|
|
มีลูกยากเพราะสามีสูงวัย ต้องทำอย่างไร |
ทราบว่าปัจจุบันมีเทคโนโลยีการแช่แข็งไข่ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถมีลูกได้ มีความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนคะ และจะมีผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่
“โดยส่วนใหญ่เทคโนโลยีการแช่แข็งไข่จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องได้รับเคมีบำบัดตั้งแต่อายุยังน้อยครับ แต่มีการวางแผนในอนาคตไว้แล้วว่าอยากจะมีครอบครัว มีลูกในอนาคต อย่างเช่น ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดกลุ่มหนึ่งที่เราพบเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อย คือตรวจพบมะเร็งเม็ดเลือดตั้งแต่อายุ 10 - 20 ปีเท่านั้น ซึ่งในอดีตที่การรักษาไม่ดีเท่าปัจจุบัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนมากมักจะเสียชีวิต แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการรักษามะเร็ง แพทย์สามารถยืดอายุผู้ป่วยกลุ่มนี้ออกไปได้จนถึง 40 - 50 ปี ด้วยการรักษาโดยการให้เคมีบำบัดร่วมกับการรักษาอื่นๆ
...ทว่าผลจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหลายชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ ตัวยาจะส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้ผู้ป่วยหมดประจำเดือนหลังจากได้รับเคมีบำบัดประมาณ 3 - 5 ปี ผู้ป่วยจึงไม่สามารถมีบุตรได้อีก ซึ่งเทคโนโลยีในการแช่แข็งไข่นี้ ก็จะเป็นผลดีสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพราะว่าเซลล์ไข่นั้นหากถูกทำลายไปแล้วจะไม่มีการสร้างขึ้นมาใหม่แต่หากเก็บไข่ไว้ก่อนก็สามารถมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ได้เหมือนคนปกติ เมื่อมีความต้องการที่จะมีบุตรในอนาคต
...นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้หญิงที่แต่งงานช้าเนื่องจากสังคมเปลี่ยนไป ผู้หญิงต้องการเรียนในระดับชั้นสูงๆ หรือต้องการให้หน้าที่การงานมั่นคงก่อนจึงจะตั้งครรภ์อีกด้วยครับ
...ส่วนข้อที่คนส่วนใหญ่วิตกก็คือ เรื่องของการฉีดกระตุ้นรังไข่จะไปเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมนั้น แต่ปัจจุบันมีผลวิจัยที่ออกมาแล้วว่า การกระตุ้นให้ไข่ตกนั้นไม่มีผลกระทบต่อมะเร็งเต้านม เนื่องจากมีตัวยาที่นำมาใช้กระตุ้นไข่ ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่ใช้รักษามะเร็งเต้านมครับ จึงไม่น่าวิตกกังวลแต่อย่างใด”
พยายามมีลูกมาหลายปี แต่ไม่ติดสักที ตัวเองอายุ 34 ปีค่ะ แต่สามีอายุ 47 ปีแล้ว เป็นไปได้ไหมคะว่าปัญหามาจากคุณสามี แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรคะ
“ถ้าปัญหามาจากฝ่ายชาย ส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากความผิดปกติของอสุจิ เช่น จำนวน รูปร่างและการเคลื่อนที่ของอสุจิเป็นหลักครับ
...แต่ทั้งนี้ การรักษาภาวะมีบุตรยากในผู้ชายมักไม่สามารถรักษาได้ ยกเว้นที่มาจากสาเหตุต่อไปนี้ เช่น ไม่สามารถสร้างอสุจิได้เพียงพอ หรือไม่มีการสร้างอสุจิเลย หรือมีการสร้างอสุจิ แต่มีการอุดตันที่ท่อทางเดินของอสุจิ ทำให้ไม่สามารถหลั่งอสุจิออกนอกร่างกายได้ หรือมีการสร้างอสุจิ แต่อสุจิเคลื่อนที่หรือว่ายผิดปกติ หรืออสุจิว่ายไม่ดี หรือร่างกายของฝ่ายหญิงสร้างภูมิต้านทานทำปฏิกิริยาต่ออสุจิที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งภูมิต้านทานเป็นกลไกการป้องกันทางธรรมชาติของร่างกายที่ช่วยต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน แต่บางครั้งระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้หญิงจะรับรู้ว่าอสุจิจากฝ่ายชายเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วสร้างภูมิต้านทานต่อสู้กับอสุจิ ขณะที่ฝ่ายผู้ชายเองก็มีโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่ออสุจิของตนเอง ซึ่งมักพบได้ในผู้ชายที่ทำหมันแล้วและทำการแก้หมัน โดยภูมิต้านทานจะต่อสู้กับอสุจิโดยทำให้อสุจิไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้ปฏิสนธิกับไข่ไม่ได้
…อย่างไรก็ดี บางสาเหตุก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่มักต้องใช้เทคนิคเด็กหลอดแก้วหรือการใช้อสุจิบริจาค ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ”
ถ้าอยากทำพีจีดีเพื่อช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น ต้องทำอย่างไรบ้างคะ อยากทราบถึงวิธีการหน่อยค่ะ แล้วจะมีความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน
“การทำพีจีดีเป็นเพียงการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนฝังตัวแบบหนึ่งครับ ซึ่งจะทำการตัด-ดึงเซลล์ตัวอ่อนออกมาเพื่อตรวจวินิจฉัย เรียกว่าการทำไบอ๊อพซี่ เป็นกระบวนการเดียวกับการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อให้มีตัวอ่อนจำนวนมากพอในการคัดเลือกและย้ายกลับสู่โพรงมดลูก พร้อมกับสังเกตพัฒนาการของตัวอ่อน ซึ่งจะช่วยให้สามารถเลือกตัวอ่อนที่พันธุกรรมผิดปกติออกไป เช่น เมื่อคู่สมรสที่ต่างมียีนแฝงของโรคเบต้าธาลัสซีเมียมีการตั้งครรภ์ ก็จะมีความเป็นไปได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ที่เด็กจะเป็นโรคเบต้าธาลัสซีเมีย และ 50 เปอร์เซ็นต์จะมียีนแฝง และมีโอกาสอีก 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นเด็กปลอดโรค
...ดังนั้น การใช้วิธีเด็กหลอดแก้วร่วมกับพีจีดีจะช่วยให้คู่สมรสมีตัวอ่อนจำนวนหนึ่ง เพื่อมีโอกาสเลือกตัวอ่อนที่ปลอดโรคหรือมีเพียงยีนแฝงเท่านั้นในการย้ายกลับให้มารดาครับ"
นพ.สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์
สูติแพทย์
ขอขอบคุณ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที
โทร.0-2255-4848
|
|