หมวดหมู่บทความ เจริญเติบโตแข็งแรง 9 – 12 ปี

Search by tag : เจริญเติบโตแข็งแรง, 9 – 12 ปี, ฝันร้าย ปัญหาที่ต้องคลี่คลาย


สอนลูกให้เป็น “ไทย”
(2 votes)
       เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหน ก็ดูจะมีเรื่องซีเรียสกันทั้งนั้น ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจ ข้าวของก็แพงขึ้นทุกวัน การเมืองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยลงตัว และปัญหาความขัดแย้งในสังคมก็ยังไม่มีทีท่าจะบรรเทาลง เพราะผู้หลักผู้ใหญ่หลายกลุ่มหลายฝ่ายต่างก็ใช้ถ้อยคำด่าประจาน ประชดประชันกันไปมา สิ่งเหล่านี้ ล้วนได้สร้างแบบอย่างที่เลวร้ายให้กับลูกหลานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว จนเด็กสมัยนี้ คงไม่รู้แล้วล่ะว่า “สยามเมืองยิ้ม” เป็นเช่นไร
สยามเมืองยิ้ม
       สมัยก่อน สังคมเราอยู่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ไปไหนมาไหน ผู้คนก็ล้วนแต่มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน และด้วยรอยยิ้มแบบสยามของเรา คนชาติไหนในโลกเห็นก็ประทับใจไม่รู้ลืม ก็มีการวิจัยยืนยันออกมามากมายค่ะ การยิ้มนอกจากทำให้ลดความเครียด อายุยืนแล้ว ยังทำให้สวยหล่อ สมองกระชับกระเฉงขึ้นอีกเป็นกอง
แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ยิ้มแบบขอไปที ยิ้มแบบเหี่ยวๆ แห้งๆ ไม่มีชีวิตชีวา และไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นมิตรแต่อย่างใด เรารู้สึกได้ค่ะ ใครยิ้มจริงใจต้องยิ้มออกมาจากใจ ยิ้มออกมาจากข้างใน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราฝึกพร้อมๆ กับลูกได้ค่ะ ก็คือเช้าๆ อารมณ์กำลังแจ่มใสหลังตื่นนอน ลองมองตัวเองในกระจกแล้วลองฝึกยิ้มดู ฝึกเรื่อยๆ จะเรารู้สึกว่า หลงรักคนยิ้มในกระจก นั่นแหล่ะค่ะ ถึงเรียกว่า ประสบความสำเร็จ และสร้างจนเป็นลักษณะนิสัยถาวร ทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่ และคุณลูก รับรองว่า เกิดผลประโยชน์มหาศาลในวันข้างหน้าแน่นอน
รักศาสนา
       ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นศาสพุทธตลอดไปหรอกค่ะ เพราะทุกศาสนาก็สอนให้ทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่ศาสนาพุทธอาจเป็นหลักดำเนินชีวิตง่ายๆ ที่เข้ากับวัฒนธรรมของเราอย่างไม่เคอะเขิน แต่การเรื่องศาสนานั้น สามารถปลูกฝังลงในจิตลูกได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ
เริ่มง่ายๆ ก็ให้รู้จักสวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน หรือไม่ก็วันหยุดก็พาไปสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น การพาลูกไปวัด ไปฟังเทศน์ ฟังธรรม ทำบุญตักบารตร ซึ่งวิธีการเหล่านี้ จะทำให้ลูกได้ซับซับหลักธรรมคำสอนต่างๆ เพื่อขัดเกลาจิตใจและจะทำให้เกิดความรักศาสนาขึ้นในหัวใจเองค่ะ
มีสัมมาคารวะ..ใครๆ ก็เอ็นดู
ถ้าเป็นสมัยก่อน เด็กที่ไม่มีสัมมาคารวะก็จะมักถูกผู้ใหญ่ต่อว่า ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน เด็กก็จะเงียบๆ หงิมๆ ไป แต่เด็กเดี๋ยวนี้ ก้าวหน้ามากกว่าค่ะ แต่ทางไม่สู้ดีเท่าไหร่ ก็อาจจะเถียงกลับไปว่า พ่อแม่สั่งสอนแล้ว แต่ไม่จำเองน่ะ Haa+++ ซึ่งจริงๆ มารยาทแบบไทยๆ ต่างชาติมาเห็นก็ยังอึ้ง เพราะดูงดงามไม่เหมือนชาติใดในโลก ทั้งรู้จักไหว้และแสดงความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ การพูดจาไพเราะมีหางเสียงเสมอ ฟังแล้วก็อยากพูดจาปราศรัยด้วย การปลูกฝังลักษณะนิสัยเหล่านี้ในตัวลูกตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ อาชีพการงาน รวมทั้งการติดต่อคบค้าสมาคมกับใครๆ ก็จะมีแต่คนเอ็นดูให้การสนับสนุนค่ะ

แม่ปูสอนลูกปู

หลายๆ คนคงได้ยินเกี่ยวกับทฤษฎีเซลล์กระจกเงามาบ้างแล้ว ซึ่งก็คือพัฒนาการของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ตัดสินผิดชอบชั่วดีให้กับเรา โดยวิธีการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดของคนเรา โดยเฉพาะเด็กๆ ก็คือเรียนรู้จากการเห็นแบบอย่างจากผู้ใหญ่ เช่น ถ้าอยากลูกมีสัมมาคารวะหรือมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ใหญ่ วิธีการสอนง่ายๆ ก็คือ เราต้องแสดงสัมมาคารวะหรือแสดงความกตัญญู ต่อพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือต่อผู้มีพระคุณให้เขาเห็น



แสดงแบบ ด.ช.ภัทระ สนั่นแตง (ตี่ตี้)
ความเห็น (0)Add Comment
เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
นิตยสาร M&C แม่และเด็ก ฉบับที่ 556 พฤศจิกายน-ธันวาคม