีปัสสาวะรดที่นอนบ่อยๆ เป็นประจำ ก็ควรจะพามาให้คุณหมอได้ตรวจนะครับ”

ลูกชายอายุขวบกับ 2 เดือน ฟันขึ้นยังไม่มาก ปกติเป็นเด็กกินง่าย แต่ไม่ค่อยชอบกินผลไม้ เวลาป้อนก็จะเบือนหน้าหนี ต้องแก้ไขอย่างไร
“คงต้องถามก่อนว่าคุณแม่ได้เปลี่ยนเมนูอาหารที่เคยให้เขากินหรือเปล่าในช่วงนี้ ถ้าใช่ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจยังไม่ชินกับรสชาติใหม่ที่ให้คุณแม่ให้ เนื่องจากในคำถามนี้คุณแม่ไม่ได้แจงมาด้วยว่าอาหารที่ให้เขากินช่วงนี้เป็นอย่างไร ซึ่งถ้าได้เปลี่ยนจริงๆ แนะนำว่าควรเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า เช่น เคยให้เขากินข้าวกับฟักทองบด เมนูใหม่อาจจะมีฟักทองบดรวมอยู่ด้วย แต่หน้าตาอาจปรุงแต่งให้ต่างออกไป เพื่อให้เด็กค่อยๆ ได้ชินกับรสชาติใหม่ๆ สมมติว่าเด็กไม่เคยกินผักคะน้าเลย อยู่ๆ ให้เขากินผักคะน้า เด็กจะไม่ชอบได้ และครั้งต่อไปเมื่อให้กินผักคะน้าอีก จะปฏิเสธผักคะน้า รวมทั้งผักสีเขียว หรือผักที่มีรสและกลิ่นคล้ายๆ กันไปเลย ทำให้กลายเป็นเด็กเลือกกิน
...อย่างกรณีลูกของคุณแม่ซึ่งได้แสดงอาการปฏิเสธมาแล้ว ขอแนะนำให้คุณแม่ลองเอาเมนูเก่าให้เขากินอีกครั้ง ดูว่าเด็กกินได้หรือไม่ ถ้ากินได้ แสดงว่าเป็นเพราะเขาไม่ชินกับรสชาติใหม่จริงๆ แต่ถ้ายังไม่กินหรือกินน้อยลง ก็ควรพามาตรวจกับกุมารแพทย์ดู อาจจะมีสาเหตุอื่น เช่น จากการบดเคี้ยว การกลืน หรืออื่นๆ ซึ่งจะได้หาหนทางรักษาต่อไป”

มีวิธีแก้ปัญหาลูกติดขนมหวานบ้างไหมคะ ไม่รู้จะห้ามอย่างไร           ห้ามที่บ้าน ก็แอบไปซื้อกินข้างนอกหรือไม่ก็ที่โรงเรียนประจำ ตอนนี้ฟันผุไปเยอะแล้ว อายุแค่ 4 ขวบเอง
“การฝึกไม่ให้ลูกติดหวาน คงต้องเป็นเทคนิคของคุณพ่อคุณแม่แต่ละคนไปครับ อาจเริ่มจากค่อยๆ เปลี่ยนรสชาติให้เขา ควบคุมอาหารและขนมของเขาให้มากขึ้น สอนเขาด้วยความเข้าใจ รวมทั้งพาเขาไปออกกำลังกายบ่อยๆ แต่คงไม่ต้องถึงกับห้ามเขากินหวานเลย เพราะที่จริง รสหวานมีประโยชน์ต่อการกินอาหารของเด็ก ช่วยให้เด็กเจริญอาหารได้ดี ฉะนั้นถ้าไปห้ามไม่ให้เขากินหวานเลย เขาก็มักจะงอแง ไม่ยอมกิน เพราะรสชาติไม่คุ้น เหมือนกรณีลูกของคุณแม่ อีกอย่างการปรุงอาหารก็เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่สามารถกำหนดได้อยู่แล้ว วิธีที่ได้ทำ คือค่อยๆ ลดปริมาณน้ำตาลลง เป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว อาจจะเปลี่ยนเมนูให้เขาบ่อยๆ เขาจะได้ไม่ติดกับรสชาติใดรสชาติหนึ่ง
...ส่วนที่โรงเรียน ก็คงต้องวานคุณครูให้ช่วยดูแลด้วย รวมไปถึงขนมต่างๆ ที่ขายในโรงเรียน โดยเฉพาะขนมที่บรรจุห่อ ก็ควรฝากให้ทางโรงเรียนช่วยตรวจตรา และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเฝ้าระวังไปพร้อมกัน เพราะบางทีบางโรงเรียนก็ตัวการเลย วางขายขนมพวกนี้เชิญชวนให้เด็กซื้อกิน แทนที่จะห้ามปราม พูดง่ายๆ คือ ต้องช่วยกันทุกฝ่าย อย่างเคยวางน้ำอัดลมไว้ที่บ้าน ก็อย่ามาวางให้เด็ก หรือถ้าจะให้ดี อย่ากินให้เด็กเห็น เพราะเด็กเห็นผู้ปกครองกิน ก็อยากกินตาม พูดง่ายๆ คือ ช่วยกันทุกฝ่าย
...อย่างไรก็ดี การที่คุณแม่จะช่วยให้ลูกลดการทานของหวานๆ อาหารหวานๆ ลง จะเมื่อไหร่นั้นก็ไม่ถือว่าสายเลยครับ แต่ไม่ควรปล่อยให้นานขนาดนี้จึงจะห้ามปราม และไม่แน่ใจว่าเขาได้ดูแลสุขภาพฟันตัวเองไปด้วยหรือไม่ เพราะแน่นอน เด็กที่ทานหวานมากๆ ย่อมมีโอกาสเป็นโรคปริทันต์ต่างๆ สูงกว่าเด็กที่หมั่นดูแลสุขภาพฟัน รวมทั้งเด็กที่ไม่ทานหวานหรือทานหวานน้อย แต่วัย 4 ขวบเศษนี้ คิดว่าคงจะไม่ต้องกังวลเรื่องเบาหวาน เพราะยังเล็กอยู่ ก็น่าจะกับเรื่องโรคฟันต่างๆ ที่ได้บอกไป แต่กระนั้นต่อไปก็ไม่แน่เหมือนกันถ้าหากยังติดทานหวานมากอยู่ ก็น่าเป็นห่วง ยิ่งถ้าครอบครัวมีประวัติของโรคเบาหวานด้วยแล้ว”

นพ.กมล มหสุภาชัย
กุมารแพทย์
ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

โทร.0-2235-1000-7


ความเห็น (1)Add Comment
0
น้องอั่งเปา
สิงหาคม 31, 2011
202.91.18.195
Votes: +0
...

ถ่น้องฟันขึ้นและบา

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก เล่มเดือนสิงหาคม-กันยายน 2561