|
|
“อาการชักแบบแน่นิ่ง พบได้บ่อยในวัยเด็ก อาการจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นมาก ผู้ป่วยจะจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายเป็นระยะเวลาสั้นๆ คล้ายกับเหม่อ ประมาณ 2 – 3 วินาที แล้วกลับมาทำสิ่งที่ค้างอยู่ต่อไป โดยมักไม่มีการเคลื่อนไหวแขนขา”
จะสังเกตอย่างไรคะเวลาที่ลูกมีอาการชักปกติกับไม่ปกติ แล้วสิ่งที่ควรทำเมื่อลูกมีอาการชัก ต้องทำอย่างไรบ้างคะ ขอรายละเอียดด้วยค่ะ
“การรักษาโรคลมชักก็มีตั้งแต่การใช้ยา เพื่อไปช่วยปรับกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติในสมองให้กลับมาเป็นปกติ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการทานยาประมาณ 2 – 5 ปี ถึงแพทย์จะพิจารณาหยุดยาได้โดยที่ประมาณ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ หายขาดจากโรคลมชักเลย ยากันชักในปัจจุบันมีมากกว่า 10 ชนิด แต่ละชนิดก็ใช้ได้ดีกับการชักต่างชนิดกันออกไป แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ยาที่เหมาะสมตามชนิดของการชักของผู้ป่วย เนื่องจากการตอบสนองของยากันชัก และขนาดที่ใช้จะแตกต่างในแต่ละคน ดังนั้น ผู้ป่วยจะต้องติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด ปรับใช้ชนิดยาและปริมาณของยาที่เหมาะสม
...นอกจากนี้ก็มีการรักษาโดยการใช้การผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นการรักษามาตรฐานทั่วโลกในผู้ป่วยที่มีแผลเป็นในสมอง และดื้อต่อยา รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการชักอันก่อให้เกิดอันตราย หรือมีผลกระทบมากต่อการงานและสังคม อย่างไรก็ตาม ก่อนการผ่าตัดจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดครับ
...ส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบผู้ป่วยที่กำลังชัก สิ่งสำคัญแรกคือ ควรตั้งสติให้ดีครับ อย่าตกใจ ให้จับผู้ป่วยนอนตะแคง หันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก และลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ จากนั้นให้คลายเสื้อผ้าให้หลวม ห้ามใช้นิ้วหรือสิ่งของใดๆ งัดปากผู้ป่วยขณะชัก เพราะอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วย และผู้ช่วยเหลือ และผู้ป่วยหลังชักอาจมีอาการงงอยู่ ขณะยังไม่รู้สติ ห้ามยึดจับผู้ป่วย เพราะจะกระตุ้นผู้ป่วยให้ทำการต่อสู้รุนแรงได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยหลับหลังชัก ควรปล่อยให้หลับต่อ ห้ามป้อนอาหารหรือยาจนกว่าจะฟื้นเป็นปกติ เพราะอาจสำลักได้ แต่ถ้าชักนานกว่าปกติ อาจทำให้การทำงานของสมองบกพร่องได้ ควรนำส่งโรงพยาบาลทันทีครับ”
อาการชักแบบไหนที่พบได้ในเด็กบ้าง แล้วแบบไหนที่ต้องรีบพามาโรงพยาบาล จะแยกแยะอย่างไรคะ
“มีตั้งแต่อาการชักเฉพาะที่โดยกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติ อาจรบกวนสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานแห่งใดแห่งหนึ่งในร่างกาย ทำให้เกิดอาการต่างๆ โดยที่ยังไม่รู้ตัว เช่น อาการชาหรือกระตุกของแขนขา หรือใบหน้าข้างใดข้างหนึ่งเป็นซ้ำๆ โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้อาจมีอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง กลัว ความรู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกเหมือนฝัน หูแว่ว เห็นภาพหลอน หรือหัวใจเต้นผิดปกติ
...อาการชักแบบเหม่อลอย ผู้ป่วยมักจะมีอาการเตือนนำมาก่อนเหมือนดังได้กล่าวมาแล้ว ตามด้วยอาการเหม่อลอย ผู้ป่วยมักจะทำปากขมุบขมิบ หรือเคี้ยวปาก หรือมือเกร็ง หรือขยับมือไปมา อาจคลำตามเสื้อผ้าอย่างไม่รู้ตัว เคลื่อนไหวแขนขาอย่างไร้จุดหมายโดยไม่รับรู้สิ่งรอบข้าง โดยจำเหตุการณ์ระหว่างนั้นไม่ได้ อาการเหม่อลอยจะนานประมาณไม่กี่วินาที จนถึงหลายๆ นาที หลังจากนั้นผู้ป่วยมักจะมีอาการสับสน ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการพูดไม่ได้หรือยกแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้อีกหลายนาที กว่าจะตื่นเป็นปกติ
...อาการชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติรบกวนการทำงานของสมองทั้งหมด จะเกิดอาการชักที่เรียกว่า อาการชักทั่วทุกส่วน หรือที่เรียกว่า โรคลมบ้าหมู ชนิดที่พบบ่อยคือ อาการชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว ผู้ป่วยจะสูญเสียการรู้สึกตัวทันที และล้มลง กล้ามเนื้อจะแข็งเกร็งทั่วทั้งตัว ตาจะเหลือค้าง น้ำลายฟูมปาก อาจจะกัดลิ้นตนเอง หรือปัสสาวะราด ระยะเวลาชักจะนานประมาณ 2 – 3 นาที หลังชักมักจะเพลีย และนอนหลับหลังจากหยุดชัก
...อาการชักแบบแน่นิ่ง พบได้บ่อยในวัยเด็ก อาการจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นมาก ผู้ป่วยจะจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายเป็นระยะเวลาสั้นๆ คล้ายกับเหม่อ ประมาณ 2 – 3 วินาที แล้วกลับมาทำสิ่งที่ค้างอยู่ต่อไป โดยมักไม่มีการเคลื่อนไหวแขนขา”
ลมชักถือเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ไหมคะ คือมีญาติทางพ่ออยู่คนนึงเป็นลมชักบ่อยๆ แต่ดิฉันไม่เคยเป็นค่ะ แล้วสาเหตุจริงๆ ของลมชักเกิดจากอะไรคะ
““โรคลมชักไม่ใช่โรคติดต่อครับ เป็นโรคที่มีสาเหตุจากหลายๆ ชนิด อาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ขึ้นกับชนิดของการชัก ซึ่งโรคลมชักพบได้ในช่วงทุกอายุ หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ และถูกต้อง ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะสามารถหายขาดได้เองครับ
...อาการชักก็เกิดเนื่องจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าภายในสมอง ซึ่งมีการนำของกระแสไฟฟ้าที่ลัดวงจร ก่อให้เกิดอาการชักตามมา โดยถ้ากระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นรบกวนสมองเป็นบางส่วน จะทำให้เกิดอาการชักเฉพาะที่โดยที่ยังรู้ตัวอยู่ แต่ถ้ามีเหม่อลอยหมดสติทำอะไรไม่รู้ตัว เรียกว่า อาการชักแบบเหม่อ แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นรบกวนสมองทั้งสองข้าง จะทำให้เกิดอาการชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว หรือชักแบบแน่นิ่งที่พบบ่อยในเด็ก
...ส่วนสาเหตุของโรคลมชักก็เกิดได้ตั้งแต่แผลเป็นในสมอง เช่น การติดเชื้อในสมอง อุบัติเหตุต่อสมอง ชักขณะไข้สูงในวัยเด็กที่นานหรือชักติดต่อกันหลายๆ ครั้ง สมองขาดออกซิเจน สมองถูกกระทบกระเทือนในระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา และแรกคลอด โรคทางพันธุกรรม ภาวะมีก้อนในสมองออกซิเจน เช่น เนื้องอกในสมอง พยาธิในสมอง พยาธิในสมอง โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ หรือแตก หรือตีบตัน โรคทางกาย เช่น ภาวะเกลือโซเดียมในร่างกายสูงหรือต่ำ น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ โรคตับ โรคไต การดื่มเหล้า การกินยาบ้า เสพยาเสพติด ได้รับสารพิษ”
ขอขอบคุณ ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 0-2310-3011
น.พ.โยธิน ชินวลัญซ์
อายุรแพทย์ระบบประสาท
|
|